ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

รวบตึงทุกคำถาม ค่าส่วนกลางคอนโด หมู่บ้าน คืออะไร จ่ายแล้วไปไหน

ค่าส่วนกลางคืออะไร เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้นหรือไม่? แล้วจำเป็นต้องจ่ายไหม? ถ้าไม่จ่ายจะเกิดอะไรขึ้น? พลัสฯ รวบตึงคำถามที่หลายคนสงสัยมาไว้ให้แล้ว ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้พักอาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะซื้อมาในราคาเท่าไหร่ก็ย่อมอยากจะให้โครงการที่เราอยู่อาศัยมีการจัดการที่ดี สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ไปตลอด ดังนั้น เมื่อตัดสินใจ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด แล้ว ย่อมต้องมีค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาแน่นอน เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตได้ตามที่คิดไว้ ค่าส่วนกลางคอนโด ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน คืออะไร? ค่าส่วนกลาง หรือในต่างประเทศจะใช้คำภาษาอังกฤษว่า Maintenance Fee, Common Fee ตามกฎหมายพรบ. นิติบุคคลอาคารชุด คือ เงินค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการส่วนกลางของนิติบุคคลฯ เช่น การบริการ การดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการใช้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงค่าสาธารณูปโภค และการชำระภาษีต่างๆ การคำนวณค่าส่วนกลางคิดอย่างไร ค่าส่วนกลางจะถูกเรียกเก็บกับเจ้าของร่วมทุกคน ไม่ว่าจะเข้ามาอยู่อาศัยหรือใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ก็ตาม โดยจะคำนวณค่าใช้จ่ายจากขนาดพื้นที่ที่เป็นเจ้าของ หากคุณเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดจะจัดเก็บเป็นอัตรา/ตารางเมตร และ บ้านจำคำนวณพื้นที่เป็นอัตรา/ตารางวา เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดมิเนียมขนาดพื้นที่ 34 ตารางเมตร คิดอัตรา 50 บาท/ตารางเมตร ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,400 บาท/ปี ค่าส่วนกลางหมู่บ้านขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา คิดอัตรา 45 บาท/ตารางวา ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 24,000 บาท/ปี ในโครงการที่มีจำนวนยูนิตจำนวนมาก ค่าส่วนกลางมักจะราคาไม่สูงเนื่องจากมีจำนวนตัวหารเยอะ ทั้งนี้อัตราการคิดค่าส่วนกลางในแต่ละโครงการ จะขึ้นอยู่กับระดับ Segment ของโครงการนั้นๆ ขนาดพื้นที่ และความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บริษัทบริหารนิติบุคคล นำค่าส่วนกลางไปทำอะไรบ้าง จ่ายแล้วไปไหน? ค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วมในโครงการคอนโด หรือ โครงการหมู่บ้านจัดสรร นั้น นิติบุคคลฯ จะต้องนำมาบริหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อยู่อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้ สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้ ค่าใช้จ่ายตามสัญญา ในการว่าจ้างพนักงานฝ่ายบริหารอาคารฯ และช่างอาคาร, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ฝ่ายรักษาความสะอาด, งานดูแลสวนหย่อม, งานกำจัดแมลง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสาธารณูโภค ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา, ค่าโทรศัพท์, อินเตอร์เนท ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่นิติบุคคลอาคารชุดฯใช้ประกอบในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน, ซองจดหมาย, แบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ใบเสร็จรับเงิน และ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การจัดซื้อสารเคมีดูแลสภาพน้ำในสระว่ายน้ำ, การเติมน้ำมันระบบปั้มดับเพลิง, ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์/เครื่องจักร, ฯลฯ ทั้งนี้ยิ่งอาคารชุดมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพ และการชำรุดของเครื่องจักรต่างๆ…

มารยาทการอยู่ร่วมกันบนตึกสูง ว่าด้วยเรื่องของการใช้ลิฟต์

คนเมืองส่วนใหญ่ในแต่ละวันใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในอาคารสูง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในอาคารออฟฟิศหรือการพักอาศัยในคอนโดฯ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารร่วมกัน การที่จะทำให้คนจำนวนมากใช้งานอาคารได้อย่างดี มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพนั้น ส่วนหนึ่งนอกจากในเรื่องความทันสมัย เทคโนโลยีและความอัจฉริยะของระบบแล้ว ความมีระเบียบหลักเกณฑ์ และมีมารยาทในการใช้งานบริการสิ่งอำนวยความสะดวกก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในสังคมของการใช้ชีวิตร่วมกันในอาคารเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เชื้อ COVID-19 ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรการอยู่อาศัยของคนไปอย่างมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ New Normal ที่ไม่ว่าใครต้องปรับตัวตาม Plus Property มีแนวทางการใช้ลิฟต์ให้ถูกวิธีเพื่อความสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย ที่มีวิธีปฏิบัติได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. การกดปุ่มเรียกลิฟต์ ควรใช้อุปกรณ์ช่วยกดปุ่มขึ้นหรือลงที่ปุ่มกดหน้าชั้นเพื่อลดการสัมผัส เพียงปุ่มเดียว และครั้งเดียว การกดปุ่มเรียกลิฟต์ซ้ำ หลายๆ ครั้ง ไม่ช่วยให้ลิฟต์มารับได้เร็วขึ้น แต่กลับจะทำ ให้ปุ่มกดเรียกลิฟต์มีอายุการใช้งานสั้นลง นอกจากนี้การกดปุ่มเรียกลิฟต์ทั้ง 2 ปุ่ม (ขึ้น-ลง) จะทำ ให้ลิฟต์ทำงานช้าลง หลังจากกดเรียกลิฟต์เรียบร้อยแล้ว ให้คอยดูหรือฟังสัญญาณเสียงแจ้งว่าลิฟต์วิ่งมารับแล้ว 2. การเข้าในลิฟต์โดยสาร ก่อนที่ผู้โดยสารจะเดินเข้าไปใช้บริการ ควรให้ผู้โดยสารที่อยู่ภายในลิฟต์เดินออกมาก่อนทุกครั้ง เมื่อเข้าไปแล้วควรเดินชิดใน และเข้าใช้บริการไม่เกินจำนวนที่ฝ่ายจัดการฯ กำหนด เพื่อลดความแออัด หากมีสัมภาระควรพิจารณาว่าสามารถเข้าใช้บริการลิฟต์ตัวดังกล่าวได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ให้รอในรอบถัดไป หรือใช้ลิฟต์ตัวอื่น ในกรณีเร่งด่วนสามารถขออนุญาตผู้ใช้บริการร่วมเพื่อขอใช้บริการก่อนได้ 3. การกดปุ่มชั้นจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะไป เมื่อเข้าไปในห้องโดยสารแล้ว กดปุ่มหมายเลขชั้นที่ต้องการจะไป แล้วถอยหลังมายืนด้านในของห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ สามารถเข้าออกจากลิฟต์ได้โดยสะดวก ถ้าต้องการให้ประตูเปิดนานกว่าปกติ ให้กดปุ่ม “Door Open” ค้างไว้ ผู้ที่อยู่ใกล้แผงปุ่มกดลิฟต์ ควรต้องเป็นผู้กดปุ่มให้ประตูเปิดจนกว่าผู้โดยสารท่านอื่นจะเข้า-ออกเรียบร้อย และสอบถามผู้โดยสารในลิฟต์ว่าจะไปชั้นใด เพราะบางครั้งอาจจะไม่สามารถมากดปุ่มเลือกชั้นได้ 4. การขวางประตูลิฟต์ ถ้าประตูลิฟต์เกือบปิดสนิทแล้วขณะที่กำลังจะเข้าลิฟต์ ให้ถอยออกมาแล้วกดปุ่มเรียกลิฟต์ เพื่อเรียกลิฟต์ตัวอื่น การใช้มือ เท้า หรือวัตถุอื่นๆ เช่น ร่ม เพื่อหยุดการปิดประตูของลิฟต์ อาจเป็นสาเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หรือทำให้อุปกรณ์บางอย่างชำรุดเสียหายได้ 5. การสังเกตระดับชั้นก่อนเข้าหรือออกจากห้องโดยสาร ถึงแม้ว่าลิฟต์ในปัจจุบันนี้ถูกออกแบบให้จอดระดับชั้นใกล้เคียงกับระดับพื้นของอาคารมาก แต่อย่างไรก็ตามอาจมีบางครั้งที่ระดับชั้นในการจอดชั้นเพี้ยนไป ดังนั้น อย่าก้าวหรือออกจากลิฟต์ โดยไม่สังเกตระดับพื้นห้องโดยสารก่อน และถ้าหากสังเกตุเห็นระดับชั้นในการจอดของลิฟต์ผิดเพี้ยนไป ควรแจ้งให้ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเข้ามาทำการดูแลแก้ไขต่อไป 6. การออกจากลิฟต์อย่างถูกต้อง เมื่อลิฟต์จอดเสมอชั้นและประตูเปิดออกแล้ว ควรให้ผู้โดยสารที่ต้องการออกจากลิฟต์และอยู่ใกล้ประตูควรจะออกก่อน โดยไม่ต้องเกี่ยงกันว่าเพศใดหรือวัยใดควรออกก่อนหรือหลัง ถ้าลิฟต์จอดก่อนชั้นที่เราต้องการจะออก ให้เขยิบไปด้านข้าง เพื่อให้ผู้โดยสารท่านอื่นๆ เข้าหรือออกจากลิฟต์ได้รวดเร็วและปลอดภัย 7. การสำรวมกิริยามารยาท เมื่อต้องการใช้งานลิฟต์ ควรให้ผู้ที่ยืนรออยู่ก่อน เด็กและผู้สูงอายุใช้บริการก่อน ไม่ควรทานอาหาร หรือพูดคุยหยอกล้อเสียงดังในขณะใช้บริการลิฟต์ ไม่ทำให้ผู้โดยสารท่านอื่นๆ เสียเวลาโดยการขัดจังหวะการปิดประตูลิฟต์เพื่อพูดคุยกับผู้อยู่นอกลิฟต์ การสูบบุหรี่ที่จะเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ ดังนั้น ควรดับบุหรี่ก่อนเข้าไปในลิฟต์ทุกครั้ง การใช้ลิฟต์ร่วมกันในภาวะฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น กระแสไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ หรืออื่นๆ ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ลิฟต์เป็นเส้นทางหนีไม่ว่ากรณีใดๆ…

7 วิธีจัดห้องเช่าให้ปัง มัดใจผู้เช่าให้ไว

สำหรับนักลงทุนคอนโดที่ ลงทุนซื้อคอนโด เพื่อทำกำไรในการปล่อยเช่าคอนโดนั้น การให้ความสำคัญกับการตกแต่งห้องเช่าให้ดูมีราคา และน่าอยู่อาศัย จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้เช่าอยากอยู่อาศัยและตัดสินใจเช่าได้ง่ายขึ้น เคล็ดลับสำคัญ ที่ทำได้ง่ายๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เช่า ไม่ให้สามารถปฎิเสธได้ ทำได้ด้วยวิธีดังนี้ 1. ทำความสะอาดห้องเพื่อให้ห้องดูใหม่อยู่เสมอ ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญเมื่อผู้เช่ามาเยี่ยมชมห้องของเราเป็นครั้งแรก ห้องที่ดูสะอาดสะอ้านจะทำให้รู้สึกถึงความน่าอยู่อาศัย ดังนั้นเจ้าของห้องควรเตรียมทำความสะอาดห้องให้ปราศจากฝุ่นและคราบสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหน้าบานกระจกต่างๆ หน้าต่างห้อง รวมถึงกระจกในห้องน้ำ และตู้อาบน้ำ เพราะหากทิ้งคราบอันไม่น่าพึงประสงค์ไว้แล้ว จะทำให้ห้องดูเก่า และขาดการดูแล ไม่น่าอยู่อาศัย ทำความสะอาดให้ห้องดูใหม่อยู่เสมอ เพื่อการปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ง่ายขึ้น 2. จัดเก็บห้องให้เป็นระเบียบ หากการนัดเยี่ยมชม เป็นห้องที่ยังมีผู้พักอาศัยอยู่ หรือเรายังพักอาศัยอยู่ในห้องนั้น แต่ต้องการปล่อยเช่าคอนโดควรทำการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ เก็บสิ่งของไม่จำเป็นเข้าตู้ให้เรียบร้อย จัดเก็บที่นอน พับผ้าห่ม คลุมผ้าคลุมเตียงให้ดูน่านอน รวมถึงล้างจานชามที่อยู่ในครัว และนำขยะมีกลิ่นไปทิ้ง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้องดูน่าอยู่อาศัย 3. ซ่อมแซมห้องให้อยู่ในสภาพดี บ่อยครั้งจุดเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ภายในห้อง ก็สามารถทำให้ผู้เช่าตัดสินใจไม่เช่าห้องได้ เพราะกลัวเกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าพักอาศัย และทำให้ถูกปรับโดยการยึดเงินประกัน อีกหนึ่งความสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในการปล่อยเช่าคอนโด คือควรทำการซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ชำรุดให้อยู่ในสภาพดี เช่น ซ่อมโซฟาที่ขาด ทำการเก็บสีบนผนังที่หลุดลอก เปลี่ยนหลอดไฟให้ใช้งานได้ ซ่อมท่อน้ำที่ตัน เพื่อให้ผู้เช่ามั่นใจได้ว่า จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อย้ายเข้ามาพักที่ห้องนี้ 4. กำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ กลิ่น เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสัมผัสแรกที่ดี อีกทั้งช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดปล่อยเช่าได้ การใช้น้ำหอมปรับอากาศ หรือเปิดเครื่องทำอโรม่า โดยใช้กลิ่นธรรมชาติ อ่อนๆ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นทุ่งหญ้า จะช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่อาศัยมากขึ้น แต่ควรระวังไม่ใช้กลิ่นที่มีความฉุนและกลิ่นแรง เพราะอาจจะทำให้เวียนหัวได้ 5. ถ่ายเทอากาศและอุณหภูมิในห้อง ระหว่างที่เปิดห้องให้ผู้เช่าเข้าชม การถ่ายเทอากาศและอุณหภูมิในห้องเป็นสิ่งสำคัญ หากเราไปในช่วงเวลาที่ลมพัดเย็นสบายๆ ควรเปิดหน้าต่างให้ลมเข้าเพื่อเพิ่มจุดแข็งให้กับห้อง หรือหากเป็นห้องอยู่ในทิศที่แดดส่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เข้าเยี่ยมชม ควรปิดหน้าต่าง ปิดม่าน และเปิดแอร์ให้รู้สึกเย็นสบายไม่รู้สึกอบอ้าว 6. เติมบรรยากาศให้เหมือนห้องตัวอย่าง ห้องที่มีแต่เฟอร์นิเจอร์ ไม่มีการตกแต่ง จะทำให้รู้สึกธรรมดา แต่หากอยากจะมัดใจผู้เช่าให้ได้ไวแล้ว การสร้างบรรยากาศเป็นสิ่งสำคัญ เติมบรรยากาศให้ห้องดูสดใสน่าอยู่ขึ้น ด้วยการจัดวางพร็อพต่างๆ เช่น วางดอกไม้ประดับและนิตยสารเก๋ๆ บนโต๊ะรับแขก วางจานชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ บนโต๊ะอาหาร ให้เสมือนหนึ่งได้ดูห้องตัวอย่างสวยๆ จากโครงการ นอกจากเพิ่มมูลค่าให้ห้องแล้ว ยังปิดดิลได้เร็วอีกด้วย แต่อย่าลืมบอกคนเช่าว่าของชิ้นไหนสำหรับตกแต่งเท่านั้น เพื่อป้องการเข้าใจผิดในภายหลัง 7. จัดห้องให้เสมือนผู้เช่าได้อยู่จริง การเติมไอเดียให้ผู้เช่าได้จินตนาการว่าตัวเองได้มาอยู่อาศัยในห้องนี้แล้ว จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการตกแต่งห้องให้ดูเสมือนจริง จะช่วยเพิ่มความน่าอยู่มากขึ้น ด้วยการตกแต่งง่ายๆ เช่น ใส่ปลอกหมอน ปูผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ที่เป็นสีพื้น โทนสีเดียวกับห้อง แทนการปล่อยฟูกไว้โล่งๆ…

บริการหลังการขาย เรื่องสำคัญที่ผู้ซื้อคอนโดไม่ควรมองข้าม

บทความประจำคอลัมน์ PropNow โดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ propholic.com โดย คุณอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ การจะซื้อคอนโดซักห้อง หลายคนมักให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลและความน่าสนใจของตัวโครงการ ทั้งเรื่องดีเวลล็อปเปอร์ผู้พัฒนาโครงการ ทำเลที่ตั้ง รูปแบบห้อง facility ส่วนกลาง หรือความเหมาะสมของราคา ซึ่งนี่ก็เป็นปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกซื้อคอนโด แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะมองข้ามไป นั่นก็คือเรื่อง “บริการหลังการขาย (After-Sales Service)” ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะการซื้อคอนโดไม่ใช่เพียงซื้อแล้วจบเลย แต่ยังมีเรื่องของการอยู่อาศัยเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ หรือการขายต่อ-ปล่อยเช่า อีกด้วย ดังนั้นบริการหลังการขายจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่จะซื้อคอนโด ที่ควรนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจด้วย เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดีหลังการขายและไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ เพื่อการตัดสินใจซื้อที่เหมาะสม คุ้มค่า บริการหลังการขายในมุมผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ผู้ที่ซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง แน่นอนว่าเมื่อเราตัดสินใจซื้อห้องแล้วก็ย่อมอยากได้คอนโดที่อยู่แล้วพึงพอใจ ไม่มีปัญหา สภาพแวดล้อมในโครงการน่าอยู่ แต่คอนโดจัดเป็นที่อยู่อาศัยประเภทที่เป็นเจ้าของร่วมกัน นั่นหมายถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของคนจำนวนมากที่มีพื้นฐานชีวิตที่แตกต่างกัน การจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขโดยเกิดปัญหาน้อยที่สุดจึงต้องมีการบริหารจัดการ หรือที่เรารู้จักกันในบทบาทของทีมนิติบุคคล ที่ต้องทำหน้าบริหารจัดการภาพรวมในโครงการ ทั้งเรื่องกฎระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกัน เรื่องบริหารการเงินในโครงการ เรื่องการดูแลระบบวิศวกรรมอาคารและสภาพพื้นที่ส่วนกลาง รวมทั้งเรื่องกิจกรรมพิเศษต่างๆ ในโครงการหากเราได้คอนโดที่มีบริการบริหารจัดการโครงการที่เป็นมืออาชีพและเข้าใจลูกค้า ก็จะช่วยให้การอยู่อาศัยและใช้ชีวิตในคอนโดเป็นเรื่องง่าย ลดปัญหาเรื่องน่าปวดหัว และยังทำให้เรามีผู้ช่วยที่คอยดูแลรักษาโครงการให้มีสภาพดีและสวยงามน่าอยู่อีกด้วย บริการหลังการขายในมุมนักลงทุน ผู้ซื้อคอนโดเพื่อนำมาลงทุนขายต่อ ปล่อยเช่า ก็คงอยากให้ห้องที่ซื้อมาสามารถทำกำไรได้ มีผู้เช่าอย่างต่อเนื่องในราคาที่คาดหวัง หรือมีผู้ที่อยากซื้อห้องต่อที่ให้ราคาดี ดังนั้นนักลงทุนกลุ่มนี้เมื่อตัดสินใจซื้อคอนโดแล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องการหาลูกค้าหรือปล่อยห้องต่ออีกด้วย บริการตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า หรือที่เราเรียกกันว่า “เอเจ้นท์” จึงเป็นบริการหลังการขายที่เป็นตัวช่วยสำคัญของนักลงทุน เพราะหากเราได้เอเจ้นท์ที่เป็นมืออาชีพ มีฐานลูกค้าจำนวนมาก รู้จักและรู้ใจลูกค้า ก็ย่อมช่วยให้เราสามารถปล่อยคอนโดได้ง่ายขึ้น และเรายังได้ผู้ที่เป็นตัวแทนมาช่วยจัดการขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย อย่างที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก็มีธุรกิจที่เป็นบริการหลังการขาย ทั้งด้านการอยู่อาศัยที่มีบริการ Living Management ที่เป็นมากกว่านิติบุคคล แต่ดูแลครบทุกมิติของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้านการอยู่อาศัยร่วมกัน ด้านความปลอดภัยในโครงการ การดูแลโครงการให้อยู่ในสภาพดีไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ด้านการดูแลซ่อมบำรุงระบบวิศวกรรมอาคาร รวมถึงการจัดกิจกรรมสำหรับลูกบ้านที่ตอบโจทย์ทุกความหลากหลาย และยังมีธุรกิจที่ให้บริการด้านที่ปรึกษาตัวแทนอสังหาฯ เป็น Sales Mate ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า ที่ช่วยดูแลการลงทุนในคอนโด ให้คำแนะนำการลงทุนเชิงลึกและช่วยหาลูกค้าที่ตอบโจทย์ เพื่อให้การลงทุนในคอนโดเป็นเรื่องง่ายขึ้นเพราะการซื้อคอนโดเป็นการเลือกสินทรัพย์ก้อนใหญ่ที่จะมีข้อผูกมัดกับผู้ซื้อในระยะยาว บริการหลังการขาย จึงมิใช่เพียงเรื่องสำคัญที่มาหลังขั้นตอนการขายเท่านั้น แต่หากผู้ซื้อนำประเด็นนี้มาพิจารณาประกอบการเลือกซื้อคอนโดด้วยแต่ต้น ก็จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้านและได้ผลประโยชน์ครอบคลุมในระยะยาวมากยิ่งขึ้น   บทความที่เกี่ยวข้อง เศรษฐกิจซบแต่ทำไมตลาดเช่าที่อยู่อาศัยยังโต การเลือกซื้อคอนโดฯ ที่ใช่ กับ โครงการที่มีนิติฯ ดี แบบไหนหายากกว่ากัน วิกฤตโควิด-19 อย่ามองข้ามความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24…

รีวิว T77 น่าอยู่จริงไหม

T77 น่าอยู่จริงไหม? – ฟังจากปากลูกบ้านตัวจริง (รีวิวแบบละเอียดยิบ) หลายคนอาจจะสงสัยว่า T77 มันน่าอยู่จริงไหม? อยู่จริงจะเป็นอย่างไร? วันนี้ผมจะขอพามารีวิวแบบละเอียดยิบในฐานะลูกบ้านคนนึงที่อยู่ใน T77 และความคิดเห็นจากเพื่อนบ้านอีก 2 ท่าน ให้ได้รู้ข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย กันแบบตรงๆ ไม่มีหมกเม็ดหรือขายฝันครับ ทำเล แม้ว่าแสนสิริจะพยายามโปรโมตว่ามันคือ อ่อนนุช (เพราะทางเข้าด้านอ่อนนุชนั้นดูดีงามกว่า) แต่จริงๆ แล้ว T77 นั้นสามารถเข้าออกได้ 2 ทางครับ การเดินทาง จากประสบการณ์อยู่จริงแล้ว ผมและเพื่อนๆ อีก 2 ท่านดูเหมือนจะชอบฝั่งพระโขนงมากกว่าสำหรับการเดินทางด้วย BTS โดยหากออกไปทางอ่อนนุชนั้น โครงการที่ผมอยู่จะมีบริการรถกอล์ฟ ไปส่งถึงแค่ปากทางใกล้ๆ The Base Sukhumvit 77 เท่านั้น หากท่านใดขยันเดินต่อไปขึ้น BTS ก็สามารถเดินได้ประมาณ 700 เมตร แต่ปัจจุบันทางโครงการ T77 มีรถ Shuttle Bus ให้บริการแล้ว รับ-ส่ง จากโครงการไปยังสถานี BTS อ่อนนุช และ BTS พระโขนง ก็สะดวกดีครับ หรือหากจะใช้บริการพี่วิน ก็จะมีบริการอยู่หน้าคอนโด The Base Sukhumvit 77 ก็มีค่าบริการ 20 บาท สำหรับทางออกฝั่งพระโขนงนั้น วินอยู่หน้าทางออกโครงการเลย อีกทางเลือกคือ Grab Bike โดยจากประสบการณ์ส่วนตัวเป็นดังนี้ Grab Bike ราคาจากหน้าโครงการไป BTS อยู่ที่ 25 บาท แต่มีปริมาณรถให้บริการมากกว่ามากๆ และประทับใจกว่ามากครับ สำหรับขากลับนั้น หากท่านมาลงสถานีอ่อนนุชเพื่อใช้บริการพี่วินหน้า Tesco Lotus กลับเข้าโครงการ ราคา 35 บาท แต่ก็สามารถใช้บริการทางเลือกอย่าง Grab Bike ได้ตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ครับ หากท่านเลือกที่จะเดินก็สามารถเดิน ผ่านทางด้านหลัง Big C ซึ่งมีอาหารสำเร็จขายมากมาย แต่ข้อดีสถานีอ่อนนุชคือ มี supermarket ให้เลือกซื้อของได้ทั้ง Tesco Lotus และ Big C โดยใน Tesco Lotus นั้นก็มี Food court ขนาดใหญ่ไว้รองรับผู้คนในย่านนี้อีกด้วย…

5 เช็คลิสต์เตรียมบ้านก่อนวันหยุดยาวจำเป็นแค่ไหน ทำไมต้องทำ

ตรวจสอบระบบไฟฟ้า สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง หากมีการเสีย ให้ทำการซ่อมแซม หรืองดเปิดใช้งานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเสร็จ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง ในบริเวณต่างๆ และนำสายไฟขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วม รวมถึงปิดสวิทซ์ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (Main breaker) เพื่อป้องกันเกิดไฟฟ้าลัดวงจรระหว่างที่ไม่อยู่เคสตัวอย่าง ปกติผู้พักอาศัยรายนี้มักจะชอบเสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนอยู่ตลอดเวลา และมีแม่บ้านคอยเติมน้ำให้เต็มอยู่เป็นประจำเพราะต้องคอยดื่มน้ำอุ่นตลอด แต่เนื่องจากวันหยุดยาวแม่บ้านขอลากลับบ้านต่างจังหวัด และไม่ได้ฝากฝังอะไรไว้ ในช่วงเวลาที่แม่บ้านไม่อยู่นั้นเจ้าของบ้านก็ไม่ได้สนใจเติมน้ำให้เต็มและออกจากบ้านไปทำธุระทั้งๆ ที่สายไฟยังเสียบอยู่ ผลปรากฎว่าน้ำแห้งทำให้มอเตอร์ไหม้และเกิดไฟช็อตและเต้าเสียบระเบิด โชคดีที่ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติจึงสามารถระงับเหตุไว้ได้ ทำความสะอาด นำอาหารที่คงค้างในตู้เย็นออก และนำขยะภายในห้องไปทิ้ง เพื่อป้องกันการเน่าเหม็น คละคลุ้งห้องในช่วงที่ไม่อยู่ และถอดปลั๊กตู้เย็น เพื่อป้องกันไฟช็อตระหว่างไม่อยู่อีกด้วย ทั้งนี้ก่อนถอดปลั๊กตู้เย็นตรวจเช็คให้แน่ใจว่าตู้เย็นมีระบบลายน้ำแข็งด้วยตัวเองหรือไม่ (No frost) เพราะหากไม่มีเมื่อถอดปลั๊กออกแล้วอาจทำให้น้ำแข็งละลายเอ่อล้นไหลออกมาได้เคสตัวอย่าง ผู้เช่าคอนโดเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเวลา 5 วัน แต่ก่อนออกจากห้องได้ถอดปลั๊กตู้เย็นและปิด Main breaker โดยที่ไม่ทราบว่าตู้เย็นในห้องเป็นระบบธรรมดาจึงไม่ได้เอะใจว่าน้ำแข็งที่อยู่ในตู้เย็นจะละลายออกมา ปรากฎว่ามีน้ำไหลซึมออกมาจากห้องจนนิติบุคคลต้องแจ้งไปยังเจ้าของห้องว่ามีน้ำไหลซึมออกมา ทำให้พื้นห้องได้รับความเสียหาย ปิดวาวล์แก๊สตรวจสอบวาวล์น้ำ ตามจุดต่างๆ หากมีการรั่วไหล ให้รีบทำการซ่อมแซม น้ำซึมเพียงเล็กน้อย อาจจะก่อให้เกิดผลตามมาที่รุนแรง และเสียหายให้กับทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหากปล่อยไว้ในช่วงวันหยุดยาว ก่อนออกเดินทางควรปิดวาล์วน้ำหลัก เพื่อป้องกันเหตุน้ำรั่วน้ำซึมที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราไม่อยู่เคสตัวอย่าง ก่อนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศพบว่าท่อน้ำจากเครื่องซักผ้ารั่วซึมเล็กน้อยจึงเอาผ้าผูกเอาไว้รอกลับมาก่อนแล้วค่อยทำการซ่อมและไม่ได้แจ้งใครไว้ ผลปรากฎว่ากลับมาถึงพบน้ำท่วมไปทั้งห้องเพราะรอยรั่วขยายผลทำให้น้ำไหลออกมามากกว่าแค่ซึม ทำให้พื้นไม้ลามิเนตในบริเวณห้อง บวมและเสียหายไปทั้งห้อง เช็คกุญแจ ปิดประตูปิดหน้าต่าง อุปกรณ์ตัวล็อค ประตูหน้าต่างให้พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าต่างห้องน้ำและห้องครัวที่เป็นจุดที่คาดไม่ถึง หากจุดไหนมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ควรจะเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฝนสาด รวมถึงลมพัดสิ่งสกปรก หรือแมลงและสัตว์เข้ามาในบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านสกปรก ยังส่งผลให้เกิดความเสียหายกับห้องในบางกรณีอีกด้วยเคสตัวอย่าง ก่อนเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด 3 วัน ไม่ได้ปิดหน้าต่างเพราะคิดว่าไม่อยู่ในช่วงสั้นๆ และอยากให้ห้องมีอากาศถ่ายเทจึงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ผลปรากฎว่า มีผู้พักอาศัยชั้นบนสูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังไม่ได้ดับลงมานอกหน้าต่าง ทำให้ก้นบุหรี่ตกไปยังผ้าที่ตากไว้และเกิดควันไฟลุกลามไปในห้อง โชคยังดีที่ Smoke detector ที่ตรวจจับควันส่งสัญญานเดือนไปยังห้องระบบของนิติบุคคลจึงระงับเหตุได้ทัน ทำเป็นว่าบ้านมีคนอยู่ เปิดไฟในบ้านให้เหมือนมีคนอยู่อาศัย หรือติดตั้งหลอดไฟที่สามารถตั้งเวลาติดได้เองในเวลากลางคืน และดับลงในเวลาที่มีแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ให้ฝากฝังนิติบุคคลให้ช่วยเป็นหูเป็นตาและช่วยดูแลบ้านให้ในช่วงที่เราไม่อยู่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ บทความที่เกี่ยวข้อง: รับมือหน้าฝนในยุคดิจิทัลด้วย 6 แอพพลิเคชั่นเด็ด 3 ปัญหาหนักใจของลูกบ้านให้นิติฯ ช่วยรับมือ

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู