ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

พาส่อง 3 โครงการบ้านหรู 3 ชั้น ขยายพื้นที่การใช้ชีวิตให้กว้างขึ้น

บ้าน 2 ชั้น อาจมีพื้นที่อยู่อาศัยไม่มากพอสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคน เพราะพื้นที่ใช้สอยในบ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ บ้านหรู 3 ชั้นจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน อาจทำให้ไลฟ์สไตล์ต่างกัน และต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปดูข้อดีของบ้านหรู 3 ชั้น พร้อมแนะนำบ้านจาก 3 โครงการหมู่บ้านหรู ข้อดีของบ้านหรู 3 ชั้น บ้านหรูเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดอสังหาฯ ไทย และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2024 เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่มีความต้องการซื้อสูง แม้ว่าจะสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบ้านหรู 3 ชั้น มีข้อดี ดังนี้ 1. พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น บ้าน 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า หากเปรียบเทียบกับบ้าน 1 ชั้น และบ้าน 2 ชั้น ที่สร้างบนที่ดินขนาดเท่ากัน 2. มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างและไกลขึ้น ด้วยลักษณะตัวบ้านที่สูงขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมองเห็นทิวทัศน์จากชั้น 3 ของบ้านได้กว้างและไกลมากยิ่งขึ้น 3. ฟังก์ชันการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานพื้นที่ในบ้านได้มากขึ้น เช่น ห้องสมุด ห้องฟิตเนส ห้องดูหนัง และอื่นๆ ตามความชอบ แนะนำ 3 บ้านจากโครงการบ้านหรู 3 ชั้น โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มักมาจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของประเทศ ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในกระบวนการออกแบบและก่อสร้างที่เป็นมืออาชีพ โดย 3 บ้านแนะนำ จากโครงการบ้านหรู ได้แก่ 1. The Urban Reserve โครงการบ้านหรูระดับ Super Luxury ที่มีจำนวนบ้านในโครงการเพียง 17 หลัง ทำให้บรรยากาศภายในโครงการเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยบ้านแต่ละหลังเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 516.00 – 536.00 ตารางเมตร บนเนื้อที่เริ่มต้น 70 ตารางวา การดีไซน์เน้นความเรียบหรู แต่ยังสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง พื้นที่ภายในบ้านแบ่งเป็น 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ มาพร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถจอดรถได้สูงสุดถึง 6 คัน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ สโมสรโครงการ สวนพักผ่อน และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เชื่อมต่อกับ ถนนศรีนครินทร์ ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก…

คอนโด 2 ห้องนอนเหมาะกับใคร? รวม 5 คอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้า

ข้อดีของคอนโด 2 ห้องนอน คือ พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปดูข้อดีและแนะนำ 5 คอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้าที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์อยู่อาศัยของทุกเพศทุกวัย คอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้าเหมาะกับใคร? คอนโด 2 ห้องนอน มีพื้นที่กว้างขวางและแบ่งออกเป็นสัดส่วน เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กมีลูก 1 คน พี่น้อง 2 คน รูมเมท และคู่รักที่ต้องการห้องนอนส่วนตัวเป็นของตนเอง โดยคอนโดติดรถไฟฟ้าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังโรงเรียนติดรถไฟฟ้า หรือออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า ช่วยลดทั้งเวลาและค่าเดินทางในระยะยาว แนะนำ 5 คอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้า แนะนำคอนโด 2 ห้องนอน จาก 5 โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้า ทั้งคอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้า MRT, คอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้า BTS และคอนโด 2 ห้องนอนติดรถไฟฟ้า ARL มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน อีกทั้งยังรายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล และตึกสำนักงาน 1. The Address Asoke The Address Asoke เป็นโครงการคอนโด High-Rise ประกอบไปด้วยอาคารสูง 44 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 574 ยูนิต โดยมีประเภทห้องให้เลือก 2 แบบ คือ ห้อง 1 ห้องนอน และห้อง 2 ห้องนอน มาพร้อมพื้นที่อยู่อาศัยเริ่มต้น 35.90 – 124.00 ตารางเมตร ตัวโครงการให้สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางมาแบบจัดเต็ม อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องสตีม และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ โครงการยังอยู่ใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น รร.วัฒนาวิทยาลัย Terminal 21 รพ.บำรุงราษฎร์ รถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรี และรถไฟฟ้า ARL สถานีมักกะสัน ยูนิตแนะนำ…

รวม 3 คอนโดติดรถไฟฟ้าย่านราชเทวี-พญาไท ทำเลสงบที่เหมาะกับการพักอาศัย

ในปัจจุบัน คอนโดติดรถไฟฟ้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่รถไฟฟ้า BTS และ MRT กลายเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนกรุง เพราะช่วยให้การเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลบางส่วนสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหลีกหนีสภาพการจราจรที่ติดขัดอยู่บ่อยครั้งของกรุงเทพฯ โดยหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความสนใจ คือ คอนโดติดรถไฟฟ้า ราชเทวี-พญาไท เพราะรายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน แต่มีความเงียบสงบ เหมาะกับเป็นแหล่งที่พักอาศัย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความรู้จักกับข้อดีของย่านราชเทวี-พญาไท พร้อมแนะนำ 3 คอนโดติดรถไฟฟ้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนกรุงที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางแสงสีเสียงของเมืองหลวง ข้อดีของย่านราชเทวี-พญาไท 1. เชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสาย ย่านราชเทวีและพญาไทมีสถานีรถไฟฟ้าสำคัญในพื้นที่ คือ รถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไทและสถานีราชเทวี ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้หลายสาย เช่น รถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไทเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า ARL สถานีพญาไท โดยสามารถเดินทางสุดสายไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี 1 สถานี คือ สถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทและสายสีลม หากนั่งต่อมาจากสถานีสยามอีก 2 สถานี จะเป็นสถานีศาลาแดง ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สถานีสีลม นอกจากนี้ ย่านราชเทวี-พญาไทยังมีทางด่วนและถนนสำคัญหลายสาย ได้แก่ ถนนพญาไท ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 1 ทางพิเศษศรีรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข 2. ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้สยามและใกล้อนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นแหล่งห้างสรรพสินค้าสำคัญของกรุงเทพฯ อาทิ Siam Paragon, Siam Square และ Siam Discovery เป็นต้น ทำให้ย่านราชเทวีและพญาไทมีความครึกครื้นตามไปด้วย ส่งผลให้มีแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้า ร้านอาหาร Local ร้านอาหารหรู และร้านอาหารนานาชาติมากมายเกิดขึ้นมา ดังนั้นคอนโด ราชเทวี-พญาไทจึงรายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน 3. แนวโน้มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ย่านราชเทวี-พญาไท คือ หนึ่งในทำเลศักยภาพที่ถูกจัดเป็น CBD (Central Business District) หรือพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ส่งผลให้แนวโน้มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการให้เช่าคอนโด (Rental Yield) อยู่ที่ประมาณ 4 – 6.5% ต่อปี แนะนำ 3 คอนโดติดรถไฟฟ้า ราชเทวี-พญาไท แนะนำ 3 คอนโดติดรถไฟฟ้า ราชเทวี-พญาไท ตอบโจทย์ชีวิตชาวกรุงในทุกมิติ เชื่อมต่อทุกความสะดวกสบาย ได้แก่ XT Phayathai XT…

เรื่องน่ารู้ก่อนรีโนเวทคอนโดมือสองและเคล็ด (ไม่) ลับตกแต่งคอนโด

คอนโดมือสองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากมีคอนโดเป็นของตนเองสักห้องในงบประมาณที่ไม่สูงมากนัก รวมถึงผู้ที่ต้องการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดมือสองด้วย แต่คอนโดมือสองมักมาพร้อมกับความจำเป็นในการรีโนเวท เพื่อซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดและตกแต่งให้เหมาะสมกับความชอบของผู้อยู่อาศัย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความรู้จักเรื่องน่ารู้ก่อนรีโนเวทคอนโดมือสองและเคล็ด (ไม่) ลับตกแต่งคอนโดมือสองให้น่าอยู่ เรื่องควรรู้ก่อนรีโนเวทคอนโดมือสอง คอนโดมือสองบางแห่งอาจมีสภาพใหม่และสวยงามพร้อมเข้าอยู่ แต่คอนโดมือสองบางแห่งจำเป็นจะต้องมีการรีโนเวท ด้วยปัจจัยหลายประการ อาทิ อายุคอนโด สภาพการใช้งานก่อนหน้า และการตกแต่งภายในที่ไม่ตรงกับความชอบของเจ้าของคนใหม่ โดยเรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจรีโนเวทคอนโดมือสอง ได้แก่ 1. กฎระเบียบคอนโดและพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร การรีโนเวทคอนโดต้องคำนึงถึงกฎระเบียบคอนโดและพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2552 โดยปกติแล้ว เจ้าของคอนโดคนใหม่จะได้รับมอบหนังสือกฎระเบียบคอนโดตั้งแต่วันที่ทำสัญญาส่งมอบห้อง ซึ่งควรศึกษากฎระเบียบต่างๆ ให้ถี่ถ้วน ก่อนเริ่มรีโนเวท เจ้าของห้องจะต้องทำหนังสือหรือกรอกแบบฟอร์มขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่นิติบุคคล พร้อมแนบพิมพ์เขียวงานออกแบบที่ต้องการรีโนเวท นอกจากนี้ เจ้าของห้องจะต้องทำหนังสือแจ้งเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยในเอกสารต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการดำเนินการและขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน 2. สำรวจพื้นที่และสไตล์ที่ต้องการ หลังได้รับส่งมอบห้อง เจ้าของจะต้องทำการสำรวจพื้นที่และจดบันทึกจุดที่ต้องการรีโนเวท แล้วทำการค้นหาสไตล์การตกแต่งภายในคอนโดที่ชื่นชอบ เพื่อวางแผนและว่าจ้างผู้รับเหมาในขั้นตอนต่อไป หากไม่สะดวกสำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง เจ้าของสามารถว่าจ้างวิศวกรหรือสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญมาทำหน้าที่ตรวจสภาพห้องแทนได้ โดยผู้เชี่ยวชาญจะสามารถสำรวจพื้นที่ได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากกว่า เช่น พื้นไม้บวมที่อาจสังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า รอยร้าวขนาดเล็กบนผนัง ตำแหน่งไฟเพดานที่ไม่สมดุล และอื่นๆ 3. วางแผนการว่าจ้างสถาปนิกและผู้รับเหมา เมื่อได้จุดที่ต้องการรีโนเวทและสไตล์การตกแต่งที่ชื่นชอบแล้ว ให้ทำการวางแผนว่าจ้างสถาปนิกและผู้รับเหมา โดยให้เตรียมงบประมาณเผื่อไว้ประมาณ 20-30% สำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น รวมเคล็ด (ไม่) ลับตกแต่งคอนโด การตกแต่งคอนโดให้สวยงามจะช่วยให้คอนโดน่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคอนโดที่ต้องการปล่อยเช่า เพราะห้องที่สวยงามจะช่วยดึงดูดผู้เช่าได้มากขึ้น โดยเคล็ด (ไม่) ลับตกแต่งคอนโด 3 ข้อ ได้แก่ 1. เลือกผ้าม่านและทาสีห้องโทนสว่าง การเลือกใช้สีทาห้องโทนสว่าง เช่น สีขาว สีครีม และสีเทาสว่าง เป็นต้น จะช่วยให้ห้องดูกว้างและโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคอนโดเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด ในบางครั้งอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอึดอัดได้ โดยควรเลี่ยงการทาสีห้องโทนเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำตาล และสีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น เพราะจะทำให้ห้องดูแคบลง การเลือกใช้ผ้าม่านโทนสีสว่างหรือผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูสว่างและโล่งมากยิ่งขึ้น อาจเลือกใช้เป็นผ้าม่าน 2 ชั้น เพื่อให้สามารถควบคุมแสงสว่างจากธรรมชาติที่เข้ามาภายในห้องได้ ส่วนกรณีที่ต้องการให้เพดานห้องดูสูงโปร่งขึ้น ให้เลือกใช้ผ้าม่านแบบยาวที่พอดีกับความสูงของผนังห้อง 2. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แสงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ห้องน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ เพราะเป็นไฟที่ให้ความสว่างได้ดีและประหยัดพื้นที่เพดาน โดยไฟดาวน์ไลท์มีอยู่ 2 แบบ คือ ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังใต้ฝ้า: ไฟดาวน์ไลท์ที่ตัวโคมฝังเข้าไปใต้ฝ้าทั้งหมด จะทำให้เพดานห้องดูโล่งสบายตามากยิ่งขึ้น ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังกึ่งลอย: ไฟดาวน์ไลท์ที่ตัวโคมฝังเข้าไปใต้ฝ้าบางส่วน โดยจะมีตัวโคมเลยออกมาจากฝ้าเล็กน้อย 3. การเลือกระหว่างเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและบิวท์อิน เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว คือ เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่วางขายทั่วไป โดยมีราคาถูกกว่าเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน แต่มีขนาดและดีไซน์ที่ตายตัว ดังนั้นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวจึงควรวัดขนาดของเฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับพื้นที่ที่ต้องวาง และดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ควรเข้ากับการตกแต่งโดยรวมของห้องได้ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน คือ…

แนะนำ 3 บ้านหรู ราคา 30-50 ล้านบาท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรูหรา

สำหรับใครที่กำลังอยากซื้อบ้านหรูเป็นของตนเองสักหลัง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามารู้จักกับ 3 ข้อดี ของบ้านหรู พร้อมแนะนำ 3 บ้านหรู ราคา 30-50 ล้านบาท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและไพรเวท รวม 3 ข้อดี ของบ้านหรู บ้านหรูเป็นบ้านที่มีราคาสูงกว่าบ้านประเภทเดียวกัน แล้วบ้านที่มีราคาสูงแบบนี้จะมีข้อดีอะไรบ้าง? 1.วัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียม โครงการบ้านหรูนิยมใช้วัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียมสำหรับตัวบ้านในโครงการและพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เพื่อให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรง สามารถใช้งานได้นาน อีกทั้งยังคงทนต่อสภาพอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ หรือในบางโครงการอาจเป็นวัสดุจากแบรนด์ดังระดับโลกอีกด้วย 2.การออกแบบที่หรูหรา บ้านหรูสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบความหรูหราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรูปทรงของบ้าน การใช้เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ดัง สถาปนิกชื่อดังร่วมออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงการเลือกใช้โทนสีและวัสดุต่างๆ ที่เสริมให้ภายในและนอกบ้านมีความหรูหรา นอกจากนี้ บ้านหรูยังมักออกแบบให้มีห้องนอนของแม่บ้าน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแม่บ้านและเจ้าของบ้านได้ 3.ความเป็นส่วนตัว โครงการบ้านหรูต่างๆ มักมียูนิตบ้านเป็นจำนวนน้อย มีพื้นที่เหลือค่อนข้างมากสำหรับทำเป็นสวนส่วนกลาง คลับเฮ้าส์ ฟิตเนสและสระว่ายน้ำ เมื่อมีจำนวนยูนิตบ้านน้อยก็ทำให้ภายในโครงการมีผู้อยู่อาศัยน้อยด้วย ส่งผลให้โครงการบ้านหรูมีความเป้นส่วนตัวค่อนข้างมาก ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในย่านอยู่อาศัย นอกจากนี้ โครงการบ้านหรูยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักขโมยและเหตุร้ายต่างๆ เช่น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา อีกหนึ่งโครงการบ้านหรูกลางกรุงที่น่าสนใจ ติดต่อเยี่ยมชม นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา แบบ Exclusive คลิก แนะนำ 3 บ้านหรูกรุงเทพฯ ในราคา 30-50 ล้านบาท 1.Baan Klang Krung Thonglor โครงการบ้านทาวน์เฮ้าส์ 4 ชั้น หน้ากว้าง 6.5-10 เมตร ออกแบบสไตล์อังกฤษ ซึ่งแบบบ้านในโครงการมีให้เลือก 2 แบบ คือ ทาวน์เฮ้าส์ 3 ห้องนอนและทาวน์เฮ้าส์ 4 ห้องนอน ภายในตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 340-379 ตารางเมตร มาพร้อมที่จอดรถหน้าบ้าน 1-2 คัน โดยโครงการมียูนิตบ้านจำหน่ายทั้งหมดเพียง 99 หลัง ในพื้นที่รวม 11 ไร่ ทำให้ภายในโครงการมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้าน นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก อาทิ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่นและฟิตเนส เป็นต้น สำหรับโครงการบ้านกลางกรุงทองหล่อตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ทำเลแห่งชีวิตและสีสัน เพราะรายล้อมไปด้วยบริการขนส่งสาธารณะและแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ โรงพยาบาลคามิลเลียนและสำนักงานเขตวัฒนา เป็นต้น ยูนิตแนะนำ บ้านทาวน์เฮ้าส์…

แจก 4 เทคนิคซื้อคอนโดมือสอง พร้อมแนะ 5 คอนโดมือสองทำกำไร

แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “คอนโดมือสอง” แต่ก็เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาถูกกว่าคอนโดมือหนึ่ง มีโอกาสได้ทำเลดีกว่าและสามารถเข้าอยู่ได้ทันที ส่งผลให้คอนโดมือสองสามารถทำกำไรให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปรู้จักกับ 4 เทคนิคซื้อคอนโดมือสอง พร้อมแนะนำ 5 คอนโดมือสองทำกำไร เพิ่มโอกาสงอกเงยให้กับเหล่านักลงทุน รู้จัก 4 เทคนิคซื้อคอนโดมือสอง การซื้อคอนโดมือสองมักเป็นการซื้อคอนโดมิเนียมต่อจากเจ้าของคนแรก โดยเทคนิค 4 ข้อนี้จะช่วยรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ซื้อ ได้แก่ ทำสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาว่าจะมีการซื้อและจะขายต่อกันภายใต้เงื่อนไขราคาที่ระบุ ซึ่งเป็นราคาที่ผู้จะซื้อและผู้จะขายตกลงเป็นที่พึงพอใจแล้วทั้ง 2 ฝ่าย โดยสัญญานี้จะปกป้องผู้ขายในกรณีที่ผู้ซื้อเปลี่ยนใจไม่ซื้อ ทำให้ผู้ขายเสียโอกาสในการขายอสังหากับผู้จะซื้อคนอื่นๆ และในอีกกรณีคือ ปกป้องผู้จะซื้อจากการที่ผู้จะขายเปลี่ยนใจ ไม่ขายหรือต้องการจะขายให้กับผู้จะซื้อคนอื่นที่เสนอราคาสูงกว่า โดยสัญญาจะซื้อจะขายนี้สามารถร่างกันเองได้หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่นี่ ทั้งนี้ในวันเซ็นสัญญาควรมีพยานมาด้วยอย่างน้อย 2 คน การเตรียมตัวระหว่างวันโอน ผู้ซื้อ: หากไม่ได้ซื้อขายกันด้วยเงินสดและจำเป็นต้องกู้เงินกับธนาคาร ให้ขอสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) จากผู้ขาย เพื่อไปยื่นเรื่องเสนออนุมัติวงเงินกู้จากธนาคารก่อน ผู้ขาย: หากคอนโดที่จะขายยังติดจำนองและผ่อนกับธนาคารอยู่ ให้แจ้งกับธนาคารเก่าเพื่อขอทำเรื่องปิดบัญชีขายหลักประกัน ธนาคารจะสรุปยอดเงินที่ต้องจ่ายคืนมาให้กับผู้จะขาย จากนั้นผู้ขายก็ต้องแจ้งจำนวนเงินค่าไถ่หลักประกันดังกล่าวแก่ผู้ซื้อ เพื่อทำเช็คตามจำนวนเงินที่แจ้งนี้ 1 ใบ ส่วนเงินที่เป็นกำไรของคนขายให้ทำอีก 1 ใบ หรือจะจ่ายสดก็แล้วแต่จะตกลงกัน นัดเซ็นสัญญาวันโอนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาคนละฉบับกับสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งสัญญาซื้อขายต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินและต้องใช้แบบฟอร์มเฉพาะของกรมที่ดิน การโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ หลังซื้อขายและโอนอสังหาฯ เรียบร้อยแล้ว ผู้ขายจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ ให้กับผู้ซื้อด้วย เช่น โอนมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น แนะนำ 5 คอนโดมือสองทำกำไร 1.THE LINE Ratchathewi โครงการคอนโดมิเนียมจากแสนสิริที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองโดยเฉพาะ ด้วยโลเคชันที่อยู่ใกล้กับ BTS สถานีราชเทวีเพียง 200 เมตร เชื่อมต่ออย่างง่ายดายจาก Airport Link สถานีมักกะสันและเพียงอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเพียง 1 สถานี โดยเป็นโครงการคอนโดแบบ High-Rise ประกอบด้วยอาคารสูง 38 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมยูนิตทั้งหมด 231 ยูนิต มีห้องให้เลือกมากถึง 6 แบบ คือ ห้องสตูดิโอ ห้อง1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน ห้อง 3 ห้องนอน ห้องดูเพล็กซ์ ห้องเพนท์เฮ้าส์ สำหรับขนาดห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 27.75 – 119.5 ตร.ม. มาในราคาเริ่มต้น 8.59 ล้านบาท ยูนิตแนะนำ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ …

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู