ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

5 วิธี การอยู่อาศัยในคอนโดกับสภาวะที่มีฝุ่นละออง

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ดูเหมือนจะยังไม่เบาบางลง สร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองกรุงเป็นอย่างมาก แม้ว่าการแก้ปัญหาในระยะยาวอาจต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนแนวนโยบายมหภาคเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ในระยะสั้นเราทุกคนควรร่วมกันป้องกันตนเองและครอบครัวจากฝุ่นละอองก่อน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียม พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โดยฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย จากบทบาทหน้าที่ในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกบ้าน มีข้อแนะนำการอยู่อาศัยในคอนโดให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองเพื่อเป็นแนวทางการป้องกันตนเองจากภัยร้ายให้ทุกท่านได้พิจารณานำไปใช้กันครับ 1. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้แนวดิ่งในคอนโด คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่าสิ่งที่ปกป้องชีวิตเราได้ดีจากมลภาวะในอากาศก็คือพืช โดยพืชแต่ละชนิดต่างก็มีคุณลักษณะที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ซึ่งสามารถดักจับฝุ่นละอองได้ 10-90% ขึ้นกับชนิดของพืช แม้ว่าโครงสร้างของผิวใบจะดูดซับหรือจับตัวฝุ่นได้ 10 ไมครอน แต่ฝุ่น PM2.5 ก็สามารถช่วยดักจับได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน หากเลือกอยู่ในโครงการที่มีพื้นที่สีเขียวมากมาย ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านได้พักผ่อนใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว ต้นไม้ใหญ่ ไม้ประดับตกแต่ง พุ่มไม้เหล่านั้น ยังเป็นเสมือนเครื่องกรองอากาศที่ทำหน้าที่ฟอกก๊าซพิษ รวมทั้งฝุ่นละออง PM 2.5 ให้กับผู้อยู่อาศัย โดยละอองฝุ่นที่ล่องลอยในอากาศจะติดค้างอยู่บนผิวใบ และเมื่อฝนตกลงมาฝุ่นเหล่านี้ก็จะถูกชะล้างลงดินไปแทนการถูกสูดดมเข้าร่างกายจนเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เรียกได้ว่าพื้นที่สีเขียวที่โครงการ มีส่วนช่วยให้คุณภาพอากาศภายในที่พักอาศัยดีขึ้น 2. สร้างอากาศดีในห้อง แม้ว่าจะไม่ได้เปิดประตูหรือหน้าต่างแต่ก็อาจมีฝุ่นละอองที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาด ดูดฝุ่น เช็ดฝุ่น กำจัดสิ่งสกปรกอยู่เสมอ นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ภายในห้องพักและริมระเบียงห้องพัก ก็สามารถช่วยฟอกอากาศได้อีกด้วย เช่น ต้นจั๋ง ว่านหางจระเข้ สาวน้อยประแป้ง ต้นจั๋ง เป็นพืชในตระกูลปาล์ม เป็นพืชที่ต้องการแสงแดดพอสมควร ไม่ต้องการน้ำมาก ขยายพันธุ์โดยการใช้หน่ออ่อนไปปลูก ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับสารพิษในอากาศได้ดีมาก ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่คนนิยมนำมารักษาแผล บำรุงผิวและผม ยังมีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา ปวดศีรษะ ไปจนถึงโรคหอบหืด สาวน้อยประแป้ง เรียกอีกชื่อว่า สโนว์ดรอป ชอบอยู่ในที่ร่มรำไร ต้องการความชื้นสูง จึงไม่ควรให้ถูกแดดโดยตรง สามารถดูดสารพิษได้ในระดับปานกลางถึงมาก 3. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในช่วงนี้การทำกิจกรรมทุกอย่างควรจะอยู่ในที่ปิด เช่น ออกกำลังกายในฟิตเนส แต่หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมหรืออยู่กลางแจ้ง แม้จะเป็นในบริเวณคอนโดก็ควรป้องกันโดยการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งต้องเป็นชนิด N95 จึงจะสามารถกรองฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอนได้ 4. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการดังต่อไปนี้ จาม แสบจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เนื่องจากฝุ่นพิษชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้่ กระตุ้นให้คนที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สำหรับผลกระทบระยะยาวจะส่งผลให้การทำงานของปลอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองแม้ไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม และมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินควรมีเบอร์โทรหรือแจ้งนิติบุคคลเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที 5. ร่วมมือกันลดปัจจัยเสี่ยงด้านฝุ่นละอองในคอนโด ร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในคอนโด เช่น ไม่กวาดเศษขยะทิ้งบริเวณหน้าห้องหรือระเบียง ไม่สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง นอกจากนี้นิติบุคคลควรเพิ่มการดูแลทำความสะอาดบริเวณส่วนกลางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กวาดและทำความสะอาดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอแต่หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีลูกบ้านจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจายรบกวนลูกบ้าน และหมั่นดูแลสวนและต้นไม้ให้ร่มรื่นอยู่เสมอ   พลัส…

9 เรื่องรู้ไว้จะได้ไม่ผิดใจกับคนข้างๆ (บ้าน)

ช่วงนี้หลายคนหยุดอยู่บ้าน Work From Home กันซะเป็นส่วนใหญ่ และในบางโครงการพื้นที่ส่วนกลาง สโมสรก็ปิดกั้นพื้นที่เพื่อสร้าง Social Distancing กัน หรือบางคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านในระยะนี้ ดังนั้นการใช้เวลาที่บ้านหรือคอนโดจึงมีมากกว่าปกติ เมื่อเราอาศัยอยู่ร่วมกับคนหมู่มากก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง บางครั้งอาจจะเกิดจากปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ กระทำไปด้วยความเผลอไผล ไม่รู้ หรือไม่ตั้งใจ จนอาจบานปลายไปถึงขั้นต้องใช้กฎหมายเข้ามายุติปัญหา ดังนั้น ก่อนที่จะเกิดปัญหาเรามาหาทางป้องกัน การศึกษาแนวทางทำความเข้าใจไว้ก่อน เพื่อให้ไม่มีปัญหาตามมาหรือเกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงรวบรวมปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ เพื่อที่จะได้ระมัดระวังไม่ไปละเมิดสิทธิเพื่อนบ้านให้ขุ่นเคืองใจกัน ใครๆ ก็อยากอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจ จริงไหมครับ 1. สุดขอบชิดเขต (บ้าน) เขตกรรมสิทธิ์ที่ดินตามหลักกฎหมายเรียกว่า “แดนกรรมสิทธิ์” หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าขอบเขตและกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่ใช่แค่เพียงบนพื้นดินเท่านั้น ยังรวมไปถึงใต้ดินอีกด้วย ดังนั้นการสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของคนอื่น ทั้งบนดินหรือใต้ดินก็ดีล้วนแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งในกรณีที่ต้องการจะสร้างหรือต่อเติม ควรเว้นระยะถอยร่นจากเขตแดนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ 1) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร 2) อาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 3 เมตร 3) แต่ถ้าระยะถอยร่นน้อยกว่าที่กำหนด ก็ต้องก่อสร้างเป็นผนังทึบตลอดแนวด้านนั้นและผนังหรือระเบียงต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร หากต้องการก่อสร้างชิดแนวเขตที่ดินของผู้อื่น จะต้องให้เจ้าของที่ดินแปลงนั้นเซ็นต์ยินยอมและต้องก่อสร้างเป็นผนังทึบตลอดแนวด้านนั้นและมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร 2. มีรั้วกั้นแต่ต้องร่วมกันช่วยรักษา ตามหลักกฎหมายแล้วรั้วกำแพง รั้วต้นไม้ หรือคูน้ำ ที่กั้นระหว่างบ้านนั้นถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ต้องรับผิดชอบการดูแลซ่อมแซมทั้งคู่ การรื้อถอนหรือดัดแปลงจะทำโดยพลการไม่ได้ นอกจากนี้ในบางพื้นที่มีการกำหนดวัสดุสำหรับใช้ในการสร้างรั้ว และยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงของรั้ว โดยความสูงของรั้วหน้าบ้านต้องไม่เกิน 1.20 เมตร รั้วหลังบ้านไม่เกิน 1.80 เมตร และรั้วต้นไม้สูงได้ไม่เกิน 2.40 เมตร ในกรณีที่ต้องการสร้างหรือต่อเติมให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกสามารถทำได้บนที่ดินของตนเองแต่ต้องมีความสูงไม่เกิน 3 เมตร แม้เพื่อนบ้านไม่ยินยอมก็ตาม เพราะถือว่าสร้างบนเขตที่ดินของเราเอง 3. น้ำฝนจากหลังคาตกลงมาที่บ้านเขา น้ำฝนจากหลังคาหรือรางน้ำฝน หากตกลงไปบ้านข้างเคียงอาจก่อให้เกิดปัญหาอย่าง “ดินเกิดการกัดเซาะ” “มีน้ำท่วมขังจนระบายไม่ทัน” หรือแม้แต่น้ำที่กระเซ็นไปโดนสิ่งของของข้างบ้านจนเกิดความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนและฟ้องร้องให้มีการรื้อถอนได้อีกด้วย 4. วิวทิวทัศน์เห็นไม่ชัดเพราะบ้านบัง วิวทิวทัศน์ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยของการเลือกที่อยู่อาศัย แต่ถ้าหากเพื่อนบ้านต่อเติมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงการปลูกต้นไม้ที่บดบังวิวทิวทัศน์ก็สามารถยื่นฟ้องร้องได้ นอกจากนี้กฎหมายท้องถิ่นมีการห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางหรือบดบังความสวยงามของทะเลและป่าเขา ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ของส่วนรวม ในส่วนของผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโด แม้เรื่องวิวอาจจะไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้เพื่อนข้างห้อง แต่การสร้างภาพลักษณ์บริเวณระเบียงห้องของตนเอง เช่น การตากแขวนเสื้อผ้า การวางของต่างๆ ที่ทำให้ทัศนียภาพการมองเห็นเมื่อมองเข้ามาดูไม่สวยงาม ก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจนะครับ เพราะถือเป็นการร่วมกันรักษามูลค่าให้กับคอนโดเช่นกัน 5. ผลไม้เขา เราไม่เด็ด ดอกหรือผลที่โตข้ามเขตบ้านแต่ไม่ได้ร่วงหล่นเองตามธรรมชาติไม่สามารถเด็ดได้ เพราะถือเป็นกรรมสิทธิ์เจ้าของต้นไม้ มีความทางอาญาเลยทีเดียว กรณีที่ปลูกต้นไม้หรือไม้เลื้อยไว้ริมรั้วแล้วเกิดแตกกิ่งก้านตลอดจนส่วนของรากยื่นเข้ามาในเขตบ้าน เจ้าของบ้านสามารถขุดรากและตัดกิ่งก้านออกได้เลย แต่จะทำลายทิ้งทั้งต้นไม่ได้…

คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดคือใคร

ข้อควรรู้เกี่ยวกับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ก่อนอื่นต้องอธิบายคำว่าคณะกรรมการนิติบุคคลกันสักนิดว่าเป็นใคร ทำหน้าที่อะไรในคอนโดบ้าง คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดหรือคอนโด คือ ตัวแทนของเจ้าของร่วม หรือตัวแทนเจ้าของคอนโด ที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและเป็นผู้ควบคุมงบประมาณนั่นเอง สำหรับคอนโด หรือตึกสูง พ.ร.บ.อาคารชุด ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าจะต้องไม่ต่ำกว่า 3 และไม่เกิน 9 ต่อหนึ่งนิติบุคคล   ต่อไปนี้เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเจ้าของ หรือบุคคลที่กำลังคิดจะเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ไว้ใช้เป็นแนวทางนะครับ ความหลากหลาย และร่วมระดมสมอง คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่ดี ควรจะประกอบด้วยตัวแทนจากหลากหลายสายงาน เช่น การเงิน วิศวกร การตลาด ทนาย เป้นต้น เพื่อจะนำความรู้ในสายงานของตนเองมาส่งเสริมการกำหนดแนวทางในการบริหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าของร่วมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนบุคคล รวมถึงร่วมกันให้มุมมองที่แตกต่างในการช่วยแก้ปัญหาแต่ละเรื่องด้วย 4 นิติบุคคล ผู้นำคอนโดให้ยั่งยืน มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข ประชุมประจำปีสำคัญไฉน หนึ่งในปัญหาที่พบเจอตลอดเมื่ออยู่คอนโดคือการที่เจ้าของร่วมไม่ยอมเข้าประชุมประจำปี เพราะคนทั่วไปมีทั้งไม่ทราบความสำคัญ คิดว่าเป็นการเสียเวลา และรู้สึกเบื่อกับการประชุมในแต่ละครั้งที่กินเวลานาน คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดมีส่วนช่วยได้มากในการจูงใจให้เจ้าของร่วมเข้าประชุมประจำปี ตั้งแต่ช่วยประกาศและเตือนเจ้าของร่วมให้มาร่วมประชุม กำชับให้นิติบุคคลเตรียมเอกสารให้พร้อม รวมไปจนถึงรวบรัดให้ขั้นตอนการประชุมชัดเจนและกระชับที่สุด เพื่อให้ผู้มาร่วมประชุมรู้ได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถทำธุระอื่นต่อได้ 5 เรื่องสำคัญ ประชุมใหญ่ประจำปีที่ห้ามพลาด ทำตามกฎ จัดตามระเบียบ กฎต่างๆ ที่ได้ตกลงไว้ร่วมกันระหว่างเจ้าของร่วมแล้ว คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดก็มีหน้าที่ต้องทำตามไม่ต่างกัน และยิ่งต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นที่กล่าวหาได้ว่ามีสิทธิพิเศษเหนือเจ้าของร่วมคนอื่น ยกตัวอย่างเช่นปัญหาการค้างชำระหรือชำระค่าส่วนกลางล่าช้า หนึ่งปัญหาที่มักพบบ่อยในการอยู่ร่วมกันในคอนโด หากคณะกรรมการนิติบุคคลคอนโดไม่ค้างชำระแล้ว ก็สามารถพูดได้เต็มปาก สอบถามเจ้าของร่วมคนอื่นให้จ่ายให้ตรงเวลาได้ เพราะเงินค่าส่วนกลางนั้นเป็นเงินสำคัญในการนำมาปรับปรุงส่วนกลางและพัฒนาส่วนต่างๆ ของอาคาร ถือเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คนที่อยู่ร่วมกันในคอนโด 5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโด เรื่องราวการดูแลที่มากกว่าหน้าที่ กับงานบริหารนิติบุคคลคอนโด นอกเหนือจากเรื่องการประชุม การใช้ประสบการณ์และทำตามกฎแล้ว คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดอาจมีสิทธ์พบเจอปัญหาอื่นๆ ที่ต้องแก้ไขและรับมืออีก เช่น ใช้ทรัพย์ส่วนกลางกันจนเสียหาย ปัญหาน้ำรั่วน้ำซึม ค่าไฟฟ้าส่วนกลางที่แพงเกินไป เงินค่าส่วนกลางที่เก็บเกินจริงส่วนต่างหายไป ยาม และแม่บ้านละเลยหน้าที่ ฯลฯ หน้าที่อันสำคัญนี้คือสิ่งที่คณะกรรมการนิติบุคคลคอนโดต้องเจอ หากได้ผู้มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพเข้ามาเป็นคนช่วยบริหาร ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก สำหรับท่านใดที่มีคำถามสามารถติดต่อ Plus Property ทางเราพร้อม และยินดีช่วยเสมอครับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ

5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโด

การอยู่อาศัยในคอนโด นอกจากการที่เราต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของโครงการ ขนาดที่พักอาศัย ความปลอดภัยของโครงการ รวมถึงสภาพแวดล้อม การบริหารจัดการงานของทีมนิติบุคคลที่เข้ามาดูแล ไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัย แต่ยังรวมไปถึงการดูแลบัญชีส่วนกลาง และเงินกองทุนคอนโด แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าเงินกองทุนคอนโดคืออะไร ทั้งที่มีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ทำไมถึงยังต้องจ่ายเงินกองทุนคอนโดอีก ? เงินกองทุนคอนโดคืออะไร ? เงินกองทุนคอนโด (Sinking Fund) คือ เงินทุนสำรองหรือเงินฉุกเฉินที่ผู้พักอาศัยร่วมกันจ่ายให้นิติบุคคลคอนโด มีไว้ใช้สำหรับบริหารงานในส่วนต่างๆ ภายในคอนโด โดยหลักการแล้วการเก็บเงินกองทุนคอนโดเป็นเรื่องที่โครงการเรียกเก็บกฎหมายอาคารชุด เปรียบเสมือนกับการมีเงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่เอามาใช้ประโยชน์สำหรับสมาชิก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต เช่น ลิฟต์ค้าง ระบบน้ำในสระว่ายน้ำมีปัญหา ก็จะมีเงินกองทุนคอนโดที่ผู้พักอาศัยจ่ายไปไว้คอยซัพพอร์ต 5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโดมีอะไรบ้าง ? นำเงินกองทุนคอนโดมาใช้เป็นเงินหมุนเวียน ในการบริหารจัดการของทีมนิติบุคคลที่เข้ามาดูแลโครงงาน สำหรับใช้จ่ายซื้อสินทรัพย์ส่วนกลางของคอนโด โดยเสนอให้คณะกรรมการผู้ดูแลโครงการช่วยกันพิจารณาและตัดสินใจ ใช้เป็นเงินกองทุนค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ เช่น การจัดกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ กิจกรรมทำบุญโครงการ เก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในอนาคต นำไปใช้ปรับปรุงและดูแลตามการเสื่อมสภาพของอาคารที่พักอาศัยในอนาคต เงินกองทุนคอนโดเป็นเงินสำรองสำหรับการปรับเปลี่ยนและซ่อมบำรุงกรณีฉุกเฉิน เช่น การซ่อมแซมลิฟต์ ทาสีอาคาร ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ฯลฯ ต้องจ่ายเงินกองทุนคอนโดกี่ครั้ง และต้องจ่ายตอนไหน ? การจ่ายเงินกองทุนคอนโดจะขึ้นอยู่กับเจ้าของโครงการเป็นคนกำหนดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามหลักเกณฑ์ของทางโครงการ โดยการเรียกเก็บเงินกองทุนคอนโดนั้นจะคำนวณจากขนาดตารางเมตรของห้องชุด ในกรณีที่มีการนำเงินกองทุนคอนโดไปใช้ และเหลือน้อยลง ทางนิติบุคคลสามารถเก็บเงินกองทุนคอนโดเพิ่มให้กลับมาเต็มเหมือนเดิมได้ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของผู้ดูแลโครงการ ในส่วนของการจ่ายเงินกองทุนคอนโด ผู้พักอาศัยสามารถชำระเงินกองทุนแบบทั้งจำนวนครั้งเดียวหรือจะผ่อนจ่ายเป็นรายปีก็ได้ บทความที่เกี่ยวข้อง นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข คอนโด หมู่บ้าน ต้องมีทีมบริหารแบบไหน ถึงเรียกว่าเป็นมืออาชีพ บริษัท PROPERTY MANAGEMENT บริหารจัดการคอนโดอย่างไร ให้คงความสวยงาม ปลอดภัย เพิ่มมูลค่า ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโดมือสอง ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

ปัญหาที่จอดรถไม่พอ เรื่องยอดฮิตของชาวคอนโด

ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องที่จอดรถคอนโดไม่เพียงพอจะยังเป็นเรื่องกวนใจอันดับต้นๆ และเป็นปัญหาคลาสสิก ของผู้อยู่อาศัยในคอนโด เพราะเรื่องนี้เองไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาแบบตายตัวเพราะต่อให้บางโครงการมีที่จอดรถเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับผู้อยู่อาศัย แต่ในขณะที่บางโครงการมีที่จอดรถให้ 100% แต่กลับมีปัญหามากกว่าก็เป็นได้ ปัญหาเหล่านี้สามารถบริหารจัดการได้จริงหรือไม่? แล้วใครเป็นคนแก้ปัญหานี้? Plus Property หาคำตอบมาให้แล้วตามไปดูพร้อมๆ กันครับ การจัดการที่จอดรถภายในคอนโดแต่ละแห่งนั้นต่างก็เลือกใช้วิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่หลายๆ คนมักจะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมโดยดูจากพื้นที่จอดรถที่มีพื้นที่มากๆ จึงอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องทั้งหมด (ยกเว้นว่าคอนโดมิเนียมแห่งนั้นจะมี Private Parking ไว้รองรับ) ดังนั้นเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอจึงไม่ได้ขึ้นกับจำนวนพื้นที่เท่านั้น แต่ประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น ทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมที่เลือกซื้อก็มีผลต่อพื้นที่จอดรถ เพราะหากเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินถึงระบบขนส่งทางราง เช่น BTS หรือ MRT ก็จะพบว่าคอนโดเหล่านี้มีปริมาณรถที่มาจอดไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดมิเนียมที่อยู่ไกลออกไปจนไม่สามารถเดินถึงระบบขนส่งสาธารณะ ผู้คนที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งนั้นก็มีผลต่อความหนาแน่นของที่จอดรถเช่นกัน หากคอนโดมิเนียมอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และมีต่างชาติมาเช่าอยู่จำนวนมาก ก็จะยิ่งทำให้ที่จอดรถไม่หนาแน่น เพราะต่างชาติส่วนใหญ่จะไม่นิยมขับรถ แต่สิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือ การบริหารจัดการของนิติบุคคลที่มีประสิทธิภาพถือว่ามีผลต่อภาพรวมของการดูแลคอนโดมิเนียมทั้งระบบ สำหรับวิธีแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถของคอนโดมิเนียมนั้นคือการทำสติ๊กเกอร์ หรือการเก็บค่าจอดรถในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะบางโครงการที่ผู้ดูอาคารออกระเบียบเพื่อควบคุมอาคาร โดยการกำหนดสติ๊กเกอร์สำหรับจอดรถห้องละ 1 คัน เช่น โครงการ A มีจำนวนห้องชุด 100 ห้อง มีพื้นที่จอดรถ 70% ของจำนวนห้อง ดังนั้นหากทุกห้องมีรถห้องละ 1 คัน ก็หมายความว่า จะต้องมีรถ 30 คันที่ไม่สามารถเข้าจอดในพื้นที่ได้ แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทางนิติบุคคลก็จะอนุญาตให้จอดซ้อนคันหรือ จอดรอบอาคารได้ แต่ปัญหามักมีอยู่ว่า เจ้าของห้องชุดส่วนใหญ่จะมีรถยนต์มากกว่าห้องละ 1 คัน ซึ่งนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำสติ๊กเกอร์ปลอม หรือที่เรียกว่า สติ๊กเกอร์ผี ขึ้นมา ซึ่งปัญหานี้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการให้เจ้าของห้องชุดมาลงทะเบียนทำสติ๊กเกอร์ใหม่ โดยให้นำเล่มทะเบียนรถยนต์มาด้วยเพื่อนับจำนวนรถจริงๆ และมีการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่เพื่อให้ได้จำนวนผู้ที่ใช้รถจริงโดยอาจจะกำหนดค่าทำสติ๊กเกอร์ที่ 500 บาท เป็นต้น ซึ่งการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่อาจทำให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้รถแต่นำรถยนต์มาจอดเพื่อรักษาสิทธิ์ไม่เข้าร่วมก็เป็นได้ นอกจากนี้นิติบุคคลต้องกำหนดรหัสในสติ๊กเกอร์ขึ้นมา เช่นการใช้รหัสตัวเลข ในสติ๊กเกอร์แต่ละใบ เพื่อป้องกันการทำสติ๊กเกอร์ปลอม และต้องกำหนดโทษปรับสำหรับผู้ที่ทำสติ๊กเกอร์ปลอมที่รุนแรง เช่นอาจจะมีการปรับเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากเป็นต้น สำหรับปัญหาเรื่องที่จอดรถสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะประเทศที่มีการจราจรแออัดอย่างเช่นประเทศไทยเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นปัญหากับคนทั้งโลก แม้กระทั่งในประเทศแถบยุโรป เช่นที่อังกฤษ ถึงแม้ว่าผู้คนในเมืองหลวงเช่นลอนดอน จะนิยมใช้รถใต้ดิน และนิยมเดิน แต่ก็มีปัญหาที่จอดรถเช่นกัน เพราะที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารชุดของอังกฤษจะสร้างพื้นที่จอดรถไว้น้อยมาก บางที่แทบจะไม่ถึง 10% และผู้ที่จะได้สิทธิ์ในที่จอดรถนั้นจะต้องซื้อห้องชุดในจำนวนยูนิตที่ผู้ขายกำหนดไว้ เช่น อาคาร B กำหนดว่าหากผู้ซื้อ ต้องการได้ที่จอดรถจะต้องซื้อห้องชุด 3 ยูนิต จึงจะได้สิทธิ์ซื้อที่จอดรถ 1 คัน และที่จอดรถก็ไม่ได้ให้จอดฟรีเหมือนบ้านเรา ต้องซื้อในราคาแพงมาก เนื่องจากขายกันเป็นตารางฟุต ดังนั้นหากใครคิดว่าคอนโดมิเนียมในประเทศไทยที่จัดที่จอดรถไว้ให้ 40-60% ถือว่าน้อยเกินไปนั้น หากได้ทราบข้อมูลที่จอดรถของที่อังกฤษแล้วอาจจะคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้อยู่คอนโดมิเนียมในประเทศไทย สุดท้ายแล้ว ปัญหาที่จอดรถนั้นสามารถหาทางออกร่วมกันได้หากเราผู้อยู่อาศัยในโครงการทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ตกลงร่วมกัน ไม่เอาเปรียบใช้สิทธิ์เกินที่กำหนด หรือไม่ลงทะเบียนใช้สติ๊กเกอร์ และอุปกรณ์บลูทูธของทางโครงการนะครับ บทความที่เกี่ยวข้อง: มารยาทการอยู่ร่วมกันบนตึกสูง ว่าด้วยเรื่องของการใช้ลิฟต์…

5 เทคนิคถ่ายภาพให้ปังก่อนลงประกาศขาย-ให้เช่า บ้าน-คอนโด

ปัจจุบันการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่า-ขายต่อก็เป็นช่องทางเก็บออมเงินได้อีกทางหนึ่งนะครับ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนดี ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และยิ่งในสมัยนี้ช่องทางการลงประกาศขาย-ประกาศให้เช่าคอนโดหรือบ้านส่วนใหญ่มักจะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก นอกจากจะใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาและแสดงศักยภาพทำเลเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมายแล้ว แน่นอนว่าหาก “รูปถ่าย” ที่นำไปลงประกาศในเว็บไซต์มีคุณภาพดี สวย คมชัด รับรองว่าประกาศคอนโด ประกาศบ้านของคุณต้องไม่พลาดสายตาของลูกค้าอย่างแน่นอน   แต่คำถามคือ “ถ้าถ่ายรูปไม่เก่ง อารมณ์ศิลป์ไม่มีจะถ่ายภาพสวยๆได้อย่างไร?” วันนี้พลัสฯ มีเทคนิค Do & Don’t สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการถ่ายภาพขายบ้าน-ขายคอนโด ก่อนลงประกาศ ปล่อยขาย-ปล่อยให้เช่าบ้านและคอนโด มาฝากกันครับ 1. เตรียมห้องให้พร้อม Do : สิ่งแรกที่ควรทำเลยคือการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมด้วยการตรวจเช็คให้แน่ชัดว่าไม่มีจุดไหนที่ชำรุดและต้องปรับปรุง จากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตกแต่งห้องให้สวยงามหรืออาจเลือกตกแต่งเป็นบางมุมที่ต้องการนำเสนอจุดนั้นเป็นพิเศษ เช่น มุมนั่งเล่น ห้องนอนติดหน้าต่าง คอนโดวิวสวย เป็นต้น ให้เสมือนว่ามีคนอาศัยอยู่ หรือพร้อมเข้าอยู่อาศัย Don’t : ไม่ควรถ่ายภาพห้องโล่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องสามารถช่วยให้ภาพของคุณนั้นออกมาดูดีขึ้น ลูกค้าเห็นภาพการอยู่อาศัยได้ชัดเจนมากกว่าห้องเปล่าๆ ➖ 7 วิธีจัดห้องเช่าให้ปัง มัดใจผู้เช่าให้ไว ➖ 5 เกร็ดเคล็ดไม่ลับ แต่งคอนโดให้เหมือนห้องตัวอย่าง 2.ปรับแสงและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม Do : ห้องจะดูมืดมนหรือดูหรูขึ้นอยู่ที่แสง หากคุณถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์อาจทำให้คุณภาพของภาพถ่ายดูไม่โดดเด่นเท่ากับการใช้เลนส์จากกล้องจริงๆ ดังนั้นเทคนิคให้ภาพออกมาสวยได้คือการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือการจัดแสงให้ภาพ เช่น หากคุณเลือกถ่ายภาพช่วงกลางวันและอยากให้ภาพดูโดดเด่นควรปิดม่านหรือปิดเพียงม่านกรองแสง แล้วปรับแสงไฟภายในห้องให้สว่าง โชว์โคมไฟและแสงไฟสวยๆแทนการเปิดม่านให้แสงด้านนอกเข้ามามากๆ เพราะหากคุณยังไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือใช้กล้องเลนส์คุณภาพ การควบคุมแสงธรรมชาติจากภายนอกจะทำได้ยากและทำให้ภาพของคุณดูไม่โดดเด่น หรือหากเลือกเป็นการถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงไฟภายในห้องจะดูชัดเจนและทำให้ภาพดูเด่นสะดุดตาขึ้นมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ภาพถ่ายสำหรับลงประกาศขายบ้านหรือคอนโดทั่วไปมักเป็นภาพถ่ายตอนกลางวัน ขณะที่การถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงน้อย จะได้อารมณ์ภาพจะไม่ซ้ำ สามารถเล่นเทคนิคอื่นได้ เช่น เล่นสีท้องฟ้า ,เล่นแสงเงา, เล่นไฟโคมไฟ เป็นต้น เมื่อคุณนำภาพไปลงประกาศจะทำให้ภาพของคุณแตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาจากประกาศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดครับ Don’t : ไม่ควรเปิดผ้าม่านและถ่ายโดยใช้แสงจากข้างนอกในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้ห้องของคุณดูมืดทันที เนื่องจากมีเงาเป็นหย่อมๆ ไปทั่ว จากการควบคุมทิศทางของแสงได้ยากและทำให้องค์ประกอบภายในห้องไม่ดูโดดเด่น 3. การเลือกมุม Do : เมื่อตกแต่งและจัดมุมที่ต้องการนำเสนอเรียบร้อยแล้ว การเลือกมุมกล้องก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เช่น เทคนิคการตั้งมุมกล้องให้ต่ำกว่าระดับสายตาหรือที่เรียกว่ามุม Worm Eye View จะสามารถช่วยให้ห้องดูโปร่ง สวยงามได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรให้มุมกล้องต่ำและสูงเกินไป ควรถ่ายให้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้านและคอนโดฯ ด้วย เก็บภาพภายในบ้าน-คอนโด ให้ครบทุกมุม เน้นยิงภาพเข้าไปที่มุมบ้านหรือมุมห้อง เพื่อให้ภาพออกมาในมุม Perspective ทั้งแบบ One Point Perspective และ Two Point Perspective เพื่อให้ภาพมีจุดนำสายตา ทำให้ห้องดูสวยงาม กว้างขวาง มีมิติและเกิดความสมดุลของภาพ นอกจากนั้นหากบ้าน คอนโดฯ ของคุณ มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ที่มีฟังก์ชันการใช้งานเจ๋งๆ พับเก็บได้ เปลี่ยนจากโต๊ะเป็นเตียง เพิ่มพื้นที่การใช้สอยในห้องได้ ควรโฟกัสที่อุปกรณ์เหล่านั้นด้วย หรืออีกเทคนิคที่ช่วยให้ภาพดูดีขึ้น คือ การเลือกถ่ายโฟกัสเจาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพระเอกของภาพ จะช่วยให้ภาพดูเป็นระเบียบและดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ใช่กลายเป็นว่าโฟกัสแต่สิ่งเหล่านั้นจนดูเหมือนการขายสินค้ามากกว่าปล่อยขาย-ปล่อยเช่าบ้าน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู