ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ทำไมถึงต้องเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคาร พร้อมเรื่องที่ควรรู้

การตรวจสอบอาคารเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารต้องดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสาธารณะ และการตรวจสอบอาคารนั้น ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น แต่การเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปแนะนำเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบอาคาร ทั้งประโยชน์ ขั้นตอนดำเนินการ และเหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบอาคาร คืออะไร? การตรวจสอบอาคาร คือ กระบวนการตรวจสอบสภาพอาคาร ทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้งานของระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยมีวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบอาคาร ซึ่งการตรวจสอบอาคารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดประเภทของอาคารที่ต้องได้รับการตรวจสอบไว้ 9 ประเภท ได้แก่ อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีความสูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป การตรวจสอบอาคารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การตรวจสอบอาคารประจำปี ซึ่งต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามที่กฎหมายกำหนด และการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ อาจต้องดำเนินการทุกๆ 5 ปี โดยผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องมีการจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคู่มือปฏิบัติตามแผนดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางและเก็บบันทึกข้อมูลจากการตรวจสอบอาคารทุกครั้ง ตลอดจนแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี ไว้เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารประจำปีต่อไป โดยผู้มีอำนาจในการตรวจสอบอาคาร จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเท่านั้น โดยต้องเป็นวิศวกรหรือสถาปนิกที่ผ่านการอบรมและทดสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้ ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร? การตรวจสอบอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เนื่องจากอาคารที่ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นเวลานานอาจเกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างและระบบต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้โดนบทลงโทษ โดยหากเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองที่ไม่ดำเนินการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนดได้ อาจต้องเผชิญกับโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง การตรวจสอบอาคารสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารได้ เมื่อมีการตรวจพบปัญหาแต่เนิ่นๆ และแก้ไขอย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามและส่งผลให้อาคารทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร การตรวจสอบอาคารช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เพลิงไหม้ หรือแผ่นดินไหว หากระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงโครงสร้างอาคารอยู่ในสภาพดี…

บ้านจัดสรร คืออะไร? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีตัวเลือกที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ บ้านจัดสรรเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม ด้วยความพร้อมในการเข้าอยู่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรร มาทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของบ้านจัดสรรให้ครบถ้วนก่อน อ่านบทความนี้จากพลัสฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย บ้านจัดสรรคืออะไร บ้านจัดสรรหรือหมู่บ้านจัดสรร คือ โครงการที่พัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ แบ่งเป็นแปลงย่อยพร้อมสร้างบ้าน มีการวางผังโครงการอย่างเป็นระบบ ทั้งถนน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง โดยมีรูปแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ข้อดีของบ้านจัดสรร 1. พร้อมเข้าอยู่ บ้านจัดสรรส่วนใหญ่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ไม่ต้องรอการก่อสร้างนาน และมักมีการตกแต่งภายในพื้นฐานมาให้ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเพิ่มเติม 2. ความปลอดภัยสูง โครงการบ้านจัดสรรมักมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งระบบ CCTV พนักงานรักษาความปลอดภัย และระบบควบคุมการเข้า-ออกโครงการตลอด 24 ชั่วโมง 3. สภาพแวดล้อมน่าอยู่ มีการจัดการสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์อย่างเป็นระเบียบ มีพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ 4. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บ้านจัดสรรมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สโมสร สนามเด็กเล่น และพื้นที่สันทนาการต่างๆ 5. ขอสินเชื่อง่าย สถาบันการเงินมักให้ความเชื่อมั่นกับโครงการบ้านจัดสรรที่พัฒนาโดยบริษัทที่มีชื่อเสียง ทำให้การขอสินเชื่อมีโอกาสอนุมัติสูง ข้อเสียของบ้านจัดสรร 1. ข้อจำกัดด้านการดัดแปลง ต้องทำตามกฎระเบียบโครงการอย่างเคร่งครัด และมีข้อจำกัดในการต่อเติมเนื่องจากต้องเว้นระยะห่างจากบ้านข้างเคียง 2. มีค่าส่วนกลาง ต้องจ่ายค่าส่วนกลางรายเดือนหรือรายปีสำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัย 3. ความเป็นส่วนตัว บ้านอยู่ใกล้ชิดกัน อาจมีผลต่อความเป็นส่วนตัว เช่น อาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และต้องใช้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนและสระว่ายน้ำร่วมกับเพื่อนบ้าน ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อบ้านจัดสรร 1. ทำเลที่ตั้งและการคมนาคม ทำเลต้องสะดวกต่อการเดินทาง เข้าถึงได้ง่ายทั้งทางรถยนต์และขนส่งสาธารณะ ใกล้สถานที่สำคัญ อย่างโรงเรียน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า รวมถึงควรศึกษาแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่อาจส่งผลต่อมูลค่าบ้านด้วยเช่นกัน 2. ชื่อเสียงผู้พัฒนาโครงการ เลือกผู้พัฒนาโครงการที่มีประวัติน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานการก่อสร้างที่ดี ใช้วัสดุคุณภาพ และมีบริการหลังการขายที่ดี สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว 3. งบประมาณและความคุ้มค่า พิจารณาทั้งราคาบ้าน ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้สอดคล้องกับงบประมาณ รวมถึงประเมินโอกาสการเพิ่มมูลค่าในอนาคตจากการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ 4. สิ่งอำนวยความสะดวก ตรวจสอบคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงแผนการบำรุงรักษาส่วนกลางที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของโครงการ แนะนำ 3 โครงการบ้านจัดสรร 1. นาราสิริ บางนา โครงการบ้านบางนาระดับลักซ์ชัวรีจากแสนสิริ จำนวน 101 ยูนิต ภายในบ้านประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทั้งคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ…

ส่องบ้านหรู 100 ล้าน พร้อมแนะนำ 5 โครงการบ้านระดับไฮเอนด์

ตลาดบ้านหรูในปัจจุบันมีหลากหลายระดับราคาให้เลือก แต่ที่ถือว่าเป็นระดับท็อปของวงการ คือ บ้านหรู 100 ล้าน ที่นอกจากจะเป็นที่พักอาศัยในฝันของใครหลายคนแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความมั่งคั่ง โดยบ้านราคา 100 ล้าน มักมาพร้อมกับความพิเศษในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงทำเลที่ตั้ง ในบทความนี้พลัสฯ จะชวนทุกท่านไปส่ององค์ประกอบของการเป็นบ้านหรู และแนะนำ 3 ทำเลที่ตั้งของบ้านหรู พร้อมกับ 5 โครงการบ้านหรูที่น่าจับตามอง องค์ประกอบของบ้านหรู 100 ล้าน 1. การออกแบบและการตกแต่งที่พรีเมียม คฤหาสน์หรู 100 ล้าน มักได้รับการออกแบบจากสถาปนิกและมัณฑนากรชั้นนำ เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หินอ่อนนำเข้า ไม้เนื้อแข็งชั้นดี และระบบอัจฉริยะที่ควบคุมการทำงานภายในบ้าน การตกแต่งภายในจะเน้นความหรูหรา ทันสมัย และสะท้อนรสนิยมระดับสูงของเจ้าของบ้าน โดยอาจได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของเมืองนอก เช่น ฝรั่งเศสและอิตาลี 2. พื้นที่ที่ดินและพื้นที่ใช้สอย โครงการบ้านหรู 100 ล้าน มักมีพื้นที่ที่ดินขนาดใหญ่ตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไป พร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่กว้างขวาง จัดสรรเป็นห้องต่างๆ อย่างลงตัว มักประกอบไปด้วยห้องจำนวนมากมาย ทั้งห้องนอนมาสเตอร์ขนาดใหญ่ ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และมักมีที่จอดรถมากกว่า 1 คันขึ้นไป 3. ทำเลที่ตั้ง บ้าน 100 ล้านนี้มักตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ราคาที่ดินค่อนข้างสูง อยู่ในพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้สะดวก รวมถึงใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ นอกจากนี้ยังต้องเป็นทำเลที่ให้ความเป็นส่วนตัวได้ด้วยเช่นกัน 4. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บ้านหรู 100 ล้าน มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ที่ครบครันซึ่งออกแบบและก่อสร้างด้วยความพรีเมียม เช่น สระว่ายน้ำส่วนตัว สวนขนาดใหญ่ ห้องออกกำลังกาย ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และที่จอดรถหลายคัน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่สวยงามและตอบโจทย์การดำเนินชีวิต 3 ทำเลบ้านหรู 100 ล้าน ที่น่าสนใจ 1. พัฒนาการ หนึ่งในทำเลที่น่าจับตามองสำหรับบ้านหรู 100 ล้าน ด้วยความพร้อมของแหล่งอำนวยความสะดวก ทั้งแหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล และสวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อน นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้สะดวก มีเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย เช่น ถนนอ่อนนุช ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติฯ และทางพิเศษศรีรัช อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าหลายรูปแบบให้เลือกเดินทาง เช่น Airport Rail Link และรถไฟฟ้า BTS 2.…

รู้ข้อดี-ข้อเสียคอนโดวิวสวน พร้อมแนะนำ 5 คอนโดน่าสนใจ

ในยุคที่กรุงเทพฯ มีความเป็นเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่สีเขียวกลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้น หลายคนจึงมองหาคอนโดใกล้สวนสาธารณะ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านมารู้จักกับคอนโดวิวสวน ทางเลือกที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความสะดวกสบายของการอยู่ในเมืองเข้ากับความร่มรื่นของธรรมชาติ พร้อมแนะนำโครงการคอนโดวิวสวนที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณได้เลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ข้อดีของคอนโดวิวสวน 1. สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี คอนโดวิวสวนมักมีอากาศบริสุทธิ์กว่าคอนโดทั่วไป เพราะต้นไม้ในสวนช่วยกรองฝุ่นและมลพิษ อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 2. โอกาสในการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง การอยู่ใกล้สวนสาธารณะเป็นแรงจูงใจให้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เดินเล่น หรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ 3. ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและจิตใจ วิวธรรมชาติช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะได้รับอากาศบริสุทธิ์ ข้อเสียของคอนโดวิวสวน 1. ความเป็นส่วนตัว คอนโดที่อยู่ติดสวนสาธารณะอาจมีผู้คนพลุกพล่านในช่วงเวลาที่มีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งอาจมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากกิจกรรมในสวน 2. ราคาสูง คอนโดวิวสวนมักมีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไปในย่านเดียวกัน เพราะวิวและทำเลที่ตั้งที่ดี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด แนะนำสวนสาธารณะที่น่าสนใจในกรุงเทพ 1. สวนจตุจักร สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่นั่งพักผ่อน สวนดอกไม้ และบึงน้ำ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมกลางแจ้ง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS และ MRT เดินทางสะดวก 2. สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีทางวิ่ง ทางจักรยาน และพื้นที่พักผ่อนร่มรื่น รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การออกกำลังกายและพักผ่อน ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT หลายคนจึงให้ความสนใจมองหาคอนโดวิวสวนลุมพินี แนะนำ 5 คอนโดวิวสวนน่าสนใจ 1. เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าจากแสนสิริ ที่ได้วิวสวนจตุจักรแบบพาโนรามา ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารสูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 841 ยูนิต มีห้องให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน ไปจนถึงห้องดูเพล็กซ์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง EV Charging Station และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวกใกล้ BTS สถานีหมอชิต และ MRT สถานีสวนจตุจักร ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2…

ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ ย่านไหนน่าอยู่ น่าลงทุน

การเลือกทำเลที่ตั้งคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการลงทุน เพราะทำเลที่ดีไม่เพียงช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกทำเลคอนโด ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ความปลอดภัย และศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ ในบทความนี้ พลัสฯ ชวนมาส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพที่น่าสนใจ พร้อมตอบคำถามที่ว่า ‘เช่าคอนโด แถวไหนดี’ ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ 1. สุขุมวิท-อโศก-ทองหล่อ ทำเลระดับพรีเมียมใจกลางเมืองที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สำนักงาน สถานบันเทิง โรงพยาบาล และสถานศึกษานานาชาติ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT เหมาะสำหรับคนทำงาน ครอบครัว และชาวต่างชาติ ทำเลนี้มีศักยภาพการเติบโตสูง ราคาคอนโดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้า: Terminal 21 และ The Em District สถานศึกษา: โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, Bangkok Prep International School และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น สุขภาพ: โรงพยาบาลสุขุมวิทและโรงพยาบาลคามิลเลียน สวนสาธารณะ: สวนเบญจกิตติและสวนเบญจสิริ การเดินทาง: BTS อโศก/ทองหล่อ/เอกมัย และ MRT สุขุมวิท คอนโดแนะนำ ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High Rise สูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 338 ยูนิต ภายใต้ คอนเซปต์ “ความแตกต่างที่พอดี” ผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห่างจาก BTS สถานีทองหล่อเพียง 20 เมตร สามารถเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงชั้นนำย่านทองหล่อ-เอกมัย ยูนิตแนะนำ: 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 124.0 ตารางเมตร คลิก 2. พระราม 9 – รัชดา – ห้วยขวาง ย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่กำลังเติบโต มีอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์มากมาย เดินทางสะดวกด้วย MRT และถนนใหญ่หลายสาย เหมาะกับวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง ราคาคอนโดยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก…

รู้จักข้อดี-ข้อเสีย คอนโดหน้ากว้าง พร้อมแนะนำ 5 โครงการน่าสนใจ

ปัจจุบันคนเมืองให้ความสนใจการอยู่อาศัยในคอนโดมากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบาย และการเดินทางที่คล่องตัว โดยรูปแบบคอนโดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ คอนโดหน้ากว้าง ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปรู้จักว่าคอนโดหน้ากว้างคืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร พร้อมแนะนำ 5 คอนโดหน้ากว้างที่น่าสนใจ คอนโดหน้ากว้าง คืออะไร และเหมาะกับใคร คอนโดหน้ากว้าง หรือ คอนโดห้องหน้ากว้าง คือ คอนโดที่ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึก มักมีขนาดตั้งแต่ 30 ตร.ม. ขึ้นไป และมีการแยกพื้นที่ค่อนข้างชัดเจน โดยคอนโดรูปแบบนี้มักตั้งอยู่ในพื้นที่ธุรกิจ ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อาทิ ผู้ที่ชื่นชอบพื้นที่โล่งกว้าง ผู้ที่ชื่นชอบการรับแสงธรรมชาติ ครอบครัวขนาดใหญ่และเล็กที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการแต่งห้อง ข้อดีของคอนโดหน้ากว้าง คอนโดหน้ากว้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้ 1. พื้นที่กว้างขวาง การออกแบบให้ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึกช่วยให้มองเห็นพื้นที่โดยรวมได้ชัดเจน มีพื้นที่สำหรับการใช้งานกว้าง ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่ง และสบายตา 2. แบ่งสัดส่วนเป็นระเบียบ คอนโดหน้ากว้างมักมีการออกแบบพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์และแบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว เช่น โซนห้องนอน โซนนั่งเล่น และโซนห้องครัว สามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ทำกิจกรรมชัดเจน 3. ได้รับแสงธรรมชาติ สร้างสภาพแวดล้อมดี ห้องของคอนโดหน้ากว้างมักได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้นจากหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ เพื่อตอบรับกับความกว้างของห้อง ทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง เห็นวิวชัดเจน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ข้อเสียของคอนโดหน้ากว้าง อย่างไรก็ตาม คอนโดหน้ากว้างมีข้อที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. ราคาเริ่มต้นสูง เนื่องจากการออกแบบห้องให้มีหน้ากว้างต้องใช้พื้นที่มากกว่าห้องแบบปกติ ทำให้ราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรสูงกว่าคอนโดทั่วไป 2. พื้นที่ห้องตื้น เพราะมีความลึกของห้องน้อยกว่าความกว้าง อาจทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์บางประเภทไม่ลงตัว หรือต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ แนะนำ 5 คอนโดห้องหน้ากว้าง 1. HQ Thonglor by Sansiri คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High-rise ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพอย่างทองหล่อ ที่ตกแต่งด้วยคอนเซปต์ Jewel of Thonglor โครงการมีจำนวนทั้งหมด 197 ยูนิต ซึ่งประกอบไปด้วยห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน และ Penthouse มีขนาดพื้นที่เริ่มต้น 40.5-262.5 ตารางเมตร และออกแบบให้เพดานสูง 2.7 เมตร ช่วยให้ห้องดูโปร่ง โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด สวนหย่อมลอยฟ้า รวมถึงมี Shuttle Service จากรถไฟฟ้า BTS ซึ่งโครงการตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีทองหล่อ ราคาเช่าเริ่มต้น 33,000…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู