ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

12 เช็คลิสต์ในบ้านที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำ

การดูแลรักษาทำความสะอาดบ้านและคอนโดเป็นประจำก็เป็นส่วนนึงที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและมีบ้านที่น่าอยู่ วันนี้พลัสฯจึงมีเคล็ดลับการทำความสะอาดที่ควรทำเป็นประจำมาฝาก จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยครับ สิ่งที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน 1. กระเบื้องในห้องน้ำ เนื่องจากเป็นห้องที่ใช้ทุกวัน ควรใช้ไม้ทำความสะอาดหุ้มยางที่ใช้สำหรับเช็ดหน้าต่างเช็ดคราบเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา 2. จานอาหารที่ใช้แล้ว ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะจะทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย 3. โต๊ะทานอาหาร เคาน์เตอร์ครัว ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบสกปรกให้สะอาดหลังจากใช้งานเสร็จทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 4. ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาที่อยู่บนเตียง ก็ควรซัก หรือนำมาตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไรฝุ่น 5. พื้นบ้าน หากคุณมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง ควรจะทำความสะอาดพื้น 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 6. เฟอร์นิเจอร์ สิ่งที่ควรทำก็คือการปัดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นจับจนส่งผลให้บรรยากาศในบ้านดูเก่าหมองไม่น่าอยู่ สิ่งที่ควรทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง 7. ล้างเครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมล้างถังซักอยู่แล้ว หลังล้างถังซักผ้า จะมีคราบสกปรกหลุดออกมา ให้ใช้ฟองน้ำเช็ดคราบสกปรกในถังออกอีกครั้ง และเปิดถังให้ระบายความชื้น 8. ไมโครเวฟ ใช้เบคกิ้งโซดาในการเช็ดทำความสะอาดเพื่อช่วยลดกลิ่นอาหารที่หลงเหลืออยู่ 9. พัดลม เช็ดตัวพัดลมให้สะอาด ส่วนตะแกรงและใบพัด ให้ถอดออกแล้วเช็ดด้วยน้ำเปล่าหรือล้างด้วยน้ำยาล้างจาน เสร็จแล้วตากแดดหรือเช็ดให้แห้ง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งาน และยังช่วยทำลดการกระจายตัวของฝุ่น สิ่งที่ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือนครั้ง 10. ล้างแอร์จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าไฟอย่างน้อย 10% ยืดอายุการใช้งาน และยังช่วยป้องกันเชื้อโรคอีกด้วย 11. ซักพรมและเบาะ ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับพรม และเบาะโดยเฉพาะ เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก โดยเฉพาะพรม คือแหล่งสะสมฝุ่นเเละไรฝุ่น 12. ผ้าม่าน เป็นเเหล่งสะสมของไรฝุ่นและเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ พลัสฯหวังว่าเคล็ดลับที่นำมาฝาก นอกจากจะช่วยให้คุณทำความสะอาดบ้านได้อย่างเหมาะสม ยังช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย บทความที่เกี่ยวข้อง: 7 เรื่องห้ามลืม ก่อนปิดบ้านไปเที่ยววันหยุดยาว 7 เรื่องควรรู้ของชาวคอนโด เพื่อความน่าอยู่ที่มากขึ้นกว่าเดิม 10 วิธีซ่อมแซมของใช้ในบ้านแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อช่าง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง   หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาข้อมูลการบริการของเราเพิ่มเติมครับ

5 ข้อต้องรู้ก่อนซื้อทรัพย์สินรอการขาย (NPA) 2025

NPA คืออะไร? NPA หรือ Non-Performing Asset ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย คือ ทรัพย์สินรอการขาย หรือ ทรัพย์สินพร้อมขาย หมายถึง ทรัพย์ที่ธนาคารซื้อมาจากการขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้นำมาเป็นหลักประกันการกู้เงินและหลุดจำนอง หรือทรัพย์ที่ธนาคารได้มาจากการตีมูลค่าทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระหนี้คืนธนาคาร ความโดดเด่นของการซื้อบ้านรอการขาย (NPA) คือ ราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10% – 20 % อาจจะมีราคาถูกมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของบ้านและทำเลที่ตั้ง โดยผู้ซื้อสามารถเข้าไปตรวจสอบสภาพบ้านที่ต้องการซื้อได้ ทำให้ประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงได้ง่ายขึ้น   1. ผู้เสนอซื้อสามารถหาทรัพย์สิน NPA ที่ถูกใจได้ด้วยตนเอง ซึ่งผู้เสนอซื้อสามารถหาทรัพย์สินรอการขายได้จากเว็บไซต์ของธนาคารต่างๆ หรือตามเว็บไซต์ของตัวแทนอสังหาฯ ซึ่งหากเข้าตามเว็บไซต์ตัวแทนเหล่านี้ ผู้เสนอซื้อได้รับความช่วยเหลือได้มากกว่า ซึ่งทาง Plus Property มีความยินดีให้ความช่วยเหลือผู้ที่สนในสินทรัพย์ NPA เป็นพิเศษ ซึ่งสามารถติดต่อสอบถาม Plus Property ได้ทุกช่องทาง 2. ผู้เสนอซื้อสามารถและควรตรวจสอบที่ดินและสำรวจสภาพสิ่งปลูกสร้างถ้ามีก่อนยื่นขอจองซื้อ สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินรอการขาย ผู้ซื้อควรนัดหมายเปิดบ้าน ดูรายละเอียด ติดต่อกับหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์ของธนาคาร เพื่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ให้พาเข้าไปดูบ้านที่ต้องการ นอกจากนี้ผู้เสนอซื้อควรพาผู้รับเหมาหรือผู้เชี่ยวชาญไปดูด้วย เพื่อช่วยดูโครงสร้าง ประเมินค่าซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน 3. ผู้เสนอซื้อควรเสนอราคาซื้อให้สูงกว่าเริ่มต้นขายของธนาคารเสมอ เมื่อได้ทรัพย์สินรอการขายที่ต้องการจะซื้อแล้วให้ผู้เสนอซื้อจัดเตรียมเอกสารเสนอซื้อ และรอผลอนุมัติ – สำเนาบัตรประชาชน – สำเนาทะเบียนบ้าน – เงินประกันการซื้อทรัพย์สิน NPA เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ให้แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ซื้อทรัพย์สินรอการขายและคำเสนอซื้อทรัพย์สินรอการขาย ซึ่งภายในแบบฟอร์มจะประกอบด้วยรายละเอียดส่วนตัวของผู้เสนอซื้อ ราคาที่ต้องการเสนอซื้อบ้านหลังนั้นๆ พร้อมแนบเอกสารตามที่ธนาคารแจ้งขอ อีกทั้งในบางธนาคารจะให้มีการโอนเงินค่ามัดจำ หากไม่โอนเงินค่ามัดจำให้ธนาคาร คำขอซื้อบ้านจะไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของธนาคาร เมื่อส่งเอกสารทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ให้รอรับผลอนุมัติซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเพียง 3-5 วันทำการ ซึ่งผู้เสนอซื้อควรตั้งราคาสูงกว่าที่ทางธนาคารตั้งไว้เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการอนุมัติ ในกรณีนี้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ ธนาคารที่เรียกเก็บเงินค่ามัดจำไว้จะคืนเงินมัดจำให้ และหากทรัพย์สินรอการขายที่ต้องการยังไม่ถูกขาย ก็สามารถทำคำเสนอซื้อใหม่ได้อีก และอาจจะต้องเพิ่มราคาเสนอเข้าไปด้วย หากได้รับอนุมัติจากธนาคารแล้วต้องไปทำสัญญาซื้อขายภายใน 15 วันนับจากวันที่ระบุในหนังสือแจ้งผลการอนุมัติ พร้อมวางเงินทำสัญญา 10% ของราคาเสนอซื้อ โดยขอนับรวมเงินที่วางมัดจำ 1% เป็นส่วนหนึ่งของเงินทำสัญญาได้ ส่วนที่เหลืออีก 90% ต้องชำระด้วยเงินสด หรือกู้เงินจากธนาคารให้เรียบร้อยภายใน 30 วันนับจากวันที่ทำสัญญาซื้อ-ขาย ซึ่งในขั้นตอนการทำสัญญาซื้อ-ขาย บางธนาคารจะให้มาจ่ายเงินค่ามัดจำ 4.ยื่นขอสินเชื่อ ผู้เสนอซื้อควรยื่น Pre-Approve ก่อน Pre-approve สินเชื่อบ้าน หรือ การยื่นประเมินสินเชื่อบ้านในเบื้องต้นนั้นเป็นการขอตรวจสอบสถานภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ โดยพิจารณาจากราคาซื้อขายบ้านหรือคอนโดที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้ง รายได้ รายจ่าย และเครดิตหรือความน่าเชื่อถือ เช่น ติดเครดิตบูโร (ประวัติเสียในการชำระหนี้กับบัตรเครดิตและ/หรือสินเชื่อ) หรือไม่ ชำระค่าบัตรเครดิตครบถ้วนตรงเวลาหรือไม่ หาก Pre-approve ผ่าน หมายความว่า ผู้ขอมีโอกาสดีที่จะขอสินเชื่อผ่าน แต่หากผลเป็นตรงกันข้าม ก็ยังไม่ควรที่จะจองหรือตกลงซื้อบ้านหรือคอนโดกับผู้ขาย 5.สามารถยื่นกู้กับธนาคารอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารเจ้าของ NPA เมื่อทำสัญญาซื้อ-ขายแล้ว หากต้องการขอสินเชื่อให้ยื่นขอต่อจากการทำสัญญาดังกล่าว โดยขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารที่เจ้าของ NPA…

เทียบมาให้ คอนโดสไตล์รีสอร์ท ได้เปรียบอย่างไรในยุค COVID

ในเวลาที่สถานการณ์ทำให้เราต้อง Work from Home อยู่บ่อยๆ คอนโดติดรถไฟฟ้า อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป วันนี้พลัสฯ จะพามารู้จักคอนโดสไตล์รีสอร์ท พร้อมเทียบให้ชัดๆ ว่าคอนโดแต่ละแห่งแตกต่าง และน่าสนใจอย่างไรบ้างในช่วงเวลาแบบนี้ พื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาพที่ดีต่อใจ พื้นที่สีเขียวและต้นไม้คือสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามเมื่อเลือกที่อยู่อาศัยในเมืองอย่างคอนโด แต่หารู้ไม่วาเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยในการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศเช่นนี้ รายงานวิจัยด้านมลพิษทางอากาศจากปี 2563 ชี้ว่า มลพิษทางอากาศในปัจจุบันกำลังทำให้ประชากรทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยลดลงเกือบ 3 ปี และทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 8.8 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากมลพิษ มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มมีกระบวนการการรักษาที่เรียกว่า สวนบำบัด หรือ Horticultural Therapy เห็นได้ชัดจากตามโรงพยาบาลที่นิยมปลูกต้นไม้บำบัด เพราะสีเขียวจากใบไม้ นอกจากจะช่วยระงับความตื่นเต้นและอารมณ์หงุดหงิดแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลด้านสภาพจิตใจของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ต้นไม้สีเขียวเหล่านี้เองที่ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า อาการกลัว หวาดระแวง และยังช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจได้มากมาย ดังนั้นสำหรับคอนโดสไตล์รีสอร์ทแล้ว เรื่องบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องที่ต้องมาก่อน นั่นก็เพราะคอนโดสไตล์นี้ผ่านการดีไซน์โดยยึดแนวคิดจากรีสอร์ทเป็นหลัก ทำให้ในหลายๆ โครงการมีบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวายได้เป็นอย่างดี และเมื่อพูดถึงรีสอร์ทแล้ว การตกแต่งก็ต้องดึงดูดพอเช่นกัน และสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือบรรยากาศที่ต้องใกล้เคียงกับเวลาที่เราไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศให้มากที่สุด ตรงนี้เองที่ทำให้คอนโดสไตล์รีสอร์ทมีพื้นที่สีเขียวที่เด่นชัดไม่น้อยหน้าไปกว่าที่ไหนๆ ในยามตื่นนอนเรามักเจอต้นไม้ใบหญ้าคอยอรุณสวัสดิ์ถึงริมหน้าต่าง และเวลาที่เดินเล่นเราอาจเห็นต้นไม้ที่ไม่คุ้นตานานาพันธุ์มาสร้างสีสันภายในโครงการ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องธรรมชาติที่สัมผัสได้เวลาที่เข้ามาอยู่ในคอนโดสไตล์รีอสอร์ทนั่นเองครับ นอกจากนี้ เรื่องทำเลเองก็สำคัญไม่แพ้กัน คอนโดสไตล์รีสอร์ท มักเลือกทำเลที่ตั้งอันมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นริมแม่น้ำ หรืออยู่ในพื้นที่ที่สงบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ซึมซับความเป็นธรรมชาติได้มากที่สุด เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต่างกับการได้เดินทางไปพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศดีๆ ที่ต่างจังหวัดเลยก็เป็นได้ วิวดี ฟีลได้ ถ่ายรูปปัง ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ท อีกหนึ่งข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัด คือการเป็นสถานที่ที่ Photogenic หรือ ขึ้นกล้อง ส่งผลให้การอยู่ในคอนโดสไตล์รีสอร์ทนี้มีมุม หรือวิวที่น่าถ่ายรูปเยอะเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเป็นมุมที่ดูผ่อนคลายเหมือนกับเลาที่มาเที่ยว แต่จะยิ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบขึ้นไปอีกตรงที่ เมื่อเป็นคอนโดแล้ว เราอยู่อาศัยในทุกๆ วัน เรียกง่ายๆ ว่า…ยกบรรยากาศแบบวันลาพักร้อนมารวมไว้ให้ถึงในห้องและในพื้นที่ส่วนกลางกันเลยทีเดียว ส่วนกลางก็ดี กิจกรรมก็เด่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อคอนโด หรือเช่าคอนโดนั้น คือส่วนกลางของคอนโด ส่งผลให้คอนโดสไตล์รีสอร์ทใส่ใจในเรื่องของส่วนกลางเป็นพิเศษ ดังนั้น ไม่ใช่แค่ความครบครัน หรือการเลือกใช้วัสดุที่ดีเท่านั้นสำหรับคอนโดในรูปแบบนี้ แต่ยังสอดคล้องกับการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เราเห็นส่วนกลางของคอนโดสไตล์รีสอร์ทมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสที่มีผาจำลอง หรือ Co-Kitchen Space พื้นที่ครัวส่วนกลาง ที่ในบางที่ยังมีการปลูกผักที่สวนไว้บริการลูกบ้าน และที่ขาดไม่ได้ คือพื้นที่ Co-Working Space เพื่ออิสระในการทำงานที่ไม่ถูกจำกัดอยู่แต่ที่ห้อง หรือออฟฟิศเท่านั้น นอกจากนี้ในบางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ Outdoor มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดูหนังกลางแปลง หรือบาร์บีคิวริมน้ำ ที่ช่วยให้เราไม่เบื่ออีกด้วย kawa HAUS เปลี่ยนทุกวันให้เป็นวันพักผ่อนสุดสบาย กับคอนโดสไตล์รีสอร์ทริมน้ำในย่านอ่อนนุช คอนโดมีเนียม Low Rise สไตล์รีสอร์ทบนทำเลคุณภาพริมคลองพระโขนง จากแนวคิดของคำว่า “kawa” ที่แปลว่า “น้ำ” สู่ทุกองค์ประกอบที่สื่อถึงความร่มรื่นผ่านเส้นสายความโค้งของน้ำ ตั้งแต่ façade ของอาคารจนถึงระเบียงภายในห้อง ท่ามกลางความสงบของชุมชน T77 ที่มีครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น…

รวมข้อมูล คอนโดพระราม 4 บุกลึกย่านพระราม 4 สำรวจโซนที่อยู่สุดไพรเวท

ในเมืองฟ้าอมรอย่างกรุงเทพฯ นี้ ถ้าเราจะเปรียบว่าย่านสุขุมวิทคือพี่ใหญ่แห่งย่านธุรกิจ (CBD) อันแสนสำคัญแล้วล่ะก็ ย่าน “พระราม 4” ก็ถือเป็นพื้นที่ใกล้เคียงที่เปรียบได้กับน้องรองของ ถือเป็นพื้นที่โอบล้อมรอบศูนย์กลางความเจริญที่ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกันอย่างแน่นอน หากเราพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ จะพบว่าถนนเส้น “พระราม 4” ถือเป็นถนนเส้นที่ตีคู่ขนานไปกับเส้นสุขุมวิท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับย่านธุรกิจมีความสำคัญ แต่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านความเก่าแก่และความขลังแตกต่างออกไป ไล่เรียงมาตั้งแต่ ย่านเยาวราช สถานีรถไฟหัวลำโพง ตลาดสามย่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาดผ่านไปยังจุดสำคัญด้านธุรกิจสมัยใหม่อย่างสีลม สาทร ถนนวิทยุ อาคารมาลีนนท์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 ลากยาวไปจนถึงเขตตลาดคลองเตย ฯลฯ ซึ่งนอกจากย่านพระราม 4 แห่งนี้ จะเป็นทำเลอันเป็นรากฐานของการค้าขายระดับรากหญ้าทางเศรษฐกิจของประเทศแล้ว เมื่อเราเริ่มสำรวจเข้าไปลึกๆ ก็จะพบกับพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต รวมถึงแหล่งที่อยู่อาศัยมากมายอยู่ภายในเลยทีเดียว พระราม 4 พื้นที่อยู่อาศัย ที่ผสมผสานเอาไว้หลากหลายวีถีชีวิต ย่านพระราม 4 นั้น ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ของกรุงเทพฯ ที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่ทางธุรกิจ ชุมชนที่อาศัยเก่าแก่ และทำเลที่รวมเอาไว้ซึ่งความทันสมัยตามไลฟ์สไตล์คนเมืองเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งภาพรวมของพระราม 4 จะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูแบบเจาะลึกพร้อมกับเราได้เลย เริ่มต้นด้วยการปักหมุดออกสำรวจตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เมื่อเดินขึ้นมาเราจะพบกับ “ชุมชนคลองเตย” หรือชุมชนรอบท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่สมัยก่อนเรามักจะเรียกกันว่าสลัมคลองเตย แต่ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้กำลังได้รับการพัฒนาจากทางภาครัฐ เพื่อบล้างภาพเดิมๆ สู่การยกระดับเป็นหนึ่งในสมาร์ท คอมมูนิตี้ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเราลองมองสำรวจอยู่ภายนอก ก็จะพบว่าพื้นที่โซนนี้เริ่มมีการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ ที่โดดเด่นกว่าใครในย่านนี้เลยก็คืออาคารแบบมิกซ์ยูสของโครงการ “The PARQ” บริเวณแยกพระราม 4 “The PARQ” ซึ่งเป็นทั้งอาคารสำนักงานเกรด A แหล่งรวมร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์อาหารตั้งอยู่อย่างโดดเด่น เมื่อเดินสำรวจต่อเนื่องมา เราก็จะพบกับพื้นที่ของ “ตลาดคลองเตย” ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาหารสดขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้านค้าแบบสตรีทฟู้ดที่มีความหลากหลาย ที่สำคัญก็คือตลาดสดแห่งนี้เปิดทำการแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เห็นได้ชัดจากภัตตาคารชื่อดังอย่าง “ศรีทองโภชนา” ร้านอาหารจีนและซีฟู้ดชื่อดังในย่านนี้ ที่เปิดบริการมากว่า 20 ปี ตั้งอยู่ริมถนนเส้นพระรามสี่ ถัดจากตลาดคลองเตยไปไม่ไกลมากนัก “ซอยอารี” ถือเป็นอีกหนึ่งซอยที่มีความคับคั่งน่าสนใจ เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 รวมถึงเป็นที่ตั้งของคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดยักษ์อย่าง Asquare และ K Village ทีรวมเอาร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังไว้มากมาย แอบกระซิบด้วยว่าใครคิดถึงออนเซ็นญี่ปุ่น ที่นี่มี “ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา” ให้ลองใช้บริการได้ด้วย อาคารมาลีนนท์ ที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่น่าสนใจ เพราะเป็นศูนย์กลางของอาคารออฟฟิศที่มีความคึกคักที่สุดในย่านนี้ อีกทั้งฝั่งตรงข้ามยังมีคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดกลางอย่าง “สวนเพลิน มาร์เก็ต” ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าชื่อดังให้ใช้บริการอีกอย่างสบาย เดินสำรวจต่อมาอีกนิดหน่อย เราก็จะพบกับหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจที่สุดในย่านพระราม 4 นี้แล้ว นั่นก็คือโครงการ “OKA HAUS” โอกะ เฮาส์ ที่แม้จะอยู่ลึกเข้าไปจากริมถนนเส้นพระราม 4 ไปพอสมควร แต่นั่นก็ถือเป็นจุดเด่นที่มีความน่าสนใจ ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่ช่วยให้เราสามารถตัดขาดจากความวุ่นวายได้ นับว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี…

10 วิธีแก้เบื่อ เมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19

เนื่องจากจากระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ กระทรวงสาธารณะสุขได้ขอความร่วมมือผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางมาจากต่างประเทศ ต้องการกักตัว 14 วัน สำหรับบางคน 14 วัน เหมือนเป็นการพักร้อน แต่บางคน 14 เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานน่าเบื่อ ทำให้เกิดความอึดอัดที่ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน เพื่อช่วยลดความเบื่อหน่ายเหล่านี้ พลัสฯ มี 10 วิธีแก้เบื่อเมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19 มาฝากกันครับ 1. อ่านหนังสือ คุณลองหาหนังสือสักเล่มมาอ่าน เป็นการเพิ่มความรู้ ฝึกสมาธิ และยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย 2. ทำสวยอยู่บ้าน ในเมื่อออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ ก็ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะสครับ ขัดผิว มาส์กหน้า หมักผม ก็ทำให้คุณดูดีได้ 3. เรียนคอร์สออนไลน์เพิ่มความรู้ ความรู้สามารถเพิ่มได้ทุกวัน ถึงแม้จะถูกกักตัว แต่ก็เพิ่มความรู้ได้จากคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีมากมาย 4. ทำงานบ้าน/จัดบ้าน การทำงานบ้าน ช่วยให้บ้านมีระเบียบเรียบร้อยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แถมยังทำให้สุขภาพที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 5. ดูหนัง/ซีรีส์ หากคุณมีหนังเรื่องไหนที่อยากดูแล้วยังไม่มีเวลาว่าง โอกาสนี้ถือว่าเหมาะที่สุด เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับตัวคุณ 6. วาดรูป/ทำงานอดิเรกที่ชอบ แน่นอนว่าการวาดรูปหรือทำงานอดิเรกที่เราชอบ จะช่วยให้เราได้ผ่อนคลายจากความเครียด และทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย 7. ออกกำลังกาย แม้คุณอยู่บ้านก็ร่างกายแข็งแรงได้ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้จิตใจของคุณแจ่มใจ รูปร่างดี และไม่ป่วยง่าย 8. นั่งสมาธิ ฟังธรรมะ การนั่งสมาธิ ฟังธรรมะ คุณสามารถทำได้ทุกเวลา จะช่วยให้จิตใจของเราสงบมากขึ้นและสมาธิที่ดี ทำให้สามารถกลับไปทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. ทำอาหาร การทำอาหาร ลองเปิดเมนูในอินเทอร์เน็ต และลองทำตาม จะช่วยฝึกให้เรามีความคิดสร้างสรรค์และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น 10. โทรหาเพื่อนสนิท การอยู่คนเดียวทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ถ้าเราได้คุยกับเพื่อน วิธีนี้จะทำให้คุณหายเหงาได้แน่นอน เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 วิธีแก้เบื่อ เมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19 ที่เรานำมาฝาก อาจจะเป็นวิธีที่จะทำให้คุณแก้เบื่อได้บ้าง นอกจากวิธีแก้เบื่อแล้ว อย่าลืมแยกของใช้ส่วนตัว และงดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนโดยตรงให้ได้มากที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องสังเกตอาการว่ามีอาการเข้าข่ายอาการของโควิด-19 หรือไม่ บทความที่เกี่ยวข้อง 14 มาตรการรับมือ COVID จาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ อย่ามองข้าม! รู้ไว้ป้องกันได้ จุดสะสมเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องระวัง มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาข้อมูลการบริการของเราเพิ่มเติมครับ

มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย

หากใครเคยได้ยินเรื่องราวของ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ ที่มีมูลค่าราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัวจากวันแรกที่เปิดตัวในปีพ.ศ. 2531 และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีอายุร่วมกว่าสองทศวรรษในปัจจุบัน คงสงสัยกันอยู่ไม่น้อยว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ มีดีมานด์และมูลค่าสูงจากเดิมกว่าหลายเท่าตัว ใช่เพราะทำเลติดชายหาดหัวหินหรือเปล่า? หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย? คำตอบคือ แน่นอนว่าทำเลติดชายหาดหัวหินส่งผล แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือการทำงานของ ‘บริษัทบริหารนิติบุคคล’ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีผลอย่างสลักสำคัญและโดยตรงต่อดีมานด์และมูลค่าของโครงการ มีผลอย่างไร? คำตอบอยู่ในบทความนี้แล้ว บริษัทบริหารนิติบุคคลและบทบาทในการดูแลอาคาร, ส่วนกลางและสภาพแวดล้อมโดยตรง อาคารโครงการ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ ในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงบทบาทสำคัญของนิติบุคคลในการช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าโครงการ แน่นอนว่าต้องกล่าวถึง ‘หน้าที่โดยตรง’ ของนิติบุคคลในการดูแลและทำนุบำรุง ‘อาคาร, ส่วนกลางและสภาพแวดล้อม’ ของโครงการให้มีสภาพงดงาม, พร้อมใช้งาน และเหมือนใหม่อยู่เสมอ ยิ่งนิติบุคคลมีศักยภาพและความพร้อมในการดูแลอาคารมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการมากเท่านั้น ในกรณีตัวอย่างของ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ และในทุกโครงการที่พลัสฯ ดูแล นอกเหนือจากการดูแลอาคารทางกายภาพโดยปกติ เราจึงมีการทำ ‘Preventive Maintenance’ หรือ การบำรุงรักษาเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ ควบคู่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญโดยตรงที่จะช่วยดูแลบำรุงรักษาอาคารให้เหมือนใหม่อย่างตรงจุดและยั่งยืน ทีมช่างอาคารผู้เชี่ยวชาญของพลัสฯ เข้าทำการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผน Preventive Maintenance ให้กับโครงการบ้านเคียงฟ้า สรุปสมการ – บทบาทของนิติฯ ในการช่วยรักษา-เพิ่มมูลค่าโครงการผ่านการดูแลอาคารและสภาพแวดล้อม ศักยภาพในการดูแลอาคาร ↑ (ความพร้อมและคุณภาพของทีมช่าง, ทีมวิศวกร, เทคโนโลยี, ระบบการดำเนินงาน ฯลฯ) = คุณภาพและมูลค่าของโครงการ ↑   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัวระบบปฏิบัติการสุดล้ำ Building เชื่อม IOT พร้อมปล่อยแอปพลิเคชั่นใหม่ Living PLUS บริษัทบริหารนิติบุคคลและบทบาทในการดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้าน นอกเหนือจากการดูแลในส่วนอาคาร แน่นอนว่านิติบุคคลต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นกันที่การจัดการความเป็นอยู่ในจุดต่าง ๆ ของลูกบ้านให้มีคุณภาพและสอดคล้องกัน เช่น การกำหนดนโยบาย-กฏระเบียบ, การบริหารจัดการขยะ, การดูแลความปลอดภัย และอื่น ๆ ในยามที่ลูกบ้านมีปัญหาหรือมีความขัดแย้งกัน นิติบุคคลในฐานะผู้ที่ต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้านทุกคนและป้องกันความขัดแย้งที่อาจกระทบลูกบ้านคนอื่นก็จะต้องคอยเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลาง ไกล่เกลี่ย หาทางออก ตลอดจนเจรจาเพื่อลดความขัดแย้ง ในแง่นี้ เราจะเห็นว่านอกเหนือจากงานด้านเทคนิค การทำงานของนิติบุคคลยังมีลักษณะเป็น ‘Living Management’ ทำงานกับ ‘การดำรงชีวิต’ ของลูกบ้านโดยตรง ยิ่งนิติบุคคลสามารถบริหารจัดการ ‘การดำรงชีวิตของลูกบ้าน’ ให้มีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะ ‘รักษาลูกบ้านเดิม’ และ ‘ดึงดูดลูกบ้านใหม่’ มากขึ้นเท่านั้น การรักษาและขยายฐานลูกบ้านนี้สำคัญต่อการรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการ เพราะยิ่งโครงการสามารถรักษาและขยายฐานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีเงินทุนหมุนเวียน (จากค่าส่วนกลาง) สำหรับใช้ทำนุบำรุงโครงการให้มีคุณภาพและมูลค่าสูงมากขึ้นเท่านั้น และกลับกัน แน่นอนว่าหากนิติบุคคลบริหารจัดการความเป็นอยู่อย่างย่ำแย่ โอกาสที่ลูกบ้านจะโบกมือลา ปล่อยเช่า ปล่อยขาย ไม่เข้ามาดูแล ไม่จ่ายค่าส่วนกลางก็ยิ่งสูง สรุปสมการ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู