ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

นิติบุคคล คืออะไร มีกี่แบบ และแนะนำขั้นตอนการจดทะเบียนอย่างละเอียด ข้อมูลปี2022

พลัสฯ จะมาแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคลให้ทุกคนได้ทราบกัน และไขข้อสงสัยที่ทุกคนสงสัยกัน โดยเฉพาะเรื่องของขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เนิ่น จะได้ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ในภายภาคหลังที่ได้ลงมือทำธุรกิจหรือกิจการไปแล้ว คำว่า “นิติบุคคล” หลายคนอาจจะคงได้ยินกันบ่อยๆ แต่ยังไม่ทราบความหมายที่แน่ชัด และหน้าที่ของนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร แต่ไม่แปลกที่คนทั่วไปจะไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคล เพราะว่าเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเรา แท้จริงแล้วนิติบุคคลเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือกิจการต่างๆ หากใครที่กำลังจะเริ่มศึกษาเกี่ยวกับนิติบุคคล ต้องไม่พลาดบทความนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ นิติบุคคลก่อนว่าคืออะไร? ในทางกฎหมาย “นิติบุคคล” คือ สิ่งที่กฎหมายสมมุติให้เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ให้เป็นบุคคล ที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย บุคคลที่กฎหมายกำหนดขึ้นมาให้มีอำนาจในการกระทำต่าง ๆ เช่น สามารถทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ สัญญาฟ้องร้องและถูกฟ้องร้องทรัพย์สินของตนเอง นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา เหมือนกันหรือไม่แล้วแตกต่างกันอย่างไร? บุคคลธรรมดา หมายถึง ผู้ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย โดยนิติบุคคลเหมือนกับบุคคลธรรมดา ถึงแม้ว่านิติบุคคลจะมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่จะไม่สามารถกระทำการเหมือนกับบุคคลธรรมดาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นในกรณี สิทธิและหน้าที่บางอย่างซึ่งบุคคลธรรมดามีอยู่นั้น นิติบุคคลจะมีไม่ได้ เช่น สิทธิในด้านครอบครัว สิทธิในทางการเมือง เพราะว่านิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมติที่ไม่มีชีวิต ร่างกาย และสติปัญญาเหมือนกับบุคคลธรรมดา ดังนั้นนิติบุคคลจึงต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” เพื่อแสดงออกถึงสิทธิ หน้าที่ และความประสงค์ของนิติบุคคล กฎเกณฑ์และเงื่อนไขของบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาจะมีสามารถทำนิติกรรมได้ ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือได้สมรสแล้วถูกต้องตามกฎหมาย ต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หากผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ และผู้เสมือนไร้ความสามารถ ตามกฎหมาย จะทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม, ผู้อนุบาล, ผู้พิทักษ์ ตามลำดับตามกฎหมายก่อน นิติบุคคลสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทออกได้ ดังนี้ ประเภทที่ 1 นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบัญญัติเอาไว้หลายประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด เป็นต้น ซึ่งเป็น นิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือธุรกิจ และแบบไม่แสวงหาผลกำไรหรือผลประโยชน์ เช่น มูลนิธิ สมาคม เป็นต้น ประเภทที่ 2 นิติบุคคล ตามกฎหมายอื่น นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติมหาชนจำกัด พระราชบัญญัติสหกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายกำหนดให้สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เช่น วัด จังหวัด กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน เป็นต้น ในบทความนี้เราจะให้ความรู้สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจหรือขยับขยายธุรกิจ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อทำความเข้าใจประเภทของห้างหุ้นส่วนของ นิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้ 1.ห้างหุ้นส่วนสามัญ หมายถึง ห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด…

วิธีลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อัปเดตปี 2565 เอกสารลดหย่อนภาษีบ้าน ที่ควรรู้

หลายคนคงคิดว่าเรื่องการยื่นภาษีเป็นเรื่องใหญ่และไกลตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยซื้อบ้าน ซื้อคอนโด รู้หรือไม่ว่าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ถึง 200,000 บาท และสามารถยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 สามารถยื่นภาษีตั้งแต่วันนี้ – 8 เม.ย. 65 สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลใจไป   เพราะพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รวมทุกสิ่งไว้ในบทความนี้หมดแล้ว เพียงแค่อ่านบทความนี้จบคุณก็ยื่นหักลดหย่อนภาษีเสร็จพอดี   1. ประเภทของอสังหาฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ ประเภทของอสังหาฯ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีกรณีบ้านหลังแรกได้นั้น เป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านพร้อมที่ดิน บ้านแฝด ทาวน์โฮม รวมไปถึงคอนโด ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองก็ได้ไม่จำกัด แต่ต้องมีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และจะซื้อด้วยเงินสด หรือเงินผ่อนก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 13 ตุลาคม 2558 – 31 ธันวาคม 2559 ดังนั้น ถ้าโอนกรรมสิทธิ์ไม่ทันช่วงเวลานี้ ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกได้เช่นกัน 2. หลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อย่าลืมเตรียมหลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านต่างๆ ให้พร้อมเพื่อประกอบการยื่นภาษี ซึ่งมีดังนี้ หนังสือรับรองจำนวนเงินที่ชำระค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) หนังสือรับรองการซื้ออสังหาริมทรัพย์ว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน (ท.ด. ๑๓) มีตราครุฑ สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน (กรณีกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) อันนี้ตัวจริงคุณต้องได้จากธนาคารมาอยู่แล้ว 3. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เจ้าของบ้านหลังแรกจะใช้สิทธิลดหย่อนได้ 20% ของราคาบ้านที่ซื้อมา โดยจะเฉลี่ยใช้สิทธิเท่าๆ กัน 5 ปี ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อบ้านมาในราคา 3,000,000 บาท จะได้รับค่าลดหย่อน 600,000 บาท (20% ของราคาบ้าน 3,000,000 บาท) ค่าลดหย่อน 600,000 บาทนี้ จะเฉลี่ยใช้สิทธิได้ 5 ปี ตกปีละ 4% หรือ 120,000 บาท เท่ากับ 600,000 ÷ 5 ปี หรือพูดง่ายๆ คือสามารถลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกินปีละ 120,000 บาท นั่นเอง แต่ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านและลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนี้สามารถใช้ได้จนถึงปีภาษี 2562 หรือ 2563 แล้วแต่ว่าซื้อบ้านหลังแรกในปีไหน แต่การใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปีที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ระหว่างระยะเวลาใช้สิทธิ 5 ปี หากลืมใช้สิทธิในปีไหนก็จะเสียสิทธิในปีนั้นไปเลยไม่สามารถนำไปทบในปีถัดไปได้อีก   4. ขั้นตอนในการยื่นภาษีออนไลน์ ก็เหมือนกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90 จนไปถึงหน้า 5 คำนวณภาษี เพียงกรอกข้อมูลในช่องที่บอกว่า “เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ผู้มีเงินได้)…

แจกพิกัด 10 คาเฟ่ยอดฮิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ รวมมิตรมาให้แล้ว

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ ถือเป็นย่านที่รวมทั้งแหล่งกิน แหล่งเที่ยว แหล่งบันเทิง รวมถึงแหล่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอย่างเช่น THE BASE เพชรบุรี-ทองหล่อ oka HAUS หรือจะ taka HAUS รวมไว้ในที่เดียวกันและถ้าจะไม่พูดถึงคาเฟ่ ก็ไม่ได้เพราะย่านนี้ก็มีคาเฟ่ที่น่านั่งอยู่มากมาย ไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียว วันนี้พลัสฯ จะมาเอาใจสายสร้างคอนเทนต์ พามาอัพเดต “คาเฟ่ชิคๆ คูล” ที่จะนั่งชิลทำงาน หรือจะถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลก็เรียกยอดไลค์กระจาย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีคาเฟ่ไหนที่ควรปักหมุดแล้วไปเช็คอินบ้าง เราได้คัดมาให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟใหม่ๆ นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย หรือหามุมสบายนั่งทำงาน อีกทั้งในแต่ละร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยทีเดียว 1. NIWO cafe พลาดไม่ได้สายครัวซองค์หอมอร่อยเกินราคาและเครื่องดื่มกาแฟคั่วพิเศษกับร้านสไตล์มินิมอลโทนสีขาว บรรยากาศ feel good อีกทั้งพนักงานบริการดีเลิศ บาริสต้าที่ใส่ใจทุกเมนูเครื่องดื่มสุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: niwo cafe เวลาเปิด ทุกวัน เวลา 07:00-19:00 น. 📌 พิกัด: ซอยสุขุมวิท 39 2. Flat+white Cafe เอาใจสายหวานชอบรับประทานเค้กตกแต่งสไตล์เกาหลี คาเฟ่โทนสีขาวถ่ายรูปชุดไหนก็เอาอยู่หรูหรา เครื่องดื่มโกโก้อร่อยมีเอกลักษณ์ อีกทั้งมีเมนูน่าลองอย่างโฮจิฉะ+เฮเซลนัท ใส่ใจสุขภาพที่สุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Flat+white cafe เปิดทุกวันเวลา 09:00-18:00 น. 📌 พิกัด: ทองหล่อ 3. Paco.Bangkok คาเฟ่สไตล์เมืองนอกเมนูสายคลีนกับโยเกิร์ตและผลไม้เปรี้ยวหวานสุดชื่นใจ คัดสรรวัตถุดิบดีเยี่ยมมากไปกว่านั้นยังมีเมนูของคาวด้วยนะ บรรยากาศภายในร้านเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย มุมถ่ายรูปเก๋มาก ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Paco Bangkok เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: สุขุมวิท49 4. MooMin cafe คาเฟ่ Moominสไตล์เกาหลีน่ารักมาก ยกเหล่าตัวการ์ตูนมาไว้ที่คาเฟ่เอาใจคนรักMoomin เมนูน่ารับประทานไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กของหวานและเมนูน้ำลาเต้ โกโก้ ก็อร่อยไม่แพ้กัน พนักงานในร้านก็เอาใจใส่ต้อนรับเป็นกันเอง ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ:Moomin Thailand เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: ตึกSingha complex เพชรบุรีตัดใหม่ 5. ThinkLab creative space and cafe คาเฟ่เปิดใหม่กลิ่นกาแฟหอมในยามเช้าก่อนไปทำงานเพราะว่าทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี สำหรับใครที่ไม่ชอบกาแฟก็ยังมีเมนูมัทฉะให้ลิ้มลองกันด้วยนะ บรรยากาศในร้านมีพื้นที่ให้ทำงานมุมดีมุมสบายสุด ๆ ใครที่กำลังทำงาน work form home แนะนำมาร้านนี้เลย…

พาชมสวนป่าเบญจกิติ ป่าใหญ่ใจกลางกรุง สวนสาธารณะแลนด์มาร์คใหม่ใกล้ อโศก สุขุมวิท พระราม 4

สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะรูปแบบใหม่ย่านอโศก-รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวกรุงเทพฯ ได้รับมอบสวนสาธารณะที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในย่านอโศก-รัชดา นั่นคือสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ที่จะเข้ามาเป็น “ระบบนิเวศ” แห่งใหม่ใจกลางกรุง เพราะที่นี่จะไม่ใข่แค่สวนสาธารณะ แต่จะเข้ามายกระดับสภาพแวดล้อม และมอบคุณค่าแก่ชาวเมือง ทั้งในแง่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษาธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่ช่วยลดภัยธรรมชาติในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย จากโรงงานยาสูบสู่สวนสาธารณะ สวนเบญจกิติแต่เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ ซึ่งหลังจากโรงงานได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอยุธยา พื้นที่นี้จึงได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 450 ไร่ โดย “สวนเบญจกิติ” เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2547 มีบึงใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สำหรับวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ซึ่งพื้นที่เฟสใหม่ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็น “สวนป่าเบญจกิติ” และเพิ่งได้มีการเปิดให้เข้าชมได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงตัวเองได้ ขอบคุณภาพจาก wikipedia สำหรับแนวคิดการพัฒนาสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 นี้เรียกได้ว่ามีความพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะถือเป็นการสร้างนิยามใหม่ของสวนสาธารณะที่ไม่ใช่แค่การจัดสวนตาม Landscape เท่านั้น แต่ที่นี่ยังถูกออกแบบให้เป็น “ป่าขนาดย่อม” ที่สามารถเจริญเติบโตไปพร้อมกับเมือง และเน้นสะท้อนความจริงของธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น พันธ์ไม้ที่จะผลัดใบและเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องเขียวชอุ่มตลอดปี แถมยังมีพื้นที่จัดไว้สำหรับ “เกาะต้นไม้กลางบึง” ที่มีร่องน้ำไว้ทำหน้าที่กักเก็บและบำบัดน้ำเสีย พร้อมให้รากต้นไม้ดูดซับน้ำไปใข้หล่อเลี้ยงตัวเองได้ และพื้นที่ชุ่มน้ำส่วนนี้ยังสามารถรองรับน้ำฝนเพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกทางหนึ่งด้วย แหล่งแฮงเอาท์ใหม่ฟังก์ชันจัดเต็ม ขอบคุณภาพจาก City Cracker นอกจากพื้นที่สีเขียวแล้ว สวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ยังออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริงของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็น Skywalk ที่ออกแบบให้มีความต่างระดับ ลาดชันบ้าง คดเคี้ยวบ้าง เพื่อเปิดมุมมองให้คนได้เดินชมสวนป่าแบบสมจริง พร้อมจุดถ่ายรูปวิว Panorama ให้แชะแชร์ผ่านโซเชียล และในส่วน Pavilion หรือศาลาชมวิว ที่สร้างไว้ตามจุดต่างๆ ให้เป็นพื้นที่พูดคุยสันทนาการและยังสามารถมองเห็นวิวสวนป่าและบรรยากาศโดยรอบได้ แถมยังมี Amphitheatre หรือ อัฒจันทร์อเนกประสงค์กลางแจ้ง ที่ให้คนมาทำกิจกรรมได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หรือ จัดอีเวนท์ต่างๆ ด้วยขนาดที่สามารถรองรับได้มากถึง 15,000 คน ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกออกแบบในแนวคิด Universal Design ให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีอุปสรรค ส่วนอาคารที่เป็นโรงงานยาสูบเก่าจะถูกปรับพื้นที่ให้เป็นโซนกีฬาในร่ม พิพิธภัณฑ์ และยังจะมี Bike Hub โซนขายอุปกรณ์และซ่อมจักรยานอีกด้วย สะพานเขียวเชื่อมสวมลุมฯ ขอบคุณภาพจากเพจ Travelเหรอ ความพิเศษยังไม่หมด เพราะสวนป่าเบญจกิติยังมีการปรับปรุงสะพานเขียวใหม่ เพื่อใช้เป็นทางเดิน วิ่ง และจักรยานที่เชื่อมต่อกับสวนลุมพินีโดยมีระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร พร้อมวิวด้านล่างที่สามารถซึมซับบรรยากาศชุมชนที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ใครที่ยังไม่เคยลองเดินเชื่อมสวนใหญ่ 2 แห่งนี้ เราแนะนำให้มาลองดูกัน แต่อาจต้องเตรียมแรงเอาไว้หน่อย เพราะมีบันไดให้วัดกำลังขาอยู่เรื่อยๆ ตลอดทาง สวนป่าเบญจกิติถือได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะเจาะกับการพักร่างพักใจได้เป็นอย่างดี หรือใครที่เบื่อกับการเดินห้าง ที่นี่ก็สามารถเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่สำหรับสายรักธรรมชาติ หรือหากต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ก็สามารถเข้ามาได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงต่างจังหวัด การเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิติ สำหรับการเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิตินั้นมีความสะดวกสบาย ด้วยแนวคิดที่ให้เมืองและชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับสวนป่าเบญจกิติแห่งนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเราขอแนะนำการเดินทางหลักๆ ออกเป็น 2…

รู้ทัน! ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดิน สำหรับ ปี 2565

หากใครคิดที่จะลงทุนเกี่ยวกับอสังหาฯ ไม่ว่าเป็น คอนโด ห้องชุดและที่เดิน ต้องไม่พลาดที่จะเช็คราคาประเมินคอนโดก่อน แต่ในปีนี้จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความชะลอตัว และสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่ทำให้สภาพเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว จากเดิมราคาประเมินคอนโด 2565 จะต้องประกาศใช้แล้ว ซึ่งข่าวล่าสุดกรมธนารักษ์เตรียมพิจารณาเลื่อนประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินทั่วไประเทศรอบใหม่ออกไปอีก 1 ปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดินทั่วประเทศในปี 2565 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 กรมธนารักษ์เปิดเผยว่ายังคงใช้ราคาประเมินเดิมในรอบปี 2559-2563 ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 และถ้าหากใครที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับราคาประเมินคอนโดว่าคืออะไร แล้วเราจะสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดได้ที่ไหน พลัสฯมีคำตอบให้ครับ “ราคาประเมิน” ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ “ราคาประเมินที่ดิน” และ “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” ราคาประเมินที่ดินคืออะไร และ ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด ต่างกันอย่างไร ? ราคาประเมินที่ดิน คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาที่ดินแต่ละแปลงนั่นเอง โดยปกติแล้วราคาประเมินที่ดินจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตามศักยภาพของทำเลที่ตั้งและความเจริญของทำเล เช่น ถนนตัดใหม่, ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่วน “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาอาคารชุด ซึ่งทั้ง 2 ประเภทจะมีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแลกำหนดราคากลางเอาไว้ ซึ่งมูลค่าก็จะเป็นไปตามศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงและคุณสมบัติของอาคารชุดหรือคอนโด แต่ละโครงการ รู้ราคาประเมินห้องชุดไว้ได้ประโยชน์ สำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ประโยชน์หลักๆ ของราคาประเมินอาคารชุด รวมถึงราคาประเมินห้องชุด-คอนโดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนอสังหา ก็เพื่อนำมาใช้เป็นคำนวนค่าธรรมเนียมภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ในการทำนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนอง การซื้อ-ขาย ที่เกิดขึ้น และจะใช้คำนวนค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน โดยส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้จ่าย 1-2% ของราคาประเมิน รวมทั้งกรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีความ ศาลก็จะใช้ราคาประเมินนี้ในการคิดค่าความเสียหาย หรือในกรณีนำสินทรัพย์ไปค้ำประกัน ลงทุน ธุรกรรมต่างๆ ส่วนประโยชน์อื่นๆ สำหรับนักลงทุนอสังหาแล้ว ข้อมูลราคาประเมินที่ดินและราคาประเมินห้องชุดเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอสังหาในรูปแบบต่างๆ หรือรวมถึงการประเมินศักยภาพของแต่ละทำเลที่จะเลือกลงทุนอสังหาได้ด้วย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ศักยภาพของทำเลและศักยภาพของโครงการในอนาคตเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อัพเดทราคาประเมินที่ดิน-คอนโด-อาคารชุด ปี 2565 หากต้องการเช็คราคาประเมินคอนโด 2565 นี้ควรทราบก่อนว่าราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินอาคารชุด-คอนโด จะมีการอัพเดททุกๆ 4 ปี สำหรับราคาที่ประเมินดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นของรอบประเมินเดิม 2559-2562 ที่ผ่านมากรมธนารักษ์เคยประกาศเลื่อนใช้ราคาที่ดินประเมินใหม่ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้เลื่อนใช้จากต้นปี 2563-2564 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งปี 2564 นี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ระบุว่าสามารถใช้ราคาประเมินที่ดินรอบปัจจุบันอยู่ที่ ระหว่างปี 2563-2564 ได้ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ใช้ไปพลางก่อน โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งประเทศ ราคาเพิ่มเฉลี่ย อยู่ที่ 8.81-10% จากภาวะเศรษฐกิจ   ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย จากการสำรวจราคาที่ดิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า…

แนะนำคอนโดจตุจักรที่เหมาะกับชาว First Jobber!

คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่อย่าง First Jobber หรือเด็กจบใหม่ ช่วงอายุ 22-25 ปี เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และปรับตัว พร้อมแสวงหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต และยังวาดฝันถึงความมั่นคงในชีวิต แต่ First Jobber ในยุคนี้ มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีวิถีชีวิตแตกต่างไปจากมนุษย์เงินเดือนในยุคก่อนๆ เพราะคนเจนนี้มองหาชีวิตแบบ Work-Life Balance กันมากขึ้น “เวลา” จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สามารถจัดสรรชีวิตได้ตามความต้องการ การมองหาตัวช่วยในการประหยัดเวลาชีวิตด้วยการอาศัยอยู่ในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า จึงเป็นทางออกที่ลงตัว และคอนโดราคาล้านต้นๆ อย่างคอนโดจตุจักรก็ยิ่งตอบโจทย์กับ First Jobber วัยสร้างตัวที่ยังมีรายได้ไม่สูงมากนัก ย่านจตุจักร-สะพานควายนับเป็นอีกย่านฮอตฮิตที่ชาวออฟฟิศหลายๆ คน เลือกมาอยู่อาศัยกัน ด้วยการเดินทางที่สะดวก ใช้เวลาเดินทางเข้าย่านใจกลางเมืองและย่านธุรกิจอย่าง CBD ได้ไม่ถึง 30 นาที มีระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถเดินทางออกไปชานเมืองและต่างจังหวัดได้ง่าย ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดจตุจักร สวนสาธารณะ และโรงพยาบาล ที่สำคัญยังมีคอนโดจตุจักรสะพานควายล้านต้นๆ ให้จับจองกันอยู่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทำเลจตุจักร-สะพานควายเป็นตัวเลือกที่ชาว First Jobber มองหา ไม่ว่าจะซื้ออยู่อาศัยเองหรือซื้อเพื่อการลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน วันนี้พลัสฯ จะมาขอแนะนำคอนโดจตุจักร สะพานควาย น่าอยู่ พร้อมแนะนำการวางแผนซื้อคอนโดฉบับมือใหม่ จะต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่และวางแผนกู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย 3 ขั้นตอนวางแผนซื้อคอนโดสำหรับมือใหม่ 1.สำรวจความต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำคือการสำรวจความต้องการของตัวเอง ว่าต้องการซื้อคอนโดไปเพื่อจุดประสงค์อะไร เช่น เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน เพราะจะมีปัจจัยที่จะพิจารณาแตกต่างกัน ซึ่งการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยในการเลือกคอนโดได้ตรงความต้องการและกำหนดขอบเขตของงบประมาณได้ชัดเจนมากขึ้น 2.ตรวจสอบสถานะการเงิน ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะซื้อคอนโดได้ สามารถพิจารณาจากรายได้ต่อเดือนและสภาพคล่องทางการเงิน โดยการกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อคอนโดนั้น จะต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน เพื่อดูว่าธนาคารสามารถให้วงเงินกู้ได้เท่าไหร่ ก่อนอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้ แล้วจึงมองหาราคาคอนโดที่ครอบคลุมกับวงเงินกู้ที่ธนาคารให้ได้ โดยสามารถคำนวณความสามารถในการผ่อนสูงสุดต่อเดือนและวงเงินกู้ได้ ดังนี้ ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน = (เงินเดือน x 40%) – ภาระหนี้สินอื่นๆ เช่น มีเงินเดือน 15,000 บาท และไม่มีภาระหนี้สินอื่น จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 6,000 บาทต่อเดือน และเงินเดือน 20,000 บาท จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 8,000 บาทต่อเดือน วงเงินที่สามารถกู้ได้ = 1,000,000 x ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน/7,000 จากการประเมินคร่าวๆ จะคำนวณจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวด 7,000 บาท ต่อยอดหนี้ 1 ล้านบาท เท่ากับว่าหากมีเงินเดิน 15,000 บาท จะมีวงเงินที่สามารถกู้ได้ประมาณ 857,143 บาท และเงินเดือน 20,000 บาท…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู