ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ใช้บัตรทางด่วน Easy Pass หรือ M-Pass สมัครแบบไหนดี

บัตรทางด่วน Easy Pass กับ M-Pass แตกต่างกันอย่างไร ใช้บัตรใบไหนดี ปัจจุบัน ผู้ใช้บัตรทางด่วน Easy Pass มีจำนวนกว่า 1 ล้านราย เมื่อใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี และสายกาญจนาภิเษกตะวันออก สามารถเข้าช่อง M – PASS เฉพาะรถ 4 ล้อ ได้ทันที ส่วนผู้ใช้บัตรทางด่วน M-Pass ที่มีจำนวนราว 1 แสนราย เมื่อใช้ทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยทุกเส้นทาง สามารถเข้าช่องอัตโนมัติ EASY PASS เฉพาะรถ 4 ล้อได้ทันทีเช่นกัน ทำให้การใช้งานร่วมบัตร 2 ระบบเข้าด้วยกัน คาดว่า จะทำให้มีผู้ใช้งานบัตรอัตโนมัติมากขึ้น และจะทำให้การจราจรบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง มีความสะดวกคล่องตัวมากขึ้น บัตรทางด่วน Easy Pass และ M-Pass ราคาเท่ากัน หาซื้อไม่เหมือนกัน บัตรทั้งสองแบบมีลักษณะเหมือนกัน ประกอบด้วย TAG สำหรับติดหน้ากระจกเพื่อใช้ในการผ่านทาง และ บัตรพลาสติกแข็ง ใช้สำหรับเติมเงิน แตกต่างกันตรงที่ บัตร M-Pass จะมีบัตรเงินสด KTB E-Money ของธนาคารกรุงไทย สามารถเติมเงินลงในบัตร E-Money ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินแยกต่างหาก เพื่อใช้รูดซื้อสินค้าและบริการที่มีเครื่องหมาย VISA ได้ทั่วประเทศ แม้ในขณะนี้จะสามารถซื้อบัตรทางด่วน Easy Pass และบัตร M-Pass ในราคาเท่ากัน คือ ฟรีเมื่อเติมเงินสำรองค่าผ่านทางล่วงหน้าขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ก็ต้องเลือกซื้อบัตรทางด่วน และเลือกใช้ รวมทั้งเลือกเติมเงินอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ดี ซื้อบัตร Easy Pass ได้ที่ไหน ปัจจุบันผู้ใช้รถสามารถเป็นเจ้าของบัตรทางด่วนทั้งสองแบบได้ฟรี โดยบัตร Easy Pass ยกเลิกค่าประกันความเสียหายตั้งแต่ปี 2555 ที่ผ่านมา แต่ต้องเปิดบัญชีและเติมเงินขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไปโดยสามารถเปิดซื้อบัตรทางด่วน Easy Pass ได้ที่ อาคารด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร ฉลองรัช บูรพาวิถี ได้ทุกด่าน ทางพิเศษกาญจนาภิเษก และทางพิเศษศรีรัชบางด่าน สำนักงานใหญ่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ถนนพหลโยธิน จุดพักรถ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บางนา (ขาออก) ศูนย์บริการลูกค้า บริษัท…

จุดเริ่มต้น พระโขนง-อ่อนนุช สู่ยุคที่เป็นมากกว่าการอยู่อาศัย

ตอนที่ 1 : พระโขนง-อ่อนนุช ในวันวาน พระโขนง – อ่อนนุช เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนเช่นกัน กับราคาขายต่อของคอนโดในย่านนี้ที่ขยับสูงขึ้นไปมากกว่า 50% รวมถึงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่ได้รับอยู่ที่ประมาณ 5-7% กับอัตราการอยู่อาศัยที่สูงถึง 77% และการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งบันเทิงต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบครัน ทำให้พระโขนง-อ่อนนุชในวันนี้ มีอะไรที่เป็นมากกว่าทำเลสำหรับการอยู่อาศัยไปแล้ว พระโขนง-อ่อนนุช มักถูกมองว่าเป็นทำเลครึ่งๆ กลางๆ จะบอกว่าเมืองเลยก็ไม่ใช่ จะนอกเมืองเลยก็ไม่ถูกเพราะเดินทางเข้าออกสะดวก และยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมคงอยู่ อีกทั้งยังเคยเป็นชุมชนที่มีความเจริญมากในช่วงหนึ่ง แต่หลังจากเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ทำให้การพัฒนาในย่านนี้เกิดหยุดชะงักไป จนวันที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวทอดรางมาสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช พระโขนงและอ่อนนุชก็ถูกหมายตาจากเหล่านักพัฒนาอสังหาฯ อีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับการขยายตัว และความหนาแน่นจากใจกลางเมืองที่ขยายออกมายังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอ่อนนุช ทำให้เหมือนเป็นจุดบรรจบของความเป็นเมือง เมืองใหม่ที่กำลังพัฒนา กับพื้นที่ของชานเมือง จวบจนวันที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายไปสิ้นสุดที่แบริ่ง ก็ทำให้ความก้ำกึ่งของย่านอ่อนนุช – พระโขนง หายไปจนกลายเป็นเมืองใหม่ขนาดย่อมๆ ที่มีองค์ประกอบสำหรับการอยู่อาศัย การเข้ามาของคอนโดที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงการพัฒนาแบบก้าวกระโดดที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีรถไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง พระโขนง-อ่อนนุช ในวันวาน ช่วงก่อนมีรถไฟฟ้าช่วงนั้นย่านพระโขนงก็เริ่มมีความเจริญอยู่พอสมควร เพราะมีการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ครั้งแรกๆ ของเมืองไทยในเครือเปรมฤทัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการพัฒนาในย่านนี้เป็นครั้งแรก ณ ตอนนั้นยังไม่มีถนนบางนา – ตราด หากใครจะไปบางแสน-พัทยา วิ่งเข้าสมุทรปราการ ต้องใช้ถนนสุขุมวิทเส้นเก่าอย่างเดียว ความเจริญจึงกระจุกตัวอยู่ที่เอกมัยเพราะมีท้องฟ้าจำลองมาเปิด และ บขส.สายตะวันออกเพื่อการเดินทาง ส่วนโรงเรียนก็มีโรงเรียนปทุมคงคามาตั้งใหม่ๆ แต่ขณะนั้นก็ยังมีโรงเรียนอีกหลายโรงเรียนในพื้นที่เช่น โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนพระโขนงวิทยา โรงเรียนศรีวิกรณ์ ให้ชุมชนเลือกเรียน แต่ความเจริญก็ยังอยู่เฉพาะแนวถนนใหญ่ ไม่ลึกเข้าไปด้านในๆ มากนัก อีกทั้งซอยอ่อนนุชเมื่อก่อนการจราจรในซอยมีแต่ 2 แถวเล็กเพราะถนนพอสวนกันได้ ตลอดทั้งซอยมีแต่หนองน้ำ บ้านแต่ละหลังมีลักษณะยกสูงหนีน้ำทุกหลัง แถวนั้นเมื่อก่อนติดเขตทุ่งบางกะปิ เมื่อหลุดจากตัวพระโขนงไปจนถึงใกล้ตัวเมืองสมุทรปราการจะมีซอยที่มีคนอยู่อาศัยมากๆ เช่น สุขุมวิท 101 หรือแบริ่งในปัจจุบัน ใครจะเดินทางไปยังพื้นที่นั้นต่างพากันส่ายหัวว่าทำไมเดินทางไปมาลำบากจริงๆ รถเมล์ก็มีแต่สาย 45 กับ สาย 2 บนถนนเส้นหลัก และรถ บขส. เท่านั้น ภาพประกอบจาก Facebook ย้อนอดีต…วันวาน หลังจากที่รถไฟฟ้าเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ใน 2 เส้นทาง หนึ่งในนั้นคือสายสุขุมวิท ระยะทาง 17 กม. ได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา สาย 1” ซึ่งสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช นับตั้งแต่รถไฟฟ้าเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2542 นอกจากความสะดวกสบายของการเดินทางจากเมืองรอบนอกเพื่อเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกว่า 15…

5 คำถามเช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง

เป็นที่รู้กันว่าข้อดีของการเลือกซื้อคอนโดมือสองก็คือ “รวดเร็วทันใจ” เราสามารถวางเงิน ทำสัญญาพร้อมโอน ตกแต่งและเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องนำเงินไปวางไว้เพื่อรอคอนโดสร้างเสร็จถึง 2-3 ปี ซึ่งเวลาเราเลือกดูตามเว็บไซต์หรืองานอีเวนต์ต่างๆ ที่รวบรวมหลายๆ โครงการไว้ด้วยกัน ถูกใจห้องไหนก็สามารถไปดูของจริง สัมผัส วัสดุจริงได้ หลายครั้งที่เรามักจะลืมถามคำถามหรือข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในการตัดสินใจซื้อคอนโด ดังนั้นถ้าเรามีคำถามเช็คลิสต์เป็นของตัวเองเอาไว้ ก็จะช่วยให้เราไม่พลาดข้อมูลเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบหาตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา Checklist ที่ 1 ทำเลที่ตั้ง การเดินทางทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ สะดวกมากน้อยแค่ไหน เข้าออกได้กี่ทาง Checklist ที่ 2 โครงการเริ่มสร้างและสร้างเสร็จในปีไหน เพื่อทราบอายุของอาคาร Checklist ที่ 3 ปัจจุบันโครงการมีอัตราการอยู่อาศัยกี่เปอร์เซนต์ สัดส่วนคนไทยและคนต่างชาติเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ซื้อคอนโดเพื่อลงทุนปล่อยเช่า หากมีอัตราการอยู่อาศัยสูง ก็มีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น หากชาวต่างชาติเยอะ ก็ปล่อยเช่าได้ราคาสูง Checklist ที่ 4 ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในโครงการและบริเวณรอบๆ โครงการมีอะไรบ้าง Checklist ที่ 5 อัตราค่าส่วนกลางต่อตารางเมตร และอัตราการคิดค่าน้ำ ค่าไฟ เท่าไหร่ และสุดท้ายต้องไม่ลืมสอบถามโปรโมชั่น ส่วนลดราคา หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ทางโครงการมอบให้ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ผู้ซื้อจะได้ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, Bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4, Property Management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อค้นหายูนิตฝากขายได้เลยครับ

5 เทคโนโลยีการอยู่อาศัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

รู้จักเทคโนโลยีที่พักอาศัยในยุคของ IoT (Internet of Things) ที่อะไรๆ ก็พัฒนาขึ้นเพื่อมาตอบสนองความต้องการ สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้คน พลัสฯ รวมเทคโนโลยีสำหรับคอนโด และเทคโนโลยีสำหรับบ้านมาไว้ให้แล้วที่นี่ IoT คือ สัญญาณเครือข่ายที่เชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยเซ็นเซอร์ โปรแกรม หรือเทคโนโลยีอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ระบบ ที่เชื่อมหากันติดต่อ แลกเปลี่ยน ถ่ายโอนข้อมูลกันได้ผ่านสัญญาณอินเทอร์เนต ในทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากแทรกซึมจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตไปแล้ว เมื่อทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เนต ข้อมูลต่างๆ อยู่บนออนไลน์ นำไปวิเคราะห์ให้ระบบได้เรียนรู้ จนสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน และนำมาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการได้สูงสุด เทคโนโลยีเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย คือ เทคโนโลยีที่จะมาช่วยให้การอยู่อาศัยในบ้าน คอนโด สะดวกสบายขึ้นโดยทำงานเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เนตภายในบ้าน หรือระบบไร้สาย เชื่อมต่อผ่าน Smart Phone เพื่อให้เราสามารถใช้งานได้อย่างอัตโนมัติ หรือช่วยเก็บสถิติการใช้งาน แจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆ จนกระทั่งเรียนรู้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงใจ ปัจจุบันหลายๆ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็มีการนำเทคโนโลยีที่พักอาศัยเหล่านี้เข้ามาพัฒนาในคอนโด บ้าน ทาวน์โฮม เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบและการบริการให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนในยุคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้รวบรวมเทคโนโลยี และนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ได้ถูกคิดค้น พัฒนาและนำมาใช้กับโครงการต่างๆ ในคอนโด และบ้านเดี่ยว เรามาดูกันว่ามีเทคโนโลยีอะไรที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ และทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นบ้าง 1. Home Automation เทคโนโลยี Home Automation นี้ คือ ระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งหมดภายในบ้าน คอนโด เช่น ควบคุมระบบไฟ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด กริ่งหน้าบ้าน เปิด-ปิดม่าน รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งทุกสิ่งเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต และควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน หรือแม้จะไม่ได้อยู่ในบ้านก็ตาม 2. Smart Facility Smart Booking ระบบการจองพื้นที่ส่วนกลางผ่านสมาร์ทโฟนพร้อมระบบการเเจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาการจอง เทคโนโลยีนี้ได้นำมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม และหมู่บ้านจัดสรรที่มีพื้นที่ส่วนกลางกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ เช่น ห้องประชุม ห้องเอนกประสงค์ อุปกรณ์ฟิตเนสเฉพาะอย่าง สระว่ายน้ำจากุซซี่ ฯลฯ ระบบนี้จะช่วยจัดการปริมาณการใช้งานได้โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หรือมีผู้ใช้จำนวนมาก และจำกัดเวลาการใช้งาน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกัน Smart Locker ระบบนี้ในคอนโดมิเนียมหลายๆ แห่งก็ได้พัฒนาขึ้นเป็นล็อกเกอร์ของตัวเอง หรือใช้บริการจากผู้พัฒนารายอื่น โดย Smart Locker นี้ สามารถรับพัสดุ สิ่งของได้ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือน ควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน Smart Mail Box ระบบเเจ้งเตือนการรับจดหมาย หรือเอกสารต่างๆ เเละสามารถใช้ QR CODE เพื่อปลดล็อกตู้จดหมายโดยไม่ต้องใช้กุญเเจ Smart Access ระบบการเข้า-ออกพื้นที่ผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งทางเข้าโครงการ ล็อบบี้…

เจาะลึก สุขุมวิท 39 ศูนย์กลางที่อยู่อาศัยของผู้บริหารชั้นนำ

ท่ามกลางความเจริญใจกลางตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ทำเลที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตและถือเป็นเป้าหมายแรกในการเลือกที่อยู่อาศัยก็ต้องมีชื่อของ “สุขุมวิท 39” ติดโผอยู่อันดับต้นๆ ด้วยความที่ทำเลนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางย่านธุรกิจ (Central Business District) ของประเทศ เพราะเป็นที่ตั้งของอาคารออฟฟิศจากบริษัทข้ามชาติมากมาย ยังไม่รวมถึงห้างสรรพสินค้าระดับบิ๊ก มีร้านค้าและร้านอาหารกระจุกตัวอยู่หนาแน่น ทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยที่มีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน และในครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ออกเดินทางลงไปสำรวจพื้นที่ย่าน “สุขุมวิท 39” กันอย่างละเอียดว่า ทำเลแถบนี้เหมาะกับใคร เข้ากับไลฟ์สไตล์แบบไหน รวมถึงจะคุ้มค่าหรือไม่หากจะเริ่มลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในโซนนี้ จากทุ่งนาสู่ศูนย์กลางย่านที่อยู่อาศัยถูกใจชาว Expat ระดับผู้บริหาร แรกเริ่มเดิมทีพื้นที่แถบพร้อมพงษ์หรือ “สุขุมวิท 39” นี้ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากพื้นที่รกร้างของทุ่งบางกะปิ มาจนปัจจุบันก็ได้กลายเป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยของนักธุรกิจชั้นนำและคนทำงานที่มีหัวคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของร้านขายของเก่า ร้านเฟอร์นิเจอร์ หรือคาเฟ่มากมายหลายรูปแบบที่ผสมผสานความเจริญและเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างลงตัว ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ทำเลย่าน “สุขุมวิท 39” ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย (Expatriate หรือเรียกกันย่อๆ ว่า Expat) ที่มักจะเป็นระดับของผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการของบริษัทที่ถูกส่งมาทำงานหรือดูแลธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นผู้ที่มีระดับรายได้ค่อนข้างสูงรวมถึงได้รับสวัสดิการที่ดี แถมมักจะมีการเดินทางย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยกันทั้งครอบครัว ออกสำรวจไลฟ์สไตล์ ลงเดินเท้าเข้าไปใน “สุขุมวิท 39” สำหรับการเดินทางที่เรียกได้ว่าสะดวกรวดเร็วที่สุดก็คงไม่พ้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ที่เชื่อมต่อไปยังแลนด์มาร์คต่างๆ บนเส้นสุขุมวิทได้อย่างรวดเร็ว โดยจากทางเชื่อม Skywalk ของ BTS เราจะสามารถเดินเท้าไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ชื่อดังที่ตั้งอยู่ทั้งสองฝากถนนอย่าง The Emporium และ The Emquartier ได้อย่างสบายๆ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองสถานที่นี้ก็ถือเป็นแหล่งรวมของร้านค้าแบรนด์แนม โรงภาพยนตร์สุดหรู รวมถึงร้านอาหารชื่อดังมากมายให้เลือก เมื่อออกจาก BTS พร้อมพงษ์ เดินลงบันไดมาฝั่งเดียวกับ The Emquartier เราก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งสามารถเข้าได้จากปากซอยที่เป็นถนนหลัก หรือจะเดินเข้าไปในซอยสุขุมวิท 37 เพื่อทะลุเข้าไปก็สามารถทำได้เช่นกัน ในซอยสุขุมวิท 37 นี้จะมีร้านอาหารที่ขอแนะนำอยู่ร้านนึง นั่นก็คือร้านที่ชื่อว่า Unagi NAKAMURA ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่กี่ที่สไตล์ญี่ปุ่น แต่มีเมนูเด็ดก็คือข้าวหน้าปลาไหลย่างที่มีรสชาติชุ่มฉ่ำจากซอสสูตรลับของทางร้านพร้อมเครื่องเคียงมากมายให้ทานกันได้แบบไม่มีเบื่อ แม้ว่าราคาของชุดอาหารเซ็ตข้าวหน้าปลาไหลจะแพงไปซักหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่จะมาลองทานดู เดินเข้ามาในซอยสุขุมวิท 39 อีกซักนิด เราก็จะพบ กับร้านกาแฟสดเล็กๆ ที่ชื่อว่า PO Coffee ที่เปิดให้มานั่งจิบกาแฟหอมๆ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า สำหรับใครที่ต้องการหามื้อเช้าเบาๆ ทานก่อนจะเดินไปขึ้น BTS เพื่อไปทำงาน โซนหน้าปากซอยสุขุมวิท 39 นั้นมีร้าน Lawson 108 ให้เลือกซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารเบาๆ อย่างโอเด้งแสนอร่อยทานกันได้ระหว่างทาง หรือใครที่อยากได้ทางเลือกเพิ่มเติม แถวหน้าปากซอยก็มีแผงรถเข็นขายอาหารและร้านเบอเกอรี่ให้เลือกอยู่มากพอสมควร จากปากซอยสุขุมวิท 39 เดินมาประมาณ 350 เมตร เราจะพบกับโครงการคอนโดมิเนียมที่มีเชื่อเรียกอันเป็นเอกลักษณ์ว่า THE XXXIX (อ่านว่า The…

ข้อควรรู้การมอบอำนาจโอนบ้าน คอนโดและที่ดิน พร้อมไฟล์หนังสือมอบอำนาจ ปี 2567

คนที่กำลังจะเตรียมซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เรามาเตรียมความพร้อมก่อนมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินให้เจ้าของรายใหม่ พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการโอนคอนโด บ้านและที่ดิน ได้ในบทความนี้ ด้วยชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง จึงทำให้ทุกอย่างต้องรวดเร็ว สะดวก กระชับฉับไวอยู่เสมอ แม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-โอนคอนโดและการมอบอำนาจโอนบ้าน ที่ทุกคนต่างเกิดคำถามและมีความคิดไม่อยากไปจัดการด้วยตนเองที่กรมที่ดินเพราะอาจต้องเสียเวลาเป็นวัน ไหนจะต้องเตรียมเตรียมหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดิน และเอกสารอีกมากมาย หลายคนจึงให้ทางตัวแทนโครงการจัดการแทน พร้อมมอบอำนาจที่ดินให้ทางโครงการที่ซื้อเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งการให้โครงการทำการโอนบ้าน โอนคอนโด เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่เสียหายอะไรสามารถทำได้ สำหรับคนอยากมีอสังหาฯ มีข่าวดี! มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567ลดค่าจดทะเบียนโอนและค่าจดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาฯ จาก 2% เหลือ 0.01% ลดค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาฯ จาก 1% เหลือ 0.01% เงื่อนไข : (เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน) เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ดังนี้ อาคารที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, บ้านแถว อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว หรือห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ที่จดทะเบียนอาคารชุด เฉพาะบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แม้อาจจะมีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้น้อยมาก แต่ก็ควรศึกษารายละเอียดขั้นตอนการโอนคอนโด และการมอบอำนาจโอนบ้านให้ผู้อื่นดำเนินการโอนแทนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลัสฯ ได้รวบรวมมาให้แล้วว่าต้องระวังอะไรบ้าง ข้อควรรู้การมอบอำนาจโอนบ้าน คอนโดและที่ดิน พร้อมไฟล์หนังสือมอบอำนาจ ปี 2567 1. การโอนบ้าน-คอนโด ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเองจริงหรือ? ก่อนอื่นต้องตอบข้อสงสัยดังกล่าวที่ว่าการโอนบ้าน-โอนคอนโดไม่ต้องไปด้วยตนเองเป็นเรื่องจริง สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีหลายโครงการ เสนอให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรือบ้าน เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์หรือต้องมอบอำนาจโอนบ้านไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองให้ยุ่งยาก ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากทางโครงการและธนาคารเป็นผู้เดินเรื่องการโอนบ้านให้ครบทุกขั้นตอน โดยผู้ซื้อหรือเจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง แต่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินให้เป็นกิจจะลักษณะ พร้อมแจกแจงรายละเอียดว่าหนังสือฉบับดังกล่าวทำขึ้นเพื่ออะไร และมอบอำนาจโอนบ้านที่ดินนี้มอบหมายให้ผู้ใดเป็นคนดำเนินการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการมอบอำนาจให้ตัวแทนจากโครงการ หรือผู้อื่นเป็นผู้ดำเนินการโอนบ้าน-คอนโดแทน ทั้งนี้หากเกิดปัญหาหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น ใบมอบอำนาจนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้ ดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจได้ที่นี่ 2. เอกสารที่ต้องเตรียม เมื่อต้องมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการ โอนบ้าน-คอนโดแทน สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมในวันนัดโอนของโครงการ นอกจากจะมีใบหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินเพิ่มเข้ามาแล้ว ยังมีเอกสารอื่นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ โฉนดที่ดินฉบับจริง (ทางโครงการเป็นผู้นำไป) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ ในกรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้แนบเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนมาด้วย หากมีคู่สมรส ให้แนบสำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส สำเนาใบจดทะเบียนสมรส และหนังสือยินยอมจากคู่สมรส ถ้าเป็นการมอบอำนาจ ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาทะเบียนบ้านผู้รับมอบอำนาจ 3. ค่าธรรมเนียมในการโอนบ้าน-คอนโด ค่าธรรมเนียมการมอบอำนาจโอนบ้าน-คอนโด 2% จากราคาประเมิน ค่าอากร คิด0.5% ของราคาซื้อขายแต่ต้องไม่ต่ำกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมาดา (หัก ณ ที่จ่าย) ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าคำขอ 20 บาท ค่าพยาน 20 บาท หากบ้านหรือที่ดิน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู