ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า เลือกสายไหนดี พร้อมแนะนำ 8 คอนโดติดรถไฟฟ้า น่าอยู่

หลายคนอาจเจอปัญหาว่าจะเลือกเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายไหนดี ระหว่าง BTS และ MRT สีต่างๆ เพราะแต่ละทำเลก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ การเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าให้ตอบโจทย์นั้น ไม่ได้ดูแค่ระยะห่างจากตัวสถานีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนตัว งบประมาณ รวมถึงการเดินทางในชีวิตประจำวัน เพราะบางทำเลแม้จะติดรถไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปดูจุดเด่นของรถไฟฟ้า MRT และ BTS ทั้ง 4 สายหลักว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำคอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจในแต่ละสาย และเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าคอนโดใกล้ BTS กับ MRT แบบไหนคุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากกว่ากัน เจาะลึก 4 สายรถไฟฟ้า พร้อมคอนโดแนะนำสำหรับการเช่าอยู่ ก่อนจะปักหมุดเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่สนใจ มาดูเส้นทางและจุดเด่นของรถไฟฟ้า 4 ทั้งสายที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เช่า ดังนี้ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (บางปู-สยาม-คูคต และสนามกีฬาฯ-บางหว้า) BTS สายสีเขียว ถือเป็นระบบรถไฟฟ้าสายหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด แบ่งออกเป็นสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) และสีเขียวเข้ม (สายสีลม) วิ่งผ่านเส้นทางสำคัญตั้งแต่สมุทรปราการ สุขุมวิท อ่อนนุช สบาย พหลโยธิน หมอชิต ดอนเมือง สีลม สาทร ไปจนถึงฝั่งธนบุรี ครอบคลุมทั้งย่านธุรกิจ แหล่งไลฟ์สไตล์ และย่านที่อยู่อาศัยที่หลากหลายตลอดเส้นทาง ด้วยเส้นทางที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ของพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา และชาวต่างชาติที่ต้องการเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า รวมถึงคอนโดมือสองในย่านสุขุมวิท คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อเพียง 350 เมตร ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนห้องพักเพียง 45 ยูนิตทั้งโครงการ ล้อมรอบด้วยสถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมของสุขุมวิท ตอบสนองทุกความต้องการในทำเลติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 88.75 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ เบส พาร์ค อีสต์ สุขุมวิท 77 (The Base Park East Sukhumvit…

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัสฯ คว้างานบริหารอาคาร Plan B Tower สำนักงานเกรดเอใจกลางเมืองบนเพชรบุรีตัดใหม่

นางสาวอังคณา เฉลิมชัยกิจ ประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ส่งมอบอาคาร แพลน บี ทาวเวอร์ ให้นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจ ให้พลัสฯ เข้ารับงานบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมของอาคารแพลน บี ทาวเวอร์ (Plan B Tower) ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A ของกลุ่ม Plan B บริษัทที่ให้บริการผลิตสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลายมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วยนวัตกรรม และคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ อาคารเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 27 ชั้น อยู่บนถนนเพชรบุรีฯ ใกล้กับแยกมักกะสัน มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบอาคารที่เป็นกระจกทั้งอาคาร รวมพื้นที่บริหารประมาณ 20,000 ตารางเมตร ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ครองความเป็นที่หนึ่งด้านการบริหารจัดการพื้นที่มากที่สุดถึง 18 ล้านตารางเมตร บริหารอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มของธุรกิจอาคารสำนักงาน ธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา คอมมูนิตี้มอล และพร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท ด้วยประสบการณ์และมาตรฐานในการทำงานระดับสากลและยังมีความเชี่ยวชาญในการดูแลอาคารที่ผ่านการรับรองด้านมาตรฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น LEED หรือ Fitwel รวมทั้งเข้าใจความต้องการของลูกค้าในหลากหลายแง่มุม สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถโทร.02-688-7555 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/facility-management บทความที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ คว้าบริหารอาคาร Spring Tower สำนักงานเกรดเอย่านราชเทวี มั่นใจกับมาตรฐานการดูแลอาคารสีเขียว กบข. เชื่อมั่นเลือก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารอาคารบางกอก ซิตี้ ทาวเวอร์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน คว้า 6 รางวัล อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: นิติบุคคลคอนโด, นิติบุคคลอาคารชุด, คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4

การวางแผนบริหารจัดการอาคารด้วยมาตรฐาน ตัวช่วยสำคัญในการลดอุบัติเหตุของผู้ใช้อาคาร

สำรวจจำนวนอยู่อาศัยรวมประชากรแฝงในกรุงเทพมหานครปี 2566 พบว่ามีความหนาแน่นสูง มีประชากรอาศัยอยู่ราวกว่า 10 ล้านคน (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) ท่ามกลางการเจริญเติบโตของเมืองที่มีการสร้างตึกสูงมากขึ้น ประเทศไทยถูกจัดอันดับติด 1ใน 10 ของโลก ที่มีจำนวนอาคารที่มีความสูงมากกว่า 150 เมตร การให้ความสำคัญกับการดูแลอาคารสูงขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมไปถึงที่พักอาศัยแนวสูงแบบคอนโดมิเนียมจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลเป็นอย่างมาก เนื่องจากภายในอาคารเหล่านี้มักมีผู้ใช้งานจำนวนมากในแต่ละวัน ดังนั้นในการดูแลอาคารและผู้ใช้งานให้ปลอดภัยจึงควรมีแผนในการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐาน ตามอาคารสถานที่ที่ติดตั้งลิฟต์ บันไดเลื่อน ทางเลื่อน จะต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกร ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยที่ควรคำนึงถึง แต่เป็นเรื่องบัญญัติของกฎหมาย กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ราชกิจจานุเบกษา เรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ อีกด้วย โดยเฉพาะในการดูแลการใช้ลิฟต์โดยสาร บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญหนึ่งภายในอาคาร พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท มีประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่ ที่มีมาตรฐานและมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ด้วยการวางแผนดูแลและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ เครื่องจักรของระบบประกอบอาคาร แบบป้องกันก่อนเกิดการชำรุด ขัดข้อง หรือเกิดเหตุอันตรายกับผู้ใช้งาน โดยจัดให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับการดูแลลิฟต์ บันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ เป็นอีกจุดที่ทางพลัสฯมีการวางมาตรฐาน การตรวจสอบความพร้อมใช้งานโดยทั่วไปประจำวันก่อนเปิดการใช้งาน เช่น ปุ่มกดชั้น การเปิดปิดประตู ไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศ การสั่นสะเทือนขณะทำงาน และสภาพอุปกรณ์และความเรียบร้อยโดยทั่วไป และทำการตรวจเช็ก บำรุงรักษาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ตามลักษณะการใช้งาน รวมถึงการตรวจสอบระบบและฟังก์ชันการทำงานต่างๆ อย่างละเอียด ของอุปกรณ์ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ เช่น ระบบเบรกลดความเร็ว การหยุดการทำงาน อุปกรณ์หมุนกลับบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน ตรวจสายสลิง ระดับน้ำมันเกียร์ของลิฟต์ ระบบแสงสว่างทำงานได้ตามปกติ ตรวจการจ่ายไฟฟ้าสำรองกรณีเกิดเหตุไฟฟ้าดับ สำรวจราวมือจับต้องมีการเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกับขั้นบันไดเลื่อน และมีความเร็วคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0-2% เทียบกับบันไดเลื่อนหรือแผ่นพื้นเลื่อน รวมถึงการตรวจเช็กสภาพการทำงานโดยรวมทั่วไป สภาพขั้นบันได แผ่นพื้นเลื่อน และหวีต้องไม่มีอุปกรณ์ที่ชำรุดแตกหัก ประตูบานพับของลิฟต์มีสภาพสมบูรณ์ไม่แตกหัก รวมถึงถ้าพบอุปกรณ์ที่เสียหายจะมีการทำการแก้ไขทันที ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดอุบัติเหตุภายในอาคาร ทีมที่ดูแลภายในอาคารมีแผนการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Plan) เพื่อประสานงานให้กับหน่วยงานแพทย์เข้ามารับช่วงต่ออย่างทันท่วงที ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานลิฟต์ บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติให้ปลอดภัย การโดยสารลิฟต์ ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำและป้ายแจ้งเตือนต่างๆ อย่างเคร่งครัด สังเกตลักษณะการเปิด-ปิดของประตูว่ามีการทำงานที่เป็นปกติ ถ้าหากได้ยินสัญญาณเตือนน้ำหนักเกิน ไม่ควรฝืนที่จะขึ้นลิฟต์ต่อไป ทั้งไม่ควรยืนชิดขอบหรือพิงประตู เพื่อป้องกันการหนีบของเสื้อผ้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติ ในลักษณะการยืนควรยืนภายในกรอบสีเหลืองของบันไดเลื่อน หรือบันไดเลื่อนรุ่นใหม่จะมีแปรงตรงขอบ Safety brush ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเราใกล้กับขอบบันไดเลื่อนมากเกินไป งดการเล่นหยอกล้อกันบนบันไดเลื่อน ไม่ควรนั่งบนบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า…

แนะวิธีการเตรียมตัวให้พร้อม รับมือเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย

หากเกิดแผ่นดินไหว เมื่ออยู่บนอาคารสูงผู้ใช้อาคารต้องทำอย่างไร ศึกษาแนวทางรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินของผู้ดูแลอาคารได้ที่นี่ ปัจจุบันการใช้ชีวิตมีรูปแบบการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป จากอาคารแนวราบมาเป็นอาคารแนวสูงและมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาคารสูงจะมีความสลับซับซ้อนของพื้นที่และงานระบบวิศวกรรมที่มากกว่า ดังนั้นหากเราเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องอาศัยหรือใช้ชีวิตในอาคารสูง ก็ควรต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้เราเองมีความปลอดภัยในการใช้อาคารนั้นๆ อย่างเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเมียนมา และความลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาเกิดได้ นอกจากจะมีเตือนภัยจาก Line Alert บัญชีแจ้งเตือนภัยพิบัติร้ายแรงแล้ว ควรต้องรู้วิธีเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการรับมือการเกิดแผ่นดินไหว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท วันนี้มีข้อแนะนำเบื้องต้น ทั้งในมุมของผู้ใช้อาคารที่ต้องดูแลตนเองเมื่อเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงในมุมของผู้ดูแลอาคารที่ทำการตรวจสอบสภาพอาคารสูงทั้งคอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมอาคารให้ปลอดภัยทั้งโครงสร้าง และงานระบบวิศวกรรมอาคาร แนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวของผู้ใช้อาคาร ภายในที่พักอาศัย หมอบลงกับพื้น ป้องกันสิ่งของตกใส่โดยการหลบใต้โต๊ะที่มีโครงสร้างแข็งแรงหรือที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ พร้อมเกาะไว้ให้แน่น ถ้าหากอยู่ไกลจากโต๊ะก็ให้หมอบลงกับพื้นและใช้แขนทั้งสองข้างป้องกันศีรษะและลำคอ โดยให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง หน้าต่าง และห้ามออกภายนอกที่พักอาศัยโดยเด็ดขาด ภายนอกที่พักอาศัย ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวน ซึ่งที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง ขณะขับรถ ให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด ถ้าเกิดเสาไฟล้มทับให้รออยู่ภายในรถจนกว่าจะมีผู้อื่นเข้าไปช่วยเหลือ อยู่ใกล้แนวชายฝั่ง ใช้หลักการ หมอบ ป้อง เกาะ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนหยุด ถ้าการสั่นสะเทือนนานถึง 20 วินาที หรือมากกว่า ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงเพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง หรือห่างจากชายฝั่งเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร หรือที่ที่สูงจากน้ำทะเลอย่างน้อย 30 เมตร และหลังเหตุแผ่นดินไหวสงบ ผู้ใช้อาคารไม่อยู่ใกล้พื้นที่อาคารชำรุดหรือผนังชำรุด ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้อาคารควรมีการจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ รวมถึงการสำรวจเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องให้มีการยึดติดกับผนังหรือพื้นอาคารให้แน่นหนา ไม่วางสิ่งของที่น้ำหนักมากบนที่สูง เช่น ตู้ โต๊ะ เพื่อป้องกันสิ่งของหล่นทับ ในการปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ควรยึดหลัก ‘หมอบ ป้อง เกาะ’ ในการป้องกันตนเองจากแรงสั่นสะเทือน และรอจนกว่าจะมีผู้เข้าไปช่วยเหลือในกรณีที่ติดอยู่ในอาคารสูงและหนีไม่ทัน ที่สำคัญห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด เพราะอาจติดค้างจนเสียชีวิต เมื่อแผ่นดินไหวสงบ ค่อยออกจากอาคาร แนวทางป้องกัน และการวางแผนรับมือแผ่นดินไหวของผู้ดูแลอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงหรือบ้านเรือน ควรมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ พลัสฯ ด้วยประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่ มามากกว่า 25 ปี จึงมีข้อแนะนำให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะอาคารเก่าทีก่อสร้างก่อนปี 2550 จะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากเป็นการก่อสร้างก่อนที่จะบังคับให้อาคารต้องออกแบบต้านแผ่นดินไหว พลัสฯ มีทีมวิศวกรที่ผ่านการรับรองทำการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารและการทำงานของทุกระบบในอาคาร ทำแผนงานปฏิบัติการตรวจสอบ บำรุงอาคารและอุปกรณ์ของอาคาร ให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษา ระบุปัญหาต่างๆ และการบันทึกข้อมูลในการตรวจอาคาร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง และทุกระบบสามารถทำงานได้ตามปกติ เตรียมความพร้อมสำหรับรับมือหากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่ไม่สามารถรู้ได้ล่วงหน้า หลังเหตุแผ่นดินไหวสงบ ทางพลัสฯ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำบริหารงานขาย Sole Agent ครึ่งปีหลังพร้อมรุกกลุ่มแนวราบ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานครึ่งปีแรกรับบริหารการขาย Sole Agent ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบ-แนวสูง ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดท่องเที่ยว รวมมูลค่าโครงการกว่า 8,300 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์ความต้องการตลาดอสังหาฯ พร้อมรุกขยายฐานลูกค้าแนวราบเพิ่มตามทิศทางตลาดอสังหาฯ นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณบวกเห็นได้จากการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยมีจำนวนมาถึง 15,267 หน่วย และการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 66 มีการขยับตัวเพิ่มขึ้น(YOY) เป็น 5.3% (ข้อมูลจากREIC) โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวราคาที่ 10-25 ล้านบาทขึ้นไป มีการเปิดตัวใหม่ราว 25% และยอดขายสามารถเติบโต 15% ซึ่งถือว่าตลาดบ้านเดี่ยวมีอัตราการขายเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดบ้านกลุ่มอื่นๆ ส่วนกลุ่มบ้านทาวน์โฮม ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ยังสามารถเติบโตได้ดี จากจำนวนการเปิดตัวน้อย ขณะที่ยอดขายเติบโตราว 7-10% ซึ่งสอดคล้องกับการรับบริหารโครงการบ้านในปัจจุบันของพลัสฯ ที่มีการรับบริหารงานขายโครงการแนวราบระดับ Luxury ตั้งแต่ระดับราคา 10-40 ล้านบาทขึ้นไปหลายโครงการในปีนี้ อาทิ โครงการเมฆา รามอินทรา, โครงการทวี เพชรเกษม, โครงการราชา พาร์ค บรมราชชนนี , โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต ครึ่งปีหลังพลัสฯ ตั้งเป้าหมายที่จะรุกกลุ่มตลาดบ้านแนวราบ ชูความเชี่ยวชาญในการทำงานเป็นพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจความต้องการทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่พักอาศัย มีทีมวิจัยในการวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics ในการพัฒนางานขาย ทำให้สามารถเลือกการจับคู่ได้อย่างครบถ้วนทั้ง Smart Product และด้วย Excellent Service เหมือนการหาเนื้อคู่ที่ถูกใจให้ทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด” โครงการเมฆา รามอินทรา โครงการทวี เพชรเกษม โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารงานขายโครงการอยู่อาศัยทุกประเภท พร้อมนำเสนอบริการแบบ Total Solution ทั้งธุรกิจบริหารงานขาย (Sole Agent) ดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ การออกแบบ การตลาดและงานขายให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายให้เป็นที่ปรึกษามืออาชีพ มีความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์ตลาด และกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ สามารถเป็นที่ปรึกษาการลงทุนได้โดย รวมถึงมีระบบ CRM ที่ช่วยให้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ด้วยทีมงานคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/sole-agent พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่…

การบริหารอาคาร Green Building ด้วยเทคโนโลยี เพื่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

Green Building เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากหลายๆ องค์กรชั้นนำระดับโลกและถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบอาคารและก่อสร้างอาคารเหล่านี้อย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวขึ้นมาชื่อว่า LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) สำหรับในประเทศไทยก็มีการสร้างเกณฑ์ที่ชื่อว่า TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ในปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นจำนวนถึง 77 โครงการแล้ว สืบเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้ทั่วโลกพยายามหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 39% มีการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารเกินกว่าความจำเป็นถึง 28% ส่วนอีก 11% มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางในการป้องกันคือการหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการก่อสร้างแบบ Green Building รวมไปถึงการบริหารจัดการการใช้งานอาคารเหล่านี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเป็นทางออกในการลดสภาวะโลกเพื่อความยั่งยืนในอนาคต นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการเพื่อการพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทในการเข้ามาดูแลจัดการบริหารในอาคารประเภทต่างๆ สำหรับอาคารที่มีการออกแบบ Green Building นั้นทางทีมพลัสฯ ได้ให้ความสำคัญในการรับช่วงต่อจากผู้พัฒนาอาคาร หรืออสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์สูงสุด สำหรับเจ้าของอาคาร และผู้ใช้งาน พลัสฯ จึงมีการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานการดูแล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคาร โดยมีการศึกษาตั้งแต่การดูแลโครงสร้าง มีการนำมาตรฐานสากล ISO 14001 ในด้านการควบคุมมาตรฐานเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาใช้ในการวางแผนงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีภายในอาคารในการดูแลระบบบริหารอาคารเพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจถึงศักยภาพของระบบภายในทั้งหมด เช่น ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบระบายอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกัน ด้วยระบบดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้ถึง 20-40% ต่อปี การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบอัจฉริยะ มาช่วยให้เจ้าของอาคาร ตลอดจนฝ่ายอาคาร Facility Management ให้สามารถจัดการควบคุมเครื่องปรับอากาศในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด หรือ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานภายในอาคาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น และลดการทำงานของฝ่ายอาคารในแต่ละวัน การวางแผนระบบการบริหารอาคารนั้นเพื่อเอื้อต่อการใช้งานของผู้คนภายในอาคาร ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพอาคาร…

หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย

หลายคนชอบหน้าฝน เพราะเวลาฝนตกอากาศมักจะเย็นสบาย แต่ยังต้องคำนึงถึงอันตรายต่างๆ ที่มาพร้อมกับหน้าฝนด้วย วันนี้พลัส พร้อพเพอร์ตี้ ตัวจริงในการดูแลบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย รวบรวมสิ่งสำคัญที่ต้องระวังในช่วงหน้าฝน ที่จะช่วยให้หลายๆ คนคลายความกังวลในเรื่องของการดูแลรักษาที่พักอาศัยในช่วงนี้ มาแนะนำการเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูฝนกันว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องหมั่นดูแลกันบ้าง พลัสฯ ด้วยประสบการณ์การดูแลบริหารโครงการที่พักอาศัยกว่า 360 โครงการ ปัญหาที่พักอาศัยในเมืองไทยส่วนใหญ่ที่ต้องรับมือในช่วงหน้าฝนก็คือปัญหาน้ำท่วมขัง และน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้าน หรือเกิดปัญหาการรั่วซึมตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และในเรื่องของความชื้นรวมถึงปัญหาแมลงรบกวนที่มาจากน้ำท่วมขัง สำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง พลัสฯ แนะนำให้มีการหมั่นสำรวจตรวจสอบในบริเวณที่พักอาศัยตรงพื้นที่ที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ เช่น สวนบนอาคาร ดาดฟ้า สระว่ายน้ำ ส่วนพื้นที่บริเวณบ้าน หรือบริเวณห้อง จุดที่ต้องโฟกัสมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นหลังคา ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่น้ำฝนสาดเข้ามาสามารถสร้างปัญหาได้ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จากประสบการณ์ของพลัสฯ กว่า 25 ปี ขอแนะนำแนวทางในการดูแลบ้านและโครงการคอนโดดังนี้ บ้านเดี่ยว เช็กรอยรั่วซึมแตกร้าวของหลังคา ฝ้า ผนัง จุดที่เป็นแนวป้องกันน้ำฝนของบ้าน เพราะถ้าเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าในตัวบ้านแล้ว อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ ตรวจเช็กและทำความสะอาดรางน้ำ – ท่อระบายน้ำ ไม่ละเลยปล่อยให้มีเศษใบไม้ กิ่งไม้ หรือเศษขยะเอาไปอุดตันปิดกั้นทางไหลของน้ำเพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอุดตันจนทำให้น้ำในทางระบายล้น อาจทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปรั่วซึมหรือท่วมขังภายในบริเวณบ้านได้ ตัดแต่งกิ่งไม้รอบๆ บ้านให้สั้นลง สำหรับบ้านที่มีสวนหรือปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันเหตุที่กิ่งไม้จะเกิดการหักโค่น หล่นมาทับตัวบ้านได้ ถ้าหากเกิดสถานการณ์ลมพายุฝนตกหนัก ขัดล้างพื้นเพื่อขจัดคราบตะไคร่สีเขียวที่เกาะติดอยู่บนพื้นภายนอก หลังฝนตกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ด้วยจะเกิดการสะสมและทำความสะอาดได้ยาก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้าน จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มอีกด้วย คอนโดมิเนียม น้ำรั่ว น้ำซึม บริเวณหน้าต่างตามรอยซิลิโคนหรือรอยต่อของบริเวณตึก ปัญหาลำดับต้นๆ ของคนอาศัยในคอนโด คงหนีไม่พ้นเรื่องน้ำรั่ว น้ำซึม ในส่วนนี้อาจจะต้องสังเกตจากคราบน้ำบนผนังและเพดาน และรีบดำเนินแก้ไขทันทีด้วยการขูดซิลิโคนเก่าออกแล้วลงซิลิโคนยาแนวใหม่แทน เพราะน้ำฝนอาจจะก่อความเสียหายให้กับผนังและวอลล์เปเปอร์ภายในห้องได้ บริเวณพื้นที่ระเบียง ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตัน อีกพื้นที่ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษคือบริเวณพื้นที่ระเบียง โดยเฉพาะรอบๆ ของท่อระบายน้ำต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตันทางระบายน้ำ เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมขังในหน้าฝนได้เป็นอย่างดี การเกิดเชื้อรา อีกปัญหาที่มักตามมาหลังจากฤดูฝน ถือเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้อยู่อาศัยคอนโดเพราะนอกจากจะเกิดคราบราดำๆไม่น่ามองแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจอีกด้วย โดยจุดที่ควรระวังได้แก่จุดที่เกิดคราบน้ำรั่ว เฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวมน้ำ รวมไปถึงจุดอับต่างๆ ที่กักเก็บความชื้นได้ง่าย เช่น ภายในตู้เสื้อผ้าหรือตามซอกต่างๆ ถ้ามีเชื้อราคราบดำ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5-7% แอลกอฮอล์เข้มข้น เช็ดทำความสะอาดในบริเวณนั้น การบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยในช่วงฤดูฝนของนิติบุคคล ในส่วนการบริหารจัดการโครงการของ Plus Living Management ในช่วงฤดูฝน ไม่ว่าฝนจะหนักหรือเบา ก็มีการวางแผนดูแลป้องกันปัญหาทุกจุดที่ลูกบ้านกังวลอย่างเป็นระบบ มีทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว สำหรับหน้าฝนนี้ ทางทีมพลัสฯ เพิ่มการเฝ้าระวังมากขึ้นให้มีเจ้าหน้าที่ทำการเดินตรวจสอบความเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงน้ำรั่วซึม น้ำขัง และไฟรั่ว รวมไปถึงมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทางทีมช่างอาคารจะทำการประเมินสถานการณ์ และเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่ฝนเริ่มตกหนักก็จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่เวรคอยตรวจสอบจุดรับน้ำบนอาคารว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ทั้งก่อน และหลังฝนตก เป็นการทำงานแบบแผนเชิงป้องกัน Preventive…