ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เบื้องหลังวิธีการดูแลคุณภาพที่ดีในทุกมิติจาก PLUS PROPERTY สู่ความสำเร็จคุณภาพระดับสากล

ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ไม่อาจจบได้แค่เพียงการวางแผนเลือกทำเล ดีไซน์ Developer เพราะในระยะยาวเราจะต้องอยู่กับบ้านหลังนี้ไปอีกอย่างต่ำ 5-10 ปี การบริการหลังการขายจึงเป็นเรื่องสำคัญ การสร้างอาคารที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย คอมมูนิตี้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สถานบริการต่างๆ ที่มีจำนวนผู้ใช้มาอยู่รวมกัน อาจต้องอาศัยระบบการจัดการที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกฝ่าย เจ้าของอาคาร ผู้ใช้อาคาร ผู้เยี่ยมชม ผู้เช่า ประสบการณ์การอยู่อาศัย และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงการดูแลทรัพยากรอาคาร และการจัดการพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ “ผู้คน” คือเป้าหมายสำคัญของการมุ่งมั่นพัฒนา ยกระดับการบริหารจัดการ Property Management ของ Plus Property พบกับ 6 เรื่องดีๆ ที่มี Plus Property คอยดูแลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การก้าวเป็นอันดับ 1 เรื่องคุณภาพระดับสากลของการบริการ Property Management ที่พลัสฯ ตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ที่ดี พร้อมสร้างคุณภาพชีวิต เพื่อตอบโจทย์การดูแลได้ครบทุกมิติเพื่อคุณ 1. เน้นงานบริการที่ให้ “ผู้คน” เป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมงานบริหาร PLUS Property มีมาตรฐานการทำงาน ฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจขั้นตอนต่างๆ ผ่านสถาบัน Plus Eduplex และฝ่ายควบคุมมาตรฐานการทำงานภายใน เพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานได้ในมาตรฐานเดียวกัน บริหารงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ และพร้อมปรับปรุงขั้นตอนการทำงานโดยรับฟังเสียงจากลูกบ้าน กระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เน้นงานบริการที่ให้ “ผู้คน” เป็นศูนย์กลาง ดูแลอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันใส่ใจในรายละเอียด พร้อมให้บริการอย่าง “ทันท่วงที” เช่น จัดการไปรษณีย์ รับ-บันทึก-จัดเก็บ-แจกจ่าย ให้สะดวกที่สุด ดูแลแก้ปัญหากฏระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกัน ช่วยดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดกรณีเจ็บป่วย ฉุกเฉิน มีบริการ In room service ดูแลอุปกรณ์ในห้องพัก แกนหลักของงานบริการของพลัสฯ ให้ความสำคัญกับมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relationship) และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับทั้งความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี และยังได้รับความใส่ใจ การดูแลจากคน ซึ่งทำให้รู้สึกดี เหนือระดับกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องงานบริการของ Plus Property คือช่วงโควิดสองปีที่ผ่านมา นอกจากการดูแลเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมพัสในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุดตลอดทั้งวัน พลัสฯ ยังมีการดูแลอำนวยความสะดวกลูกบ้านที่ติดเชื้อ หรือกักตัวภายในโครงการ อย่างเต็มที่ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารพัสดุต่างๆถึงหน้าประตูห้อง จัดรอบเก็บขยะติดเชื้อ ช่วยติดตามอาการ ช่วยประสานรถโรงพยาบาล รวมถึงอัพเดทข่าวสาร และวิธีการดูแลตัวเองให้ลูกบ้านทุกสัปดาห์ ทำให้สามารถดูแลบริหารการอยู่ร่วมกันของลูกบ้านทุกคนได้อย่างราบรื่น 2. เน้นดูแลสภาพโครงการให้ดี เพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ให้สูงขึ้นตามกาลเวลา ดูแลสภาพโครงการให้ดี เพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ให้สูงขึ้นตามกาลเวลา “แม้เวลาจะผ่านไปแต่ต้องไม่โทรม” การดูแลสภาพโครงการด้านกายภาพให้คงสวยงามอยู่เสมอเป็นประตูด่านแรกที่ผู้พักอาศัย และผู้ใช้อาคารทุกคนสัมผัสได้ Plus Property ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการให้พร้อมใช้งาน มีการดูแลรักษากายภาพต่าง ๆ ให้คงคุณภาพดีและดูใหม่อยู่เสมอ…

ส่องเลย ธุรกิจมาแรงที่น่าสนใจปี 2565 มือใหม่ก็ศึกษาได้!

พฤติกรรมผู้บริโภคนั้นได้เปลี่ยนไป หลายธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้นหลังยุคโควิด-19 นอกจากเลือกทำเลทำธุรกิจให้ดีแล้ว มีธุรกิจอะไรบ้างที่จะสามารถมัดใจผู้บริโภคได้? ไม่ว่าจะทั้งจากวิกฤตเงินเฟ้อ อีกทั้งสถานการณ์ต่างๆ รอบโลก ล้วนแต่มีอิทธิพลต่อการจับจ่ายซื้อของทั้งสิ้น ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในบางครั้งเหมือนคลื่นลมทะเลแรง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการไหลของกระแสต่างๆ เป็นปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจต้องปรับตัว หลายธุรกิจได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหลายธุรกิจก็ซบเซาลงเช่นกัน แล้วมีธุรกิจอะไรบ้างที่น่าสนใจในปี 65 นี้? พลัสฯ จะพามาดูแนวโน้มธุรกิจที่น่าสนใจ จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน! 10 ธุรกิจที่น่าจับตามอง 1) ธุรกิจ e-Commerce หรือการค้าขายออนไลน์ หลายธุรกิจได้ปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์ กระจายไปแต่ละแพลตฟอร์ม เนื่องจากสะดวกและไม่ต้องมีหน้าร้าน สามารถทำที่บ้านได้ ทำให้ธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์และแพลตฟอร์มเพื่อการค้าออนไลน์ นั้นเติบโตไวเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าและสถานบริการได้ตามปกติ ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ยังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า Social media เป็นช่องทางธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจากทั้งกระแสรีวิวจากผู้ใช้จริง การแจกของสมนาคุณ หรือแม้กระทั่งการใช้ผู้มีอิทธิพลทางโซเชี่ยล (Influencer) นำเสนอสินค้า หลายธุรกิจก็สามารถดังเป็นพลุแตกและสร้างกำไรได้มหาศาลเลยทีเดียว 2) ธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ กลุ่มธุรกิจนี้เกี่ยวเนื่องและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาซื้อ-ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริการด้านขนส่งโลจิสติกส์มากขึ้นตามไปด้วย และสำหรับใครที่มีตึกแถว อาคารพาณิชย์หรือบ้านที่มีพื้นที่กว้างก็สามารถดัดแปลงให้เป็นจุด Drop-off ได้ Drop off : การพัสดุไปฝากส่งไว้กับผู้ให้บริการด้วยตนเอง มีหลายสาขา ขั้นตอนเหมือนการส่งไปรษณีย์ แต่อยู่ภายใต้การบริการของหลากหลายขนส่งเอกชน การมีขนส่งใกล้ที่อยู่อาศัยเรียกได้ว่าทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อุ่นใจมากทีเดียว เนื่องจากจะสามารถทำให้ติดต่อเรื่องพัสดุและส่งสินค้าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งในบางพื้นที่ที่มีประชากรเยอะ นักศึกษาและคนทั่วไปที่หารายได้เสริมเริ่มธุรกิจออนไลน์กันเยอะขึ้นเป็นอย่างมาก ร้านประเภท Drop-off เรียกได้ว่า เช็คพัสดุแทบไม่ทันเลยทีเดียว 3) ธุรกิจเวชภัณฑ์และแปรรูปสมุนไพร จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาเวชภัณฑ์ รวมทั้งสมุนไพรต่างๆ ที่อาจเป็นทางเลือกในการป้องกันและรักษา ส่งผลให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีความต้องการที่สูง แต่ทั้งนี้เวชภัณฑ์หรือแปรรูปสมุนไพรใดๆ ควรมีความรู้ ความเข้าใจในการรักษา งานวิจัยชี้ชัดถึงประโยชน์และโทษของสมุนไพรนั้นๆ อีกทั้งยังต้องผ่านอย.อีกด้วย 4) ธุรกิจด้านเทคโนโลยี หลายธุรกิจหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการเปิดตลาดใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจตนสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง ธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ธุรกิจจัดทำโปรแกรมเว็บเพจ ธุรกิจบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจบริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูล จึงมีแนวโน้มเติบโตสูง 5) ธุรกิจรีไซเคิล (Recycling) ปัจจุบันผู้บริโภคได้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนยังทำให้ผู้คนตระหนักถึงสภาวะโลกร้อน ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจในเรื่องของการรีไซเคิลต่างๆ ยิ่งขึ้นอีกด้วย เช่น ธุรกิจ refill station เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ต่อคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมคือการได้ลดการใช้พลาสติกลง เพราะนำบรรจุภัณฑ์ของตนเองมาใช้ และยังตอบโจทย์คนที่อยากใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่ในปริมาณที่น้อยอีกด้วย หรือจะเป็นการแปรรูปสิ่งของธรรมชาติให้เป็นภาชนะ อย่างชามชานอ้อย หรือการนำใบตองมาอัดเป็นภาชนะก็สร้างรายได้ดีเช่นกัน 6) ธุรกิจเครื่องสำอาง และความสวยงาม เทรนด์การดูแลตัวเองและการรักสุขภาพมาแรงขึ้น การออกกำลังกายและการแต่งหน้ายังเป็นการเสริมภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง…

ยกระดับอสังหาริมทรัพย์ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ LIV-24

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยร้ายและอุบัติเหตุต่างๆ ที่ล้วนอยู่รอบตัวเราในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในกรณีของรปภ. บุกขึ้นห้องขืนใจลูกบ้านคอนโด ขโมยบุกขึ้นบ้านหรูหลายหลังในคืนเดียว บุคคลนอกบุกเข้าพื้นที่เพื่อทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน และเหตุการณ์อื่นๆ ที่พร้อมใจเกิดขึ้นทุกวันโดยไม่ทันให้คนในบ้านได้ตั้งตัว ทำให้ผู้อยู่อาศัยในที่ต่างๆ รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และรู้สึกกังวลใจเมื่อต้องอยู่คนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น แม้ในพื้นที่สาธารณะก็ยังสามารถเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุไฟฟ้าลัดวงจรในโรงงานจนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ก่อให้เกิดความสูญเสีย และความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนคืนหรือประเมินค่าได้ จนทำให้หลายคนอาจมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่จริงๆ แล้ว หากมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี จะทำให้สามารถป้องกันภัยเหล่านี้ได้ก่อน หรือลดความเสียหายและสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและครอบคลุมได้ดีอย่างระบบ LIV-24 มาช่วยยกระดับความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน พร้อมเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและจัดการระบบวิศวกรรมส่วนกลางได้ทุกรูปแบบเพื่อให้ทุกสถานที่มีความปลอดภัยและมั่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ข้อดีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ดูแลความปลอดภัยแบบ 360 องศา ทั้งความปลอดภัยรอบโครงการและวิศวกรรมส่วนกลาง ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น AI CCTV ANALYTIC ที่ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวและวิเคราะห์ความผิดปกติที่เกิดขึ้น, DIGITAL FENCE ระบบป้องกันแนวรั้ว ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวและมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์, REAL TIME GUARD TOUR ระบบตรวจสอบสถานะการตรวจตราของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ SAFETY SYSTEM ระบบตรวจการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโครงการให้พร้อมใช้งาน เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยดูแลความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม มาพร้อมกับ PROFESSIONAL AGENT ON DUTY เจ้าหน้าที่ LIV-24 ประจำศูนย์สั่งการ ทำงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ช่วยเฝ้าระวังเหตุ วิเคราะห์ และรายงานผลหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันทุกข้อผิดพลาดได้อย่างทันท่วงที หลายโครงการอาจพบปัญหาในเรื่องของการขาดบุคลากรในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งระบบวิศวกรรมส่วนกลางนั้น จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลและตรวจเช็กจากผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ เพื่อซ่อมแซมในเชิงป้องกัน ก่อนจะเกิดภัยร้ายที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 มีเทคโนโลยี IoT Facility Management สามารถช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบน้ำและการบำบัดน้ำเสีย (Water Management), ระบบไฟฟ้า (Electricle Management), คุณภาพอากาศ (Air Quality Management) รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆ และระบบดับเพลิงในอาคาร แล้ววิเคราะห์ด้วยระบบ AI หากเกิดความผิดปกติหรือถึงเวลาที่ต้องซ่อมแซมจะมีการแจ้งเตือน และรายงานผลอย่างชัดเจน เพื่อให้การวางแผนปรับปรุงแผนซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยหายห่วงด้วย Visitor Management System ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครแอบแฝงตัวเข้ามาในละแวกที่อยู่อาศัยของเรา เพราะระบบ LIV-24 มีระบบควบคุมการเข้า-ออกโครงการ สำหรับผู้มาติดต่อ ตั้งแต่การลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าโครงการ การบันทึกข้อมูลผู้เข้า-ออก ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติจากเทคโนโลยี LPR (License Plate Recognition)…

กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการระดับ Luxury และ Super Luxury

เมื่อการอยู่อาศัยในคอนโดหรู บ้านหรู ได้รับการออกแบบเนรมิตความสวยงาม และความหรูหราได้เหนือชั้นเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5-6 ดาวโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านโครงการคอนโด บ้านเดี่ยว ระดับ “Luxury” และ “Super Luxury” เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้พักอาศัยในกลุ่มลูกค้าตลาดพรีเมียม การบริหารจัดการที่พักอาศัยต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ให้สามารถตอบสนองความต้องการ เพื่อที่จะครองใจลูกบ้านได้อย่างดีที่สุด รู้จักนิยามใหม่ของการบริหารจัดการโครงการหรู สู่การบริการเทียบเท่าระดับโรงแรมชั้นนำ กับทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่นักบริหารจัดการผู้พักอาศัยโครงการระดับลักชัวรีต้องมีได้ที่นี่ 1. รอบรู้ เชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการ LUXURY PROPERTY MANAGEMENT ผู้บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยจะมีหน้าที่หลักคือการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก ลักษณะทางกายภาพ สภาพแวดล้อมภายในโครงการ รวมถึงทรัพย์สิน ของประดับตกแต่งระดับ Masterpiece โดยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบำรุงรักษาวัสดุ Material เฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูง หรือมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ให้คงความสวยงาม และคงสภาพเดิมตราบนานเท่านาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์โครงการให้เป็น Timeless Property ส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป โดยสามารถเพิ่มมูลค่าโครงการต่อไปในอนาคต ศาสตร์การบริหารจัดการโครงการหรูโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Luxury Property Management ควรให้ความสำคัญเรื่องลักษณะทางกายภาพทั้งภายนอกโครงการ และภายในโครงการเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นได้ทันที ตัวอย่างการบริหารจัดการโดย Plus Living Management ที่ดูแลโครงการ บ้านไข่มุกหัวหิน คอนโดมิเนียมโครงการแรกของแสนสิริมาตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ จนปัจจุบันยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้าของร่วมให้บริหารมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี พิถีพิถันในการบำรุงรักษา การเลือกวัสดุ รวมถึงการซ่อมแซมแม้ในจุดเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้าม อย่างการซ่อมแซมกระเบื้องโมเสกสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ก็ยังสั่งทำสีพิเศษเพื่อให้มีความใกล้เคียงของเดิมที่สุด เพื่อยังคงความคลาสสิคเสมือนวันแรก ทำให้มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 10 เท่าตัวในปัจจุบัน กระเบื้องโมเสคสีเหลืองมัสตาร์ด โครงการบ้านไข่มุก โครงการระดับ Super Luxury แต่ละแห่งต่างก็มีความ Unique ที่แตกต่างกันไป ผู้บริหารโครงการต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ศึกษาความเป็นมาตั้งแต่ลักษณะเฉพาะของวัสดุ หินอ่อน เนื้อไม้ กระเบื้อง สีที่ใช้ ของตกแต่งทุกชิ้น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เพื่อที่จะรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ไปทำให้วัสดุเสียหายหรือลดทอนคุณค่า อันเนื่องมาจากการขาดประสบการณ์ และไม่มีความรู้ในการดูแลที่ดีพอ ทีม Plus Living Management เมื่อได้รับหน้าที่ดูแลบริหารจัดการโครงการแล้ว ทีมงานจะศึกษารายละเอียดจาก Developer ผู้สร้างและออกแบบโครงการอย่างใกล้ชิด หากเป็นโครงการใหม่ที่ทีมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่วันแรกจะสามารถร่วมกันพัฒนา และวางแผนการบำรุงรักษาได้จากแหล่งผลิตโดยตรง หรือหากเป็นโครงการที่เราได้เข้าไปบริหารจัดการต่อจากผู้บริหารโครงการชุดเดิม การส่งมอบรายละเอียดต่างๆ ทางทีมสนับสนุนส่วนกลางจาก Plus Living Management จะทำการศึกษา ลงลึกถึงวัสดุ ส่วนประกอบอาคาร โครงสร้าง และระบบวิศวกรรมอาคารในทุกจุดเช่นกัน ผลงานการดูแลโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Luxury จาก…

พามารู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 เทคโนโลยีอัจฉริยะดูแลอย่างครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง

พลัสฯ พามาทำความรู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ตัวช่วยสำหรับงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารให้มีประสิทธิภาพ ให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด งานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารนั้นเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้สภาพของอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์น่าอยู่อาศัย พร้อมใช้งานและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เพราะหากไม่ได้มีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี หรือโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะทำให้อาคารหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นชำรุดทรุดโทรม รวมถึงมีความเสื่อมถอยที่ทำให้ลดอายุการใช้งานของอาคารและงานระบบวิศวกรรมลง ซึ่งจะทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ และไม่สามารถสร้างมูลค่ากับอาคารหรือห้องชุดได้ สำหรับงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารนั้นจะมีรายละเอียดที่ต้องการความเอาใจใส่ดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นทุกอาคารควรมีผู้ที่เข้ามาทำงานบริหารอาคารและทรัพยากรอาคารอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการ ซึ่งหากมีการจัดการด้านการดูแลความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ก็จะช่วยการันตีความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้อาคารได้ และยังช่วยป้องกันและยับยั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี วันนี้พลัสฯ ขอแนะนำให้รู้จักเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมในการดูแลครอบคลุมทุกด้าน ผ่านการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทำงานแบบ Realtime ตลอด 24 ชั่วโมง รับรองว่าหากนำ LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบวิศวกรรมในอาคารไปใช้ จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัย ผู้ใช้อาคาร อุ่นใจ ปลอดภัย และหายห่วง “LIV-24” เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแห่งยุค NEXT NORMAL LIV-24 คือ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่คอยดูแลให้ลูกบ้านและผู้ใช้งานอาคารสามารถอยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจและเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำเพียงหนึ่งเดียวในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ที่เชื่อมต่อระหว่างระบบรักษาความปลอดภัยและระบบวิศวกรรมอาคาร คอยควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยรูปแบบการดูแลรักษาทั้งแบบก่อนเกิดเหตุ (Preventive Maintenance) ไปจนถึงความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุแล้ว (Professional Monitoring) LIV-24 ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย 2 ระบบหลักๆ ได้แก่ ระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการ (Security System) และ เทคโนโลยีจัดการระบบวิศวกรรมส่วนกลาง (IOT Facility Management) ทำงานร่วมกับทีมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time Consult and Analysis) ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สั่งการ ทำงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ร่วมกับเทคโนโลยีสังเกตการณ์อัจฉริยะที่จะคอยเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานการณ์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเจ้าหน้าที่จะคอยประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ ดับเพลิง หรือสถานพยาบาล รวมไปถึงทีมหน้างานอย่างเจ้าหน้าที่อาคาร ช่าง และรปภ. เพื่อเข้าระงับเหตุการณ์ในทันที นอกจากนั้นยังจัดเก็บข้อมูลจากระบบต่างๆ มาประมวลผล วิเคราะห์เพื่อต่อยอดให้การอยู่อาศัยเป็นไปด้วยความปลอดภัยอย่างดีที่สุด จุดเด่น “LIV-24” ของเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 สร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยด้านความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบประกอบด้วย SECURITY SYSTEM CCTV – VIDEO ANALYTICS ระบบบันทึกภาพที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานด้วยระบบ Detect Monitoring สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ควันไฟ หรือแม้แต่ในจุดอับสายตา มาพร้อมกับระบบ VIDEO ANALYTICS ช่วยวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ REAL-TIME GUARD TOUR เครื่องมือที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยรักษาความปลอดภัยให้เป็นระบบระเบียบ ด้วยระบบการตรวจสอบการเดินตรวจตราตามจุดต่างๆ ของรปภ. ภายในโครงการอย่างทั่วถึง หากเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือเดินตรวจตราไม่ทั่วทั้งโครงการ ทางศูนย์ควบคุมจะสามารถรับรู้ได้ทันที…

รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู