ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ตอบคำถามชาวคอนโด: ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป

ค่าส่วนกลาง หรือ Maintenance Fee / Common Fee คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี เพราะเป็นค่าใช้จ่ายแบบ Fixed Cost ที่เจ้าของห้องคอนโดต้องจ่ายในทุก ๆ เดือน โดยจำนวนค่าส่วนกลางคอนโดแตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและการจัดการภายในโครงการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละคอนโด อายุและสภาพของตัวคอนโด เป็นต้น สำหรับใครที่รู้สึกว่าทำไมค่าส่วนกลางคอนโดตัวเองแพงกว่าคนอื่น ? คุ้มหรือไม่ที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือน ในบทความนี้พลัสฯ จะพามาเจาะลึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร ? เหตุใดค่าส่วนกลางคอนโดจึงสำคัญ แล้วโดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมนี้ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง ? มาดูกันเลย ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป ? หากถามว่าค่าส่วนกลางคอนโดที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน คุ้มค่าหรือไม่ ? อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเข้าด้วยกัน แต่ถ้าถามว่าเราไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดได้หรือไม่ ? ขอตอบให้ตอนนี้เลยว่า “ไม่ได้” อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นอาจโดนค่าปรับ และดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงการถูกฟ้องร้อง ทีนี้หากย้อนไปในคำถามที่ว่า ค่าส่วนกลางคอนโดของเราคุ้มหรือไม่ ? จะต้องมาดูกันก่อนว่า ค่าส่วนกลางคอนโด “ใครเป็นคนเก็บ ใครเป็นคนจ่าย แล้วใครได้ประโยชน์อย่างไร” ใครเป็นคนเก็บค่าส่วนกลางคอนโด ค่าธรรมเนียมส่วนกลางของคอนโดหรือที่นิยมเรียกกันว่า “ค่าส่วนกลางคอนโด” จะถูกเรียกเก็บจากผู้พักอาศัยหรือลูกบ้านในโครงการ เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา จัดการพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยทั่วไปค่าส่วนกลางนี้จะมีการระบุให้ชำระในทุกปี หรืออาจจะเป็นรายเดือน และมักจะมีการกำหนดให้จ่ายแบบล่วงหน้า 1 ปี เป็นอย่างต่ำ แน่นอนว่าเงินที่เก็บได้จากค่าส่วนกลางเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน และการบำรุงรักษาโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มนิติบุคคลอาคารชุด สำนักจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน โดยทั่วไปจะมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดทำงบประมาณ วางแผนทางการเงิน และตัดสินใจในการจัดสรรเงินทุนเพื่อนำไปสร้างประโยชน์ให้กับลูกบ้านในโครงการต่อไป กลุ่มบริษัทจัดการทรัพย์สิน (Property Management) ในบางโครงการจะมีการจ้างบริษัทที่เข้ามาดูแลการดำเนินงานต่างๆ และบำรุงรักษาอาคารโดยเฉพาะ ทั้งการประสานงานซ่อมแซม จัดการปัญหาข้อกังวลของลูกบ้าน และดูแลให้พื้นที่ส่วนกลางได้ถูกใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุด โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ในการดูแลจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลาง ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ในการจ่ายค่าส่วนกลาง ลูกบ้านหลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่า “ทำไมฉันจะต้องจ่ายเงินจำนวนมากไปในทุกๆ ปี ด้วย ?” พลัสฯ จะขอตอบคำนี้ด้วยการบอกเหตุผลว่าทำไมการจ่ายค่าส่วนกลางถึงไม่ใช่แค่ภาระผูกพันทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในด้านความเป็นอยู่ การดูแลรักษา และคุณภาพชีวิตอีกด้วย เช่น การบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง แน่นอนว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกนำมาใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ ปัญหาไฟส่องสว่าง การบำรุงรักษาลิฟต์ การทาสี งานโครงสร้างอาคาร ฯลฯ สาธารณูปโภคทั่วไป ค่าส่วนกลางคอนโดครอบคลุมถึงเรื่องสาธารณูปโภคสำหรับพื้นที่ส่วนกลางอีกด้วย เช่น ไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลาง น้ำสำหรับการดูแลสวน ต้นไม้ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวก…

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางผู้ช่วยแก้ปัญหาคอนโดมือสองที่อาจถูกมองข้าม

การซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำไปลงทุนปล่อยเช่าหรือตกแต่งให้อยู่สภาพดีและนำมาขายต่อ กลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ของนักลงทุนรุ่นใหม่ เพราะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่จะสร้าง Passive Income ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลากหลายยูนิตที่ปล่อยขายอยู่ มีทั้งรูปแบบที่ติดต่อกับเจ้าของเองและบริการผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยพลัสฯ จะขอพาทุกคนมาทราบถึงปัญหาจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงการใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงได้เปรียบกว่า ปัญหาที่อาจมองข้ามจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง 1. ไม่ตรวจสัญญาให้ครบถ้วน ในการทำสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด มีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก ซึ่งหากตรวจสอบไม่ละเอียด สามารถก่อให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาว อย่างการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่มีเจตนาในการจะโอนกรรมสิทธิ์กันภายภาคหน้าโดยจะมีรายละเอียด เช่น วันที่นัดกันโอนกรรมสิทธิ์ การวางมัดจำ ค่าปรับ รายละเอียดของกรรมสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงการระงับสัญญาจากหลายๆ กรณี นอกจากนี้สำหรับสัญญาซื้อขายคอนโด เป็นสัญญาที่ไว้เพื่อโอนกรรมสิทธิ์กัน ซึ่งจะมีเงื่อนไขที่จะต้องไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น โดยก่อนทำสัญญาจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จะต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวันที่นัดโอนจะได้ไม่มีปัญหากัน นอกจากนี้ ควรต้องตรวจสอบว่าจะมีค่ารับประกันจากโครงการ ส่วนกลางที่จะได้รับ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะได้รับให้แน่ชัด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง 2. ไม่เปรียบเทียบทำเลหรือยูนิต สำหรับการลงทุนคอนโดมือสอง หลายคนมักเลือกจากยูนิตที่มีความสวยงามหรือทำเลเดียว ไม่มีตัวเลือกอื่นไว้เปรียบเทียบ อาจทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ยิ่งถ้าเราไม่มีประสบการณ์ในการอยู่อาศัยคอนโด อาจทำให้ไม่ทราบว่าควรเลือกห้องทำเลไหน ยูนิตไหนแสงส่อง ลมโกรก เสียงดัง ไม่เป็นส่วนตัว รวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการว่าสามารถเดินทางสะดวกสบายหรือไม่ บริเวณนั้นรถติดหรือเปล่า ซึ่งหากเราไม่มีประสบการณ์ อาจไม่ได้มีการเปรียบเทียบทำเลหรือยูนิตว่าดีกว่าและคุ้มทุนอย่างไร จนทำให้หลังซื้อไปแล้วอาจเจอปัญหาไม่มีผู้เช่าหรือขายได้ยาก 3. ไม่ดูประวัติคอนโดมือสอง รวมถึงค่าใช้จ่ายคงค้าง การสืบประวัติคอนโดถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก! เพราะบางครั้งโครงการอาจเคยมีเหตุอาชญากรรมขึ้นหรือโศกนาฏกรรม หรือในบริเวณใกล้เคียงมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน หากเป็นโครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ บางครั้งอาจมีกลิ่นติดได้ รวมถึงบางโครงการอาจมีกฎหรือข้อกำหนดบางอย่างที่ห้ามปล่อยเช่า และนิติบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ก็จะทำให้พื้นที่ส่วนกลางเสื่อมโทรมและลดมูลค่าของคอนโดได้ ดังนั้นจำเป็นต้องสืบประวัติให้ทราบแน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ จำเป็นต้องได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลคอนโด เพื่อทำให้มั่นใจว่าคอนโดมือสองที่ซื้อต่อไม่มีการติดค้างค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ทำให้เราต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อ 4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และการซ่อมบำรุง หลังจากซื้อคอนโดมือสองไปแล้ว นอกจากเงินดาวน์และการกู้เงินแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาอีก ค่าจอง ค่าทำสัญญา ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าประกัน ซึ่งหากมีการตกลงกันในสัญญาแต่แรกก็จะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่จะต้องชำระอีก ซึ่งผู้ซื้อคอนโดจำเป็นต้องชำระและไม่สามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้ หากคอนโดอยู่ในสภาพไม่ดี ทำให้เราอาจต้องเผื่องบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือรีโนเวทได้ รวมถึงค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ร่วมด้วย ทำไมถึงควรใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์? จากปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวไป อาจทำให้มือใหม่หัดลงทุนพลาดได้โดยง่าย เพราะการลงทุนคอนโดมือสองมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องใส่ใจ ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยขายคอนโด โดยมีหน้าที่ เช่น 1. การดูแลให้คำปรึกษา ตรวจสอบสัญญาต่างๆ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะให้การดูแลด้านคำปรึกษา ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการซื้อ โดยเฉพาะสัญญาในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบสัญญาว่ามีรายละเอียดครบถ้วน ตัวสัญญายุติธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งส่วนมากแล้วนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะมีความรู้ด้านกฎหมายและความเชี่ยวชาญด้านสัญญา 2. กูรูด้านพื้นที่…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู