ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ลูกบ้านไม่จ่ายค่าส่วนกลางหมู่บ้าน คอนโด ต้องเจออะไรบ้าง?

เมื่อตกลงใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีนิติบุคคลบริหารจัดการส่วนกลางแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมานั่นก็คือ ‘ค่าส่วนกลาง’ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อหรือผู้ที่เป็นเจ้าของคอนโด หมู่บ้านทุกราย และในทุกๆ ปีจะต้องมีการจัดเก็บ ‘ค่าส่วนกลาง’ นี้เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้ดูใหม่และน่าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในปัจจุบันการเรียกเก็บการชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถเรียกเก็บได้ครบ 100% บ่อยครั้งที่ทางนิติบุคคลทั้งอาคารชุดฯ คอนโด และหมู่บ้าน มักได้รับข้ออ้างในการปฏิเสธ หรือผัดผ่อนในการชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง รวมถึงไม่ยอมชำระค่าเบี้ยปรับ (เงินเพิ่ม) ในกรณีชำระค่าส่วนกลางคอนโดและหมู่บ้านล่าช้า โดยอ้างถึงสาเหตุต่างๆ นานา เช่น เหตุผล 108 ของคนที่ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง “ไม่ได้เข้ามาอยู่อาศัยเลยเพราะเป็นนักลงทุน ซื้อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ในมืออยู่หลายโครงการ” “ไม่เคยมาใช้บริการส่วนกลางใดๆ เลย แล้วทำไมต้องจ่ายค่าส่วนกลางด้วย” “ไม่รู้มาก่อนว่ามีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางภายในวัน/เวลาที่กำหนด เพราะไม่ได้รับใบแจ้งหนี้” “ไม่พอใจในการให้บริการของเจ้าหน้าที่ เช่น รปภ. แม่บ้าน ฯลฯ” เหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จึงเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้มีผู้อยู่อาศัยบางส่วนที่มีความคิดในลักษณะนี้ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง แล้วอาจเกิดคำถามไปยังผู้ที่ชำระค่าส่วนกลางอยู่เป็นประจำมีความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจนอาจจะมีความคิดอยู่ในใจว่า แล้วถ้าเราไม่จ่ายบ้างล่ะ จะเป็นอะไรไหม? แน่นอนว่าคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านใดที่มีสัดส่วนผู้ที่ชำระค่าส่วนกลางน้อยย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการแน่นอน เพราะโครงการที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีนั้นจะส่งผลเสียในระยะยาว ได้แก่ อาคารมีสภาพเก่า เครื่องจักร งานระบบต่างๆ ทรุดโทรม เพราะขาดการดูแลและการบำรุงรักษาให้อยู่ในมาตรฐาน มูลค่า ภาพลักษณ์ ของโครงการ ลดต่ำลง เพราะไม่ได้รับการดูแล ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า ผู้อยู่อาศัย เพราะไม่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็นกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีความสวยงามแต่ขาดการดูแลและรักษาความสะอาดที่ดี ขาดความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจเพราะระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม สภาพแวดล้อมไม่น่าอยู่อาศัย ไม่มีความเป็นสังคมและการทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้การปฏิเสธการชำระค่าส่วนกลางนั้นยังมีบทลงโทษที่เป็นไปตามข้อบังคับนิติบุคคล และมีผลทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เพราะ เมื่อเกิดการซื้อหรือรับโอนห้องชุด/บ้าน เข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองแล้ว ก็ถือว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในเจ้าของร่วม ซึ่งมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่นิติบุคคลฯ ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายกับสำนักงานที่ดิน เป็นกฎกติกาเบื้องต้นที่เจ้าของร่วมต้องรับทราบ โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ โดยมีกฎเกณฑ์ ดังนี้ บทลงโทษการค้างชำระค่าส่วนกลางหมู่บ้านในกรณีหมู่บ้านจัดสรร เลยกำหนดชำระในวันที่กำหนด จะต้องเสียค่าเบี้ยปรับการชำระค่าส่วนกลางล่าช้าตั้งแต่ 10-15% ของยอดที่ต้องชำระพร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้เบี้ยปรับจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของนิติบุคคลในแต่ละโครงการ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลาง 3 เดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น การถอดสิทธิ์ใช้คีย์การ์ดเข้าออกหมู่บ้าน สิทธิในการไม่บริการเก็บขยะ สิทธิในการเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ห้องประชุม ฯลฯ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลาง 6 เดือน นิติบุคคลมีอํานาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายใดๆ ได้ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลางเกิน 6 เดือน มีสิทธิ์ถูกส่งยื่นฟ้องศาลได้ (ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ) บทลงโทษการค้างชำระไม่จ่ายค่าส่วนกลางในกรณีอาคารชุดคอนโดมิเนียม หากเลยกำหนดชำระที่กำหนด หากไม่จ่ายค่าส่วนกลางชำระภายในวันและเวลาที่แจ้งไปภายในระยะเวลา 6 เดือนจะต้องเสียค่าปรับในอัตราไม่เกิน 12% ทันที และหากมียอดค้างชำระเกิน 6 เดือนขึ้นไป จะต้องเสียค่าปรับในอัตราไม่เกิน 20% ของยอดที่ต้องชำระพร้อมดอกเบี้ย โดยการเรียกเก็บค่าส่วนกลางจะขึ้นอยู่กับรอบการชำระของแต่ละโครงการ ซึ่งจะมีรอบเก็บ 3 เดือน / 6 เดือน / 1 ปี…

5 วิธีคิดราคาปล่อยเช่าบ้าน คอนโด ให้ได้กำไรชัวร์

การลงทุนอสังหาฯ ในระยะยาว นอกจากจะเลือกลงทุนแบบได้กำไรจากการขายต่อ (Capital Gain)แล้ว การปล่อยบ้านให้เช่าหรือนำห้องไปปล่อยเช่าก็สามารถสร้างรายได้ให้เข้ามาในแต่ละเดือน ช่วยเราแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระธนาคาร หรือนำเงินค่าเช่ามาช่วยจ่ายค่าดอกเบี้ยได้อีกทางหนึ่งด้วย แต่ในการคิดราคาค่าเช่าบ้าน-อาคารให้เหมาะสมกับราคาตลาด ตรงใจทั้งผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่านั้น บางคนอาจจะกำลังสงสัยว่าเราควรจะตั้งราคาเท่าไหร่ดี ที่ไม่ให้สูงเกินไปจนไม่มีใครสนใจติดต่อขอเข้าชมห้อง หรือต่ำเกินไปจนเราขาดทุน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวม 5 วิธีคิดราคาปล่อยบ้านเช่าแบบให้ได้กำไรชัวร์ๆ ไว้ในบทความนี้แล้วครับ 1. ตั้งราคาแบบอิงจากมูลค่าโครงการ ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ง่าย ระดับความแม่นยำ: 2/5 การปล่อยบ้านให้เช่าควรคิดค่าเช่าบ้าน-อาคารโดยอิงจากมูลค่าโครงการที่เราซื้อมาเป็นวิธีคิดค่าเช่าดั้งเดิมที่ตั้งราคาได้ง่ายที่สุด หากในทำเลเดียวกันนั้นไม่มีโครงการอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาเทียบราคาได้ เราสามารถคิดราคาปล่อยเช่าได้ที่ 1% ของมูลค่าห้องที่ซื้อมา เช่น ซื้อคอนโดให้เช่าใกล้รถไฟฟ้า ย่านทองหล่อ เป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน 32 ตร.ม. ในราคา 3.5 ล้านบาท จากการคำนวณราคาปล่อยเช่าควรอยู่ที่ 35,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเราสามารถปรับลด-เพิ่มได้ตามความเหมาะสมของสภาพห้องและโครงการ แต่อย่างไรก็ตามการคิดค่าเช่าบ้าน-อาคารด้วยวิธีนี้ต้องคำนึงถึงราคาต้นทุน ณ เวลาที่เราซื้อมาด้วย เช่น ในโครงการเดียวกัน ห้องชุด A ซื้อได้ในราคา 3.5 ล้านบาทเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ห้องชุด B ซื้อได้ในราคา 4 ล้านบาทในปีปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าเมื่อคิดค่าเช่าออกมาราคาจะไม่เท่ากันแม้อยู่ในโครงการเดียวกันก็ตาม 2. ตั้งราคาแบบเปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ง่าย ระดับความแม่นยำ: 2/5 สำหรับใครที่ต้องการปล่อยบ้านให้เช่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายเช่นกันสำหรับการคำนวณตั้งราคาปล่อยเช่า โดยใช้วิธีเปรียบเทียบกับโครงการที่อยู่บริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียงกับห้องที่เราปล่อยเช่า เริ่มแรกให้เราลองสำรวจราคาปล่อยเช่าจากในเว็บไซต์ต่างๆ ว่าในพื้นที่นั้นเริ่มต้นที่ราคาเท่าไหร่ เมื่อได้ข้อมูลบางส่วนแล้วหากมีเวลา ให้ลองสอบถามจากคนที่ปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโดในโครงการเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีคิดค่าเช่าที่ง่ายและยังเป็นการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านได้อีกด้วย ทั้งนี้การปล่อยบ้านให้เช่าโดยคิดค่าเช่าบ้านในลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญด้วย เช่น ทำเลที่ตั้ง, ขนาดพื้นที่, ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ, อายุโครงการ, การออกแบบ, ระดับคุณภาพ, ห้องที่ตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Furnished), ห้องเปล่า (Unfurnished), คอนโดแบบ High rise/Low rise, ประเภทของห้อง สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวแปรหลักที่เราต้องหาห้องที่มีลักษณะใกล้เคียงกับห้องของเรามากที่สุดเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและตั้งราคาที่เหมาะสม Example ตัวอย่างวิธีการคิดค่าเช่าบ้านแบบเปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง 3. ตั้งราคาแบบคิดค่าเช่าต่อตารางเมตร ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ปานกลาง ระดับความแม่นยำ: 3/5 วิธีการนี้เป็นวิธีที่นิยมนำมาใช้คำนวนราคาปล่อยเช่าห้องชุดเช่นกัน โดยอ้างอิงจากราคาห้องที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ เริ่มแรกเราต้องคำนวณหาราคาต่อตารางเมตรออกมาให้ได้ก่อนโดยการนำค่าเช่าหารด้วยจำนวนตารางเมตร จากนั้นเราจึงนำราคาที่ได้ไปคูณกับพื้นที่ขนาดของห้องเรา เพื่อให้ได้ราคาปล่อยเช่าต่อเดือน ทั้งนี้ราคาที่ได้จะเป็นการคำนวณจากห้องเปล่า เจ้าของห้องสามารถปรับราคาให้สูงขึ้นหรือต่ำลงได้ตามลักษณะห้อง การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งมีหลายหลาย วิธีที่จะช่วยให้เราเพิ่มมูลค่าห้องได้ Example ตัวอย่างวิธีการคิดค่าเช่าบ้านแบบคิดค่าเช่าต่อตารางเมตร ห้องชุดที่ต้องการปล่อยเช่าเป็นรูปแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตารางเมตร ต้องตั้งราคาค่าเช่าเท่าไหร่ เมื่อห้องชุดที่เปรียบเทียบเป็นรูปแบบ 1…

5 เช็คลิสต์ จัดเฮ้าส์ปาร์ตี้ที่บ้าน ตอบโจทย์ New Normal

การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อ “New Normal” หรือรูปแบบวิธีชีวิตใหม่ เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น อันเนื่องมาจากการะบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ยิ่งเข้าใกล้ช่วงหยุดยาวคนไทยมีอุปนิสัยชอบสังสรรค์และให้ความสำคัญกับแต่ละเทศกาล รวมถึงวันสำคัญด้วยไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบ หรืองานปาร์ตี้พบปะในกลุ่มเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมนัดกันออกไปสังสรรค์นอกบ้าน เพราะคิดว่าสะดวกสบายกว่าไม่ต้องเตรียมอาหารเตรียมอุปกรณ์เอง แต่บางครั้งการเดินทางออกไปนอกบ้านก็ไม่ได้สะดวกเสมอไป เพราะคุณอาจพบกับปัญหาที่จะทำให้งานปาร์ตี้ของคุณกร่อยหรือล่มกันไปเลยก็เป็นได้ครับ เช่น รถติดทำให้ไปสาย ร้านเต็มไม่มีโต๊ะนั่งเพราะไม่ได้จองล่วงหน้า หาที่จอดรถลำบาก ค่าที่จอดรถแพง หรือบางคนก็อาจวิตกกับเรื่องเป็นห่วงคนที่บ้านและสัตว์เลี้ยงที่ต้องอยู่ลำพัง การเลือกจัดปาร์ตี้ที่บ้านแทนการออกไปข้างนอกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเลี่ยงการพบกับปัญหาเหล่านั้นได้ ทั้งประหยัดเวลาเดินทาง ความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และอาจประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าด้วย ถึงแม้จะต้องเตรียมอุปกรณ์กันบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวหรือกับกลุ่มเพื่อน ดังนั้นหากคิดจะนัดกันไปข้างนอกลองเปลี่ยนเป็นนัดกันมางานปาร์ตี้ที่ห้องหรือบ้านกันดูดีกว่าครับ เหมือนท่อนหนึ่งในบทเพลงของ Sam Hunt กล่าวว่า “You ain’t gotta leave the house to have a good time I’m a bring the good time home to you คุณไม่ต้องออกจากบ้านเพื่อจะมีช่วงเวลาดีๆ ฉันเอาช่วงเวลาดีๆ มามอบให้คุณถึงบ้าน” ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดู Must Have 5 ข้อ ที่ต้องมี เตรียมตัวให้พร้อมก่อนจัด House Party Must Have ที่ 1 รูปแบบและธีมงานปาร์ตี้ ก่อนเริ่มจัดงานปาร์ตี้ควรคิดรูปแบบหรือประเภทก่อนว่าจะจัดงานอะไร จัดที่ไหน จัดให้ใคร จัดเมื่อไหร่ เพื่อจะได้ลิสต์รายการออกมาได้ชัดเจนว่าเราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เช่น จัดงานเลี้ยงพบปะเพื่อนๆ จัดงานเลี้ยงวันเกิดลูก เป็นต้น เพราะแต่ละงานจะมีรูปแบบ อุปกรณ์ ภายในงานที่แตกต่างกันไป ส่วนที่จะทำให้งานปาร์ตี้ออกมาน่าสนใจและดูเก๋ขึ้นมานั้น คือ การกำหนดธีมงาน เช่น ธีมการแต่งกาย ปัจจุบันอุปกรณ์ตกแต่งงานปาร์ตี้ต่างๆ ก็สามารถหาซื้อได้หลายช่องทาง เช่น ทางอินสตราแกรมหรือเว็บไซต์ต่างๆ การซื้อของผ่านทางออนไลน์ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเราต้องรักษามาตรการ Social Distancing การมีระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่การซื้อของออนไลน์ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าและเผื่อเวลาที่ของจะส่งถึงเราด้วย รวมถึงบริการของนิติบุคคลบางแห่งก็มีบริการเสริมที่ได้เตรียมเมนูรายการจัดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งเหล่านี้ไว้ให้ Must Have ที่ 2 งานที่ดีต้องเตรียมเครื่องดื่มให้พร้อม ถ้าพูดถึงงานปาร์ตี้แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เครื่องดื่ม หากอยากเน้นเพื่อให้งานดูมีกิมมิคหรือลูกเล่นอะไรเพิ่มขึ้นลองมาดูการตกแต่งและรูปแบบการจัดวางเครื่องดื่ม เช่น การเลือกแก้วทรงสวยๆ และตกแต่งให้สวยงามด้วยดอกไม้หรือผลไม้ปักไว้ที่ขอบแก้ว หรือรูปแบบการเสิร์ฟใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสีสันความสนุกให้กับงาน และที่สำคัญเราควรจะดื่มแก้วของตัวเอง ไม่ดื่มแก้วของผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 Must Have ที่ 3 จัดปาร์ตี้ทั้งทีอาหารต้องจัดเต็ม ในส่วนของอาหารควรเลือกอาหารที่เป็นกลางๆ ไว้ก่อนครับ ทานง่ายได้ทุกเพศทุกวัย มีอาหารให้เลือกหลากหลายแต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีมากจนอาหารเหลือ เลือกรูปแบบการจัดวางอาหารที่ใช้อุปกรณ์ไม่มากนักและที่สำคัญคือต้องหยิบทานง่ายสะดวกกับแขกทุกๆ คน เช่น การเลือกอาหารเป็นบุฟเฟต์จัดวางไว้เป็นจุดๆ หรือย่างบาร์บีคิวเป็นไม้หยิบทานง่าย รวมถึง…

คอนโด 70k-150k บาทต่อตารางเมตร ได้อะไรบ้าง

หลายคนน่าจะเคยได้ยินเวลาไปดูคอนโดโครงการต่างๆ จะมีราคาต่อตารางเมตร ให้ผู้สนใจได้เปรียบเทียบราคาพื้นที่ว่าต่างกับโครงการอื่น หรือในโครงการเดียวกันเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าในโครงการเดียวกันบางที แม้เป็นห้องแบบเดียวกันเช่น 1 ห้องนอน แต่อยู่ต่างชั้น ต่างมุมก็ทำให้ราคาไม่เท่ากันได้ สิ่งยึดที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องราคาต่อตารางเมตรนี่แหละ คอนโดในราคา 70,000-150,000 บาท/ตารางเมตรนั้น เรียกได้ว่าเป็นโครงการระดับกลาง และได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ว่าแต่โครงการแนวนี้เขามีอะไรมาให้บ้าง เราขอแจกแจงไปตามหัวข้อ พร้อมตัวอย่างด้านล่างนี้เลยครับ ภาพจากโครงการ: เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง เฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์เป็นหัวข้อหนึ่งที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดก็ว่าได้ เพราะในราคาที่เราซื้อนั้น หากได้เฟอร์นิเจอร์มาด้วย ก็เท่ากับเป็นการช่วยผู้ซื้อ ไม่ว่าจะซื้ออยู่เอง หรือซื้อปล่อยเช่า ถือเป็นการลดต้นทุนไปได้พอดู โดยคอนโดราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Fully Furnished พอๆ กับ Fully Fitted แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี Party Furnished เลย เพราะก็ยังพอมีความต้องการจากกลุ่มที่อยากแต่งคอนโดเองอยู่บ้าง คอนโดในแบบ Fully Furnished ในบางครั้งอาจฟังดูว่าราคาสูง แต่ลองคิดคำนวนกับมูลค่าเฟอร์นิเจอร์และของที่ได้แล้ว เรียกได้ว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ความเชื่อที่ว่าโดยทั่วไปโครงการต่างๆ ที่มีราคาเฉลี่ยนต่อตารางเมตรอยู่ที่ 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรอาจอยู่นอกเส้นรถไฟฟ้า หรือนอกเมืองนั้น ความจริงต้องบอกว่าทำเลอย่างที่กล่าวมาอาจจะมีเยอะหน่อย หากแต่โครงการที่ใกล้รถไฟฟ้า หรือใจกลางเมืองก็ยังพอมีอยู่บ้าง ซึ่งสามารถดูยูนิต และตัวอย่างตามทำเลได้ตามนี้ครับ • คอนโดใกล้ MRT สถานีวงศ์สว่าง แต่งครบ พร้อมอยู่ ราคาเฉลี่ย 95,000 บาท/ตารางเมตร • คอนโด ซีล บาย แสนสิริ ห้องมุม สำหรับขาย พร้อมเข้าอยู่ ราคาต่อตร.ม. 121,967 บาท • เรื่องจริง เงิน 5 ล้าน ซื้อคอนโดย่าน CBD ได้ พื้นห้อง พื้นห้องมักใช้วัสดุจำพวกลามิเนต และกระเบื้องไวนิลเป็นส่วนใหญ่ จะมีใช้หินอ่อน แกรนิโต้และวัสดุอื่นๆ อยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว คอนโดราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรใช้วัสดุคุณภาพที่ดีในการปูพื้น ซึ่งพื้นครัว และพื้นห้องน้ำจะแจกแจงรายละเอียต่อไป เครื่องปรับอากาศ เกือบทุกโครงการในราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรจะมีเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ติดมาให้ ส่วนน้อยที่จะไม่ติดตั้งให้เลย ซึ่งมักเป็นแอร์แบบ Wall Type ติดผนังมากกว่าฝังฝ้าที่มีราคาสูง ภาพจากห้องตัวอย่าง CD186373 ห้องครัว หนึ่งในห้องสำคัญของคอนโดคือ ส่วนของครัว ที่วัสดุดีๆ มีคุณภาพ…

11 ไอเดียเตียงนอนติดพื้น Floor Bed แต่งบ้านแบบมินิมอล

หลายคนอาจเคยเห็นเตียงนอนติดพื้นกันมาบ้างแล้ว ต้องบอกก่อนว่าเทรนด์การเลือกใช้ Floor Bed หรือ ที่นอนแบบฟูก เริ่มเป็นที่นิยมของคนไทยกันมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศเองมีการใช้เตียงนอนติดพื้นแบบนี้กันมานานแล้ว เช่น ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า ฟุตง (Futon) หรือเกาหลีจะเรียกว่า อนดล (Ondol) เพราะพื้นห้องนอนนั้นจะมีความอุ่นและการนอนกับพื้นด้วยฟูกจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น นอกจากนี้ในบ้านเราก็สามารถนำ Floor Bed มาใช้ตกแต่งห้องนอนได้หลากหลายสไตล์เช่นกัน ทั้งเรียบง่ายแบบ Minimal คือใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สีผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเป็นสีโมโนโทน ไม่เน้นลวดลาย หรือสไตล์ Cozy Loft ที่ไม่เน้นความเนี้ยบ แต่มีบรรยากาศแบบอบอุ่น การแต่งห้องในสไตล์นี้มักเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และทุกวันนี้ Floor Bed ราคาค่อนข้างถูกกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อเตียงนอนแบบธรรมดาเพราะ Floor Bed มีเพียงแค่ฐานสำหรับวางฟูกก็เพียงพอแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไอเดียเตียงแบบ Floor Bed นี้ไปใช้แต่งห้องให้ลูกๆ ได้นะคะ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วค่ะ             ภาพประกอบจาก pinterest พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ   หาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: ซื้อคอนโด เช่าคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า, นิติบุคคลคอนโด, นิติบุคคลอาคารชุด, คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4 บทความที่เกี่ยวข้อง: เพิ่มพื้นที่ด้วยไอเดีย เตียงนอนมัลติฟังก์ชั่น แต่งห้องนั่งเล่นแบบมีสไตล์เหนือใคร ด้วยโซฟาหนังแท้ คอลเลคชั่นดีไซน์โซฟาแบบเข้ามุม เลือกโทนสีตามวันเกิด แต่งห้องให้ถูกโฉลก

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู