ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า เลือกสายไหนดี พร้อมแนะนำ 8 คอนโดติดรถไฟฟ้า น่าอยู่

หลายคนอาจเจอปัญหาว่าจะเลือกเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายไหนดี ระหว่าง BTS และ MRT สีต่างๆ เพราะแต่ละทำเลก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ การเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าให้ตอบโจทย์นั้น ไม่ได้ดูแค่ระยะห่างจากตัวสถานีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนตัว งบประมาณ รวมถึงการเดินทางในชีวิตประจำวัน เพราะบางทำเลแม้จะติดรถไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปดูจุดเด่นของรถไฟฟ้า MRT และ BTS ทั้ง 4 สายหลักว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำคอนโดติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจในแต่ละสาย และเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าคอนโดใกล้ BTS กับ MRT แบบไหนคุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากกว่ากัน เจาะลึก 4 สายรถไฟฟ้า พร้อมคอนโดแนะนำสำหรับการเช่าอยู่ ก่อนจะปักหมุดเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่สนใจ มาดูเส้นทางและจุดเด่นของรถไฟฟ้า 4 ทั้งสายที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เช่า ดังนี้ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (บางปู-สยาม-คูคต และสนามกีฬาฯ-บางหว้า) BTS สายสีเขียว ถือเป็นระบบรถไฟฟ้าสายหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด แบ่งออกเป็นสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) และสีเขียวเข้ม (สายสีลม) วิ่งผ่านเส้นทางสำคัญตั้งแต่สมุทรปราการ สุขุมวิท อ่อนนุช สบาย พหลโยธิน หมอชิต ดอนเมือง สีลม สาทร ไปจนถึงฝั่งธนบุรี ครอบคลุมทั้งย่านธุรกิจ แหล่งไลฟ์สไตล์ และย่านที่อยู่อาศัยที่หลากหลายตลอดเส้นทาง ด้วยเส้นทางที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ของพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา และชาวต่างชาติที่ต้องการเช่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า รวมถึงคอนโดมือสองในย่านสุขุมวิท คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวที่น่าสนใจ 1. เวีย 34 (Via 34) คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อเพียง 350 เมตร ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนห้องพักเพียง 45 ยูนิตทั้งโครงการ ล้อมรอบด้วยสถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมของสุขุมวิท ตอบสนองทุกความต้องการในทำเลติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 88.75 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ เบส พาร์ค อีสต์ สุขุมวิท 77 (The Base Park East Sukhumvit…

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 13 รางวัล G-Green ตอกย้ำผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัล G-Green หรือตราสัญลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ประเภท Green Residence จำนวน 13 โครงการ จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รางวัลนี้จะรับรองถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ยั่งยืน 3 ปี โดยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจและการเป็นผู้นำด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ประธาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รวมมอบรางวัลให้แก่ตัวแทนของพลัสฯ รางวัล G-Green มอบให้กับโครงการที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ และการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม (ทอง) จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ โครงการ นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 โครงการ ดีคอนโด ไฮด์อเวย์ รังสิต โครงการ เดอะ เบส เพชรบุรี – ทองหล่อ โครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 50 โครงการ เดอะ ไลน์ พหล – ประดิพัทธ์ โครงการ เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค โครงการ คุณ บาย ยู อาคารนวราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โครงการ เอ็กซ์ที ห้วยขวาง โครงการ ฮาสุ เฮาส์ และระดับดีมาก (เงิน) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนเนอร์ ราชเทวี จรรยวรรธ อพาร์ทเม้นท์ โครงการ เอ็กซ์ที พญาไท ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ สร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นางสาวสาลินี สงสังข์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัล G-Green ที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคนในบริษัทฯ เราให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร เพื่อลดการใช้พลังงาน มีการดูแลบำบัดน้ำเสียจากโครงการ จัดการขยะอย่างถูกวิธี และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประมวลผลประกอบการ ครึ่งปีแรก ปี 67 เปิด TOP 10 อสังหาฯ รายได้รวมกว่าแสนล้าน

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประมวลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2567 พบว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนสูงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น แต่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังคงสามารถขึ้นแท่นทำรายได้รวมได้สูงสุดอันดับ 1 ด้วยรายได้สูงสุดถึง 19,784 ล้านบาท รองลงมาตกเป็นของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ไปถึง 17,845 ล้านบาท และ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ 14,725 ล้านบาท ติดอันดับท็อป 3 ของตลาดเช่นกัน โดยรายได้รวมของ 10 บริษัทพบว่ามีรายได้รวมมากกว่า 103,184 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบ 6 หุ้นอสังหาฯ “SIRI, SPALI, SC, PSH, QH, LPN” เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล นำโดย SIRI ยีลด์สูงสุดที่ 4.4 % และการที่บริษัทเหล่านี้สามารถรักษาผลประกอบการได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น การไม่ผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งสอดคล้องกับทางสมาคมธนาคารไทยที่คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปีนี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 91.4% ต่อ GDP ซึ่งยังคงเป็นปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสัญญาณบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การลดภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้ในบางส่วน ประกอบกับตลาดอสังหาฯยังคงมีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในตลาดระดับลักซูรีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายยังคงสามารถรักษารายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด” PETS OF SANSIRI โครงการที่มีออกแบบพื้นที่พิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะจากแสนสิริ สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง นายอนุกูล มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการยังคงมองหาโอกาสในการแข่งขัน หาจุดแข็งของตัวเองเพื่อตอบสนอความต้องการของลูกค้า โดยบางกลุ่มมีการทำตลาดแบบกระจายหลากหลายเซกเมนต์ หรือมีการทำการตลาด เจาะกลุ่ม Niche Market มากขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัยแบบ Pet Friendly กลุ่มแคมปัส เป็นต้น หรือเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลงทุนด้วยในช่วงนี้ เฉพาะตลาดให้เช่ากลับมาคึกคักด้วยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังคงจับตามองมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เปิด…

Plus Property Sole Agent ขยายพอร์ต เชียงใหม่บูม ตลาดอสังหาฯ ร้อนแรง ดีมานด์พุ่งสูง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตามอง โดยได้รับแรงหนุนจากศักยภาพของเมืองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในเชียงใหม่มากขึ้น ด้วยลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติมีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย จากหลายปัจจัย ซึ่งเชียงใหม่จัดเมืองน่าอยู่ระดับโลก ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ภูมิอากาศที่เย็นสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล แหล่ง ช้อปปิ้ง และโรงเรียนนานาชาติที่มีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทยรองจากกรุงเทพฯ อัตราการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนเชียงใหม่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่พักอาศัย ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของเชียงใหม่ จากแผนเมกะโปรเจกต์ ทั้งสนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2 รองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี – เพิ่มเที่ยวบิน 41 เที่ยวต่อชั่วโมง และโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้าไปสู่ลาว แล้วก็ผ่านไปทางจีน จะช่วยเชื่อมโยงเชียงใหม่เข้ากับภูมิภาคและทั่วโลกมากยิ่งขึ้น รวมถึงจำนวนประชากรเชียงใหม่ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2564 – 2566 มีจำนวน 1.79 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ และการเพิ่มขึ้นของจำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในระดับ High Skill หรือเกษียณอายุ เกิดเป็นชุมชนชาวต่างชาติที่เติบโต ส่งผลให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอีกด้วย” ส่งผลให้ปีนี้ Plus Property Sole Agent เดินหน้าขยายพอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ รับบริหารงานขายโครงการบ้านเดี่ยวมูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนโชตนาใจกลางเมืองเชียงใหม่ เป็นแหล่งชุมชน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สนามกอล์ฟ สนามบิน และเซ็นทรัล เชียงใหม่ และเพียง 15 นาทีถึงนิมมานฯ โครงการนี้คาดว่าจะสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยชูจุดขายด้วยคุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยตลอดจนบริการดูแลหลังการขายกับทุกกลุ่มลูกค้า โดยจะเปิดชมในช่วงกลางปีหน้า รวมทั้งพลัสฯ ยังมีบริการ One Stop Service บริการดูแลที่พักและบริหารโครงการนิติบุคคล (Property Management) ในเชียงใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีให้กับลูกบ้าน การันตีด้วยรางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย จากเวที Living Insider Awards 2024 พร้อมนำเสนอ Plus Concierge Service บริการพิเศษที่คัดสรรงานบริการตามความต้องการใช้งานจริงของลูกบ้าน เช่น บริการทำความสะอาด ล้างแอร์ งานซ่อมบำรุง…

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จับมือ Plus Property ต่อยอดธุรกิจ หนุนเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการนำเสนอบริการทางการเงิน ควบคู่กับบริการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการ วางแผนการตลาด และวางแผนการขายอย่างครบวงจร ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้ตรงความต้องการของตลาด เพิ่มยอดขาย และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับการให้บริการ ส่งเสริมศักยภาพธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย นายวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยนำเสนอบริการทางการเงิน ควบคู่กับบริการให้คำปรึกษาและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย สำหรับความร่วมมือกับ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับการบริการเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเชื่อว่านอกจากบริการทางการเงินที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าแล้ว การจับมือกับพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจโดยเฉพาะในการแข่งขันในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริการ และทำให้ลูกค้าต่อยอดช่องทางการตลาด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อีกด้วย” เสริมศักยภาพด้วยความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ Plus Sole Agent ในฐานะผู้นำด้านการให้คำปรึกษา พัฒนาโครงการ และบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กลุ่มบริษัทมหาชน และกลุ่มทุนต่างชาติ พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ลูกค้าของธนาคารเกียรตินาคินภัทร ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงการ วางแผนการตลาด และวางแผนการขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้ตรงความต้องการของลูกค้า เพิ่มยอดขาย และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ทั้งนี้ การสนับสนุนจะเป็นไปภายใต้ 3 องค์ประกอบ คือ 1. ทีมงานมืออาชีพ: ทีมพัฒนาธุรกิจ การตลาด และการขาย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนลูกค้าอย่างใกล้ชิด 2. ข้อมูลเชิงลึก: เข้าถึงข้อมูลวิจัยตลาดและฐานข้อมูลลูกค้าที่ครอบคลุม ช่วยให้วิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3. ประสบการณ์อันยาวนาน: ผ่านประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการ การขาย และการตลาดในทุกเซกเมนต์ มั่นใจได้ถึงผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ “ด้วยความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้และธนาคารเกียรตินาคินภัทร เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยได้อย่างดี และนำไปสู่การเติบโตในระดับประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวสมสกุล กล่าว เกี่ยวกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ประกอบด้วยธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยธนาคารมีวิสัยทัศน์ในการนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย…

เคล็ดลับการควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัยให้สะอาดและปลอดภัย

จากกรณีที่มีข่าวพบเชื้อปรสิตปนเปื้อนในถังเก็บน้ำในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ลูกบ้านกว่า 100 รายติดเชื้อเยื่อบุตาอักเสบ สร้างความตื่นตระหนก และกังวลให้กับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ ทำให้คอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการตระหนักถึงความสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำประปามากขึ้น พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ดูแลบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยกว่า 400 โครงการ เข้าใจถึงความสำคัญของสุขภาพและความปลอดภัยของลูกบ้าน จึงใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย เช่น ระบบไหลเวียนอากาศภายในอาคาร ปริมาณฝุ่นPM 2.5 ระบบปรับอากาศภายในที่ต้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ ระบบการจัดส่งน้ำประปาไปยังห้องพักต่าง ๆ รวมไปถึงคุณภาพของน้ำที่ใช้ภายในที่พักอาศัย จำเป็นที่ต้องมีการดูแลควบคุณภาพน้ำประปาในโครงการ Plus Living Management จึงขอเสนอแนวทางเบื้องต้นในการดูแลรักษาคุณภาพน้ำประปาภายในคอนโดมิเนียม ดังนี้ กำหนดแผนการตรวจสอบ และรอบระยะในการทำความสะอาดถังเก็บน้ำให้ชัดเจน สำหรับพลัส พร็อพเพอร์ตี้กำหนดรอบตรวจสอบทุกปี ตรวจวัดค่าคลอรีนในน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้ปริมาณคลอรีนในน้ำประปาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงจะถือว่ามีความสะอาด และปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน สำหรับเรื่องกลิ่นคลอรีนในน้ำประปานั้นถือเป็นเรื่องปกติ ด้วยคลอรีนในน้ำประปามีความจำเป็นในการฆ่าเชื้อโรคให้ได้ตามมาตรฐาน และเป็นปริมาณเหมาะสมที่สามารถใช้อุปโภคได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจตัวอย่างน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง จะมีการตรวจตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพ สี ความขุ่น กรด-ด่าง กลิ่น รส การทดสอบทางเคมี สารละลายต่างๆ เช่น ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงสารพิษ เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน การดูแลทำความสะอาดภายในถังเก็บต้องใช้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม มีใบอนุญาตสำหรับการเข้าทำงานในที่อับอากาศ และมีอุปกรณ์การทำงานที่ครบครัน ด้วยพื้นที่ในถังเก็บน้ำนั้นถือว่าเป็นพื้นที่อับอากาศ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นการเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ครบทั้ง ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ช่วยเหลือ เพื่อความปลอดภัย ขั้นตอนการล้างถังเก็บน้ำ : การวางแผนการใช้น้ำของผู้พักอาศัย เพื่อให้ปริมาณน้ำที่สูบน้ำออกจากบ่อน้อยที่สุด เริ่มทำความสะอาดตะกอน คราบสกปรกต่างด้วยขัดถูด้วยแปรงขนนุ่ม ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า ไม่นิยมใช้น้ำยาทำความสะอาดที่รุนแรง สุดท้ายใช้เครื่องดูดตะกอนทั้งหมด และเติมน้ำใหม่ลงไปในถังเก็บน้ำ พร้อมมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกครั้งเป็นขั้นตอนสุดท้าย การควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัย นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเพียงแค่หมั่นใส่ใจ ตรวจสอบความพร้อมต่างๆของถังเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการปิดฝาบ่ออย่างมิดชิด มีการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบถังเก็บน้ำ ก็จะช่วยให้เพิ่มความมั่นใจในการใช้น้ำประปาภายในโครงการที่พักอาศัยแบบไร้กังวลหายห่วง สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถสบายใจหายห่วงได้ว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีมาตรฐานในการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงทุกขั้นตอนของการทำงานเป็นมาตรฐานพร้อมมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมการทำงาน (Monitor Progress) และติดตามงานอย่างใกล้ชิด (Follow Up) พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานในงานบริหารอาคารให้ได้รับการยอมรับคุณภาพระดับสากลที่ครอบคลุมทุกด้าน บทความที่เกี่ยวข้อง 4 การเปลี่ยนแปลงในการดูแลที่พักอาศัยรับเทรนด์ Sustainable Living ในปี 2024 หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย การบริหารจัดการบุคลากรด้วยมาตรฐาน อีกหนึ่ง key success ในการดูแลลูกบ้านของพลัส…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดโครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดศูนย์พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านงานสารพัดช่าง ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง” มุ่งพัฒนาหลักสูตรด้านงานช่างเพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ให้กับพนักงานตำแหน่งช่างเทคนิค เริ่มต้นด้วยหลักสูตรความเชี่ยวชาญด้านการดูแลเครื่องปรับอากาศ ฝึกอบรมทักษะการเรียนรู้ 30 ชั่วโมง เพื่อให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้งานจริงในการดูแลลูกค้าภายในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง มุ่งยกระดับคุณภาพการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวงในครั้งนี้ เป็นการยกระดับทักษะความรู้ให้กับพนักงานช่างเทคนิค เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านงานช่าง โดยเฉพาะหลักสูตรแรกเน้นการฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแลเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในทุกครัวเรือน พนักงานจะได้รับความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า สามารถให้บริการดูแลเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความรู้ให้กับพนักงานอยู่เสมอ มีแผนพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดในการทำงานในสายงานอื่นๆ ภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น และสร้างอาชีพเสริมให้กับพนักงานอีกด้วย ดังนั้น การร่วมมือกันกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง จึงเป็นการยกระดับการพัฒนาบุคลากรให้มีความรอบรู้มากขึ้น อย่างมืออาชีพ เพื่อทำงานด้านดังกล่าวได้ตรงกับความต้องการของลูกบ้าน PLUS Eduplex สถาบันการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงผลักดันให้มีการกำหนดหลักสูตร การเรียนการสอนตามเกณฑ์สำหรับฝึกอบรมพนักงานของพลัสฯ ให้มีการอัพเดตตามความต้องการของลูกบ้านอยู่เสมอ” นายสันติ ศรีสงคราม Senior Director – Experience Development บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า “หลักสูตร สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งเน้นให้พนักงานช่างเทคนิคมีทักษะความรู้ด้านงานช่างที่หลากหลาย สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการบริการลูกค้าที่ประทับใจ มารยาท การสื่อสาร และความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โครงการสุภาพบุรุษงานช่าง จะดำเนินการพัฒนาหลักสูตรด้านงานสารพัดช่างอีกหลายประเภท เช่น ไฟฟ้า ประปา งานซ่อมแซมทั่วไป ฯลฯ เพื่อเสริมแกร่งให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถมีความรู้และพร้อมดูแลคุณลูกบ้านแบบครบทุกมิติของการอยู่อาศัย” นางสุนทรี อาจทวีกุล ผู้อำนวยการ วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง กล่าวว่า “วิทยาลัยฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในโครงการนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางวิทยาลัยจะได้ส่งเสริมศักยภาพของพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานอื่นมากขึ้น รวมทั้งนักศึกษาของวิทยาลัยฯ ในสาขาต่าง ๆ จะได้มีโอกาสฝึกงานเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และพัฒนาทักษะความรู้ให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ วิทยาลัยฯ มุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาของเราพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ” “โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งหวังพัฒนาศักยภาพของพนักงานพลัสฯ ให้เป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการอาคารที่พักอาศัย พร้อมมอบบริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า สร้างความพึงพอใจและความประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ” นางสาวนฤมล กล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ ร่วมฟื้นฟูคลองแม่ข่า เชียงใหม่ สานต่อนโยบาย “Sustainable Together” แสนสิริผนึกพลัสฯ ชูโรดแมป “Sustainable Together” เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน…