ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

Branded Residence คอนโดหรูที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 หลังจากผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีทองสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่าง “คอนโดหรู” เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายและไม่แออัด ทำเลคุณภาพตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย โดยความต้องการในคอนโดหรูที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาโครงการ Segment คอนโดราคา 20 ล้านขึ้นไปได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าเมื่อ อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) สูงขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้โครงการต่างๆ เริ่มมีการนำเสนอเอาจุดเด่นต่างๆ มาเป็นจุดขาย โดยหนึ่งในนั้นคือคอนโดแบบ Branded Residence ที่มีจุดเด่นในการมอบบริการเซอร์วิสสุดพิเศษให้กับผู้อยู่อาศัย และสามารถตอบสนองความต้องการในด้าน Super Luxury Lifestyle ของลูกค้าได้อย่างลงตัว ดังนั้นในวันนี้ พลัสฯ จะพามารู้จักกันว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร และข้อดีในการลงทุนคอนโดแบบ Branded Residence นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย Branded Residence คืออะไร? ใครที่สงสัยว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร? ในวันนี้พลัสฯ จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ฟัง สำหรับคอนโดแบบ Branded Residence คือโครงการที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และแบรนด์โรงแรมชั้นนำ มาพัฒนาตัวโครงการและบริหารร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย ทำให้ตัวโครงการอยู่ในระดับ Super Luxury ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้ Furniture Brand ไปจนถึงคอนเซปต์ดีไซน์การออกแบบ วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่มีคุณภาพและแน่นอนว่าในเรื่องของเซอร์วิสหรือการให้บริการที่พร้อมมอบประสบการณ์ประดุจเข้าพักที่โรงแรมชั้นนำ 5 ดาว โดยในปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Branded Residence แบ่งเป็น 2 แบบ ด้วยกัน คือ Hotel Brand Residence เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำที่เข้ามาช่วยกันดูแลและบริหารโครงการ โดยตัวโครงการคอนโดอาจจะตั้งแบบ Stand Alone หรืออยู่ร่วมกันกับโรงแรมก็ได้ Non-Hotel Branded Residence จะแตกต่างจาก Hotel Brand Residence ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดกับแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือโรงแรม ตัวอย่างเช่น อาจเป็นแบรนด์ดีไซน์ชั้นนำที่เข้ามาช่วยออกแบบโครงการ แต่ยังคงคอนเซปต์การให้บริการระดับโรงแรมเช่นเดียวกัน เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวโครงการมีมูลค่าสูงตอบโจทย์สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบหรูหรา รวมถึงนักลงทุนที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาวได้เป็นอย่างดี Branded Residence แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร? อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าโครงการที่พักอาศัยแบบ Branded Residence จะมีมูลค่าโครงการที่สูง เทียบได้กับคอนโดที่อยู่ใน Segment แบบ Super Luxury ขึ้นไป ด้วยการที่ตัวโครงการอยู่ในความร่วมมือกันระหว่างตัวโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบหรูหรา สะดวกสบายในแบบที่มีเซอร์วิสเสมือนอยู่โรงแรม 5 ดาว ตัวอย่างบริการสุดพรีเมียมได้แก่ Exclusive Juristic Person ใครที่เคยเข้าพักโรงแรมหรูคงคุ้นเคยกับพนักงานเปิดประตู มีทีมทำความสะอาดและคอยดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงต่างๆ…

5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่ควรจับจอง

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าที่ดินเปล่าสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ เริ่มลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ตลอดจนคอนโดมิเนียมต่างๆ หลากหลายพื้นที่ถูกจับจอง ทำให้หลายครอบครัวที่ต้องการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เพียบพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภค เช่น ย่านทำเลใจกลางเมืองหรือทำเลที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เริ่มมองหาโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานต่างๆ ได้ ซึ่งโครงการบ้านหรูระดับ Super Luxury ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมสูง อย่างโครงการ Super Luxury Class นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 130-150 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 495-687 ตารางเมตร ใกล้สถาบันการศึกษาชั้นนำ โรงพยาบาล คอมมูนิตี้มอลล์และยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์แบบ เยี่ยมชม นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ตลาดบ้านเดี่ยวระดับ Luxury หลายโครงการก็เริ่มเป็นที่หมายปองของกลุ่มผู้ซื้ออย่างคับคั่ง ฉะนั้นในวันนี้พลัสฯ ได้รวบรวม 5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่คู่ควรต่อการจับจอง ใครที่กำลังมองหาบ้านหรูกลางเมืองอยู่ ห้ามพลาด ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย แนะนำ 5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่ควรจับจอง พาร์ค พรีว่า สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการบ้านเดี่ยวสามชั้นในระดับ Super Luxury ทำเลดีใจกลางเมือง ต้องที่ ‘พาร์ค พรีว่า’ ที่ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตรในย่าน พระราม 9 ตัวโครงการนั้น รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่และห้างต่างๆ อย่างเซ็นทรัลพระราม 9 และ Esplanade รวมไปถึงสถานศึกษาอย่างโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ เป็นต้น เป็นต้น อย่างที่รู้กันดีว่าในย่านพระราม 9 กำลังมีโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์หลากหลายแห่งที่กำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติม จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่กำลังจะกลายเป็นย่าน New CBD (Central Business District) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ทางโครงการยังมอบความเป็นส่วนตัวแบบขั้นสุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้ง สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้อง Fitness ระบบความปลอดภัย CCTV 35 จุด สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลังและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รับรองว่าเหมาะแก่การอยู่อาศัยหรือจะลงทุนในระยะยาวเพื่อเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ก็ได้เช่นกัน ยูนิตแนะนำ ขนาด 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 462 ตร.ม. คลิกดูเพิ่มเติม ค้นหายูนิต พาร์ค พรีว่า เพิ่มเติมได้ที่นี่ นาราสิริ บางนา หนึ่งในโครงการบ้านหรูของแสนสิริ ด้วยทำเลแห่งอนาคตที่ติดถนนบางนา-ตราด ทำให้สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการที่อยู่ท่ามกลางความสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน ตัวโครงการมีการดีไซน์ที่อยู่ในคอนเซปต์ “A…

เปิดโครงการบ้านหรู 3 สไตล์ใจกลางกรุง พร้อมสระว่ายน้ำ

การซื้อบ้านก็เหมือนการเลือกซื้ออนาคตของครอบครัว เพราะบ้านไม่เพียงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่สำหรับการอยู่อาศัยและให้ความปลอดภัยกับครอบครัวของเราแล้ว แต่บ้านยังเป็นสถานที่ที่เราสามารถกำหนดให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่พักผ่อน สถานที่ทำกิจกรรม สถานที่สานสัมพันธ์ของครอบครัว หรือเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบจบในที่เดียว ซึ่งก่อนการเลือกซื้อบ้านสักหลังจำเป็นจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้าง เพื่อให้ครอบครัวของเราอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขในคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด สำหรับโครงการบ้านหรูนั้นถือว่าเป็นรูปแบบโครงการที่ช่วยคัดสรรและรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ผู้อยู่อาศัยแล้วในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยพึงพอใจและคลายกังวลได้ในหลายๆ ด้าน อีกทั้งโครงการบ้านหรูนั้นมีข้อดีต่างจากโครงการบ้านเดี่ยวทั่วไปอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ทำเลที่ตั้ง วัสดุที่ใช้ แนวคิดในการออกแบบ เทคโนโลยีความปลอดภัย จำนวนยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอย เป็นต้น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา อีกหนึ่งโครงการบ้านหรูกลางกรุงที่น่าสนใจ เหนือระดับกว่าด้วย นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ทำให้บ้านหรูมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักสิบล้านบาทไปจนถึงหลักร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านราคา 100 ล้านนั้นยิ่งมีความพิเศษมากกว่า เรามาดูกันว่าบ้าน 100 ล้านนั้นจะมีจุดเด่นอะไรกันบ้าง จุดเด่นของโครงการบ้านหรู 100 ล้าน สภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านที่ดี โครงการบ้านหรูหลายโครงการมักจำกัดจำนวนยูนิต เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย ทำให้มีสภาพแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับเพื่อนบ้านได้ดี อีกทั้งราคาของบ้านนั้นค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อนั้นมีรูปแบบสังคมและไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน และพัฒนาสู่การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ นอกจากนี้บางโครงการมีระบบในการคัดกรองผู้อยู่อาศัย และตรวจสอบความต้องการของแต่ละคนให้เหมาะสมกันได้อีกด้วย ทำให้สภาพแวดล้อมของโครงการบ้านหรู 100 ล้านนั้น เรียกได้ว่าเป็นระดับพรีเมียมที่ทำให้น่าอยู่อาศัยมากทีเดียว ความปลอดภัยและสุขอนามัย โครงการบ้านหรู เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ทำให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยของโครงการและตัวบ้าน เช่น การมีประตูหลายชั้นเพื่อคัดกรองคนเข้า-ออก การติดเซนเซอร์บริเวณรั้วโครงการ การใช้เทคโนโลยี AI จดจำใบหน้าของผู้อยู่อาศัย และวิเคราะห์หาบุคคลต้องสงสัยกรณีเกิดเหตุร้าย เทคโนโลยีการล็อกของประตูหน้าต่าง สัญญาณกันขโมย ระบบป้องกันเหตุฉุกเฉิน และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวางระบบและการจัดการขยะที่ทันสมัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข การพักอาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ปกติบ้านหรูจะมีการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยทั้งภายนอกและภายในตัวบ้านได้ค่อนข้างมาก ทำให้มีพื้นที่รอบบ้านสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ และพื้นที่จอดรถได้จำนวนมาก ภายในบ้านประกอบไปด้วยห้องตั้งแต่ 6-10 ห้องนอน มีห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย และห้องอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมของครอบครัวได้ ซึ่งตอบโจทย์กับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้แบบไม่ติดขัด และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ครบจบได้ในที่เดียว พื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัวบนทำเลใกล้ใจกลางเมือง จุดเด่นสำคัญของบ้านหรู คือจำนวนพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ ตั้งแต่ส่วนของโครงการที่มีการสร้างบรรยากาศและการรักษาความปลอดภัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง จำนวนยูนิตภายในโครงการมักจำกัดไม่เกินหลักสิบหลังคาเรือน บางโครงการอาจมีเพียง 5-10 ยูนิตเท่านั้น สำหรับตัวบ้านก็มีพื้นที่กว้างขวางและวางตัวอย่างเป็นสัดส่วน มีการใช้วัสดุดูดซับเสียง มอบความเป็นส่วนตัวให้กับทุกหลังคาเรือนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อีกจุดเด่นของโครงการบ้านหรูคือทำเลใกล้ใจกลางเมือง โดยขยับออกมาจากส่วนที่มีความวุ่นวาย มาใกล้ธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังสามารถเดินทางสะดวกสบายไปได้ทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเข้าสู่ย่าน CBD (Central Business District) เข้าย่านแหล่งการค้า ไลฟ์สไตล์ หรือเดินทางออกต่างจังหวัดก็ไปได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนกลางหรูหรา พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว โครงการบ้านหรูมีการออกแบบพื้นที่และจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการมาแบบครบวงจร โดยพื้นที่ส่วนกลางมีทั้งการออกแบบสไตล์หรูหราและฟังก์ชันที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น คลับเฮ้าส์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น ฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครัน สระว่ายน้ำ…

“ระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์” มอบความปลอดภัยให้พร้อมกับทุกคน

ทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์ ที่ช่วยป้องกันและยับยั้งเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงทีด้วย LIV-24 สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้งานได้อย่างปลอดภัย อาคารเพื่อการพาณิชย์ หรือ Commercial Building คือ สถานที่ที่มีกิจกรรมทางการค้าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาคารห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และยังรวมไปถึงอาคารสำนักงาน โรงงาน โกดัง และโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งเป็นสถานที่ในการรองรับคนจำนวนมาก ทำให้ลักษณะอาคารจึงต้องมีการก่อสร้างที่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎข้อบังคับ เพื่อให้มีความคงทนแข็งแรงและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่สำหรับโลกในปัจจุบันนั้น ภัยร้ายหรืออันตรายล้วนอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าฝ่ายผู้ดูแล และผู้ใช้งานจะระมัดระวังมากเพียงใด เหตุการณ์อันตรายก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากอย่างพื้นที่สาธารณะรูปแบบอาคารพาณิชย์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจะยิ่งทวีคูณความเสียหายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี จึงช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการหรือทำงานอยู่ภายในอาคารเหล่านั้น และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารเพื่อการพาณิชย์คืออะไร? คือ ระบบรักษาความปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบวิศวกรรมอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารเพื่อการพาณิชย์นั้น จะมีการวางระบบที่ครอบคลุม จัดให้มีการตรวจตราและตรวจสอบได้ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และพร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทั่วถึง ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน ซึ่งจะแตกต่างกับระบบรักษาความปลอดภัยของพื้นที่อยู่อาศัย ตรงที่มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และรัดกุมกว่า เนื่องจากสถานที่มีขนาดใหญ่และมีผู้คนเข้า-ออกจำนวนมาก ระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลและเจ้าของกิจการธุรกิจควรตระหนักถึงความสำคัญ ไม่เพียงแค่มีระบบรักษาความปลอดภัยแบบทั่วไปเท่านั้น แต่ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันและยับยั้งความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ก่อนจะสร้างความเสียหายขนานใหญ่ ที่ไม่เพียงแค่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเท่านั้นแต่อาจรวมไปถึงชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้อีกด้วย อาคารเพื่อการพาณิชย์ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยด้านใดบ้าง? สำหรับอาคารเพื่อการพาณิชย์หรือ Commercial Building ที่ยังให้ความสำคัญด้านระบบรักษาความปลอดภัยไม่มากพอ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ดังจะเห็นได้จากข่าวสารที่พบเห็นในปัจจุบัน อย่างเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุการณ์โจรกรรมร้านค้าปลีก เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานขนาดใหญ่จากไฟฟ้าลัดวงจร เหตุการณ์ไฟไหม้โรงแรม มีความผิดพลาดเกี่ยวกับสัญญาณจนทำให้เกิดความชุลมุน เหตุการณ์บุกแทง ตลอดจนลักพาตัวนักเรียนภายในโรงเรียน เป็นต้น เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยด้านต่างๆ ดังนี้ การคัดกรองบุคคลเข้า-ออกภายในอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลน่าสงสัยเข้าไปในพื้นที่ และตรวจอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุได้ โดยต้องจัดระบบในการคัดกรองให้มีความละเอียดและแม่นยำ ระบบการตรวจตราภายนอกและภายในอาคาร เช่น การจัด รปภ. เดินตรวจความเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนดบริเวณจุดต่างๆ ให้ครอบคลุม รวมถึงการใช้กล้อง CCTV ตรวจสอบ และมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ตลอด 24 ชม. ความปลอดภัยของวิศวกรรมอาคาร จะต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์ งานระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ รวมถึงระบบในการแจ้งเตือนภัย เช่น อุปกรณ์ Smoke Detector อุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับเปลวไฟ อุปกรณ์เสียงแจ้งเตือนเหตุ เป็นต้น ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญในการซ่อมบำรุงตามรอบหรือระยะเวลาที่กำหนดเสมอ นอกจากนี้ควรตรวจสอบโครงสร้างว่ามีการแตกร้าว รั่วซึม และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้หรือไม่ ระบบประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อป้องกันและยับยั้งเหตุการณ์ ซึ่งมีการประเมินความเสี่ยงเอาไว้เบื้องต้นแล้ว จะช่วยให้สามารถป้องกันและยับยั้งเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จนลดความสูญเสียลงได้ มิติใหม่ของระบบรักษาความปลอดภัยโครงการ Commercial by LIV-24 LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ และจัดการระบบวิศวกรรมอาคารเต็มรูปแบบ เรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมงจาก แสนสิริ และ PLUS Property…

The Success Recipe : เปิดสูตรลับสู่การเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคารที่ช่างเทคนิคต้องรู้ (ตอนที่ 2)

จากจุดเริ่มต้นของเด็กอาชีวะสู่การทำงานในช่างเทคนิค ประสบการณ์การทำงานในสายงานบริหารวิศวกรรมอาคารอย่างโชกโชน การเปลี่ยนแปลงของโลก และเทคโนโลยีที่ต้องก้าวตามให้ทัน ในตอนที่ 1 นั้น (คลิกอ่านเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ที่นี่) ทำให้เรารู้ว่าเส้นทางสู่การได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของคุณชาญ ศิริรัตน์ เกิดจากการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และการเรียนรู้ ใฝ่รู้ และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ในตอนที่ 2 นี้ เราจะได้รู้อีกพาร์ทของพี่ชาญกัน อุปสรรค ปัญหา และบทเรียนอันล้ำค่า รวมถึงข้อคิด คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ที่ช่างน้อยในตอนนี้ก็สามารถนำไปปฏิบัติตามกันได้ไม่ยาก โลกเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตาม   “ตอนนั้นก็อายุ 40 กว่าแล้ว ยังต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการได้ออกนอกกะลาของตนเอง และสิ่งที่ค้นพบจากการเปลี่ยนแปลงคือ โอกาส + ความพร้อม = ความสำเร็จ”   เมื่อต้องกลับสู่ห้องเรียนอีกครั้ง อายุ 40 แล้ว จะสู้เด็กๆ ได้ไหม? พี่ชาญเล่าให้ฟังว่าช่วงนั้นถือเป็นช่วงท้าทายของชีวิตเลยทีเดียว เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคนั้น จากที่เคยใช้โทรศัพท์แบบมีปุ่มกด เริ่มเปลี่ยนมาเป็น iPhone ที่ใช้ระบบสัมผัส ไม่มีปุ่มให้กดเลยแม้แต่ปุ่มเดียว คอมพิวเตอร์ก็ฉลาดขึ้น มีโปรแกรม และแอปฟลิเคชั่นต่างๆ เกิดขึ้น ไหนจะระบบสัมผัส Home Automation PropTech IoT ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ทำให้คิดว่าเราจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และสิ่งที่จะทำให้ “เข้าใจ” ได้ คือ การเรียนรู้เพิ่ม จึงเป็นที่มาของคำว่าต้องกลับไปเข้าห้องเรียนอีกครั้ง ครั้งนี้พี่ชาญเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ตรงกับสายงานมากขึ้นในหลักสูตร Facility/Property Management ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่ชาญเล่าให้ฟังอย่างขำขันว่า การเรียนรอบนี้เป็นการ “ได้ออกนอกกะลา” ของตัวเองมาก จากที่เคยคิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด และเชี่ยวชาญที่สุดในสายงานนี้ แต่ความจริงแล้วยังมีคนที่รู้กว่าเราอีกมากมาย เพราะครั้งนี้เรียนกับบรรดาผู้บริหารจากองค์กรอื่นทำให้ได้เปิดโลกทัศน์มากมาย ได้ฟังบรรดาด๊อกเตอร์มาสอน จนทำให้เราได้เปิดใจกว้าง ได้เรียนรู้ในหลายๆ มิติ ได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ คือ การคิดให้ละเอียดในหลายแง่มุม จะมามัวนั่งแต่คิดว่าวิธีการทำงานของเราถูกที่สุดแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เลย และที่สำคัญทำให้ได้รู้ว่าขีดความสามารถ และการเรียนรู้ของตัวเองยังไปได้อีก แม้ว่าตัวเองจะอายุมากถึง 40 ปี แล้วก็ตาม อย่างที่ Steve Jobs ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ชีวิตคือการสะสม Dot หรือจุด” พี่ชาญพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ตระหนักได้ว่า จริง มันเป็นเช่นนั้น เราต้องดูในหลายๆ มิติ เพราะเราไม่มีวันรู้หรอกว่าเราจะได้ใช้ความรู้เหล่านั้นเมื่อไร เมื่อเรามีจุด (ความรู้) ที่สะสมอยู่ เราก็ต้องกล้าที่จะนำมาใช้ด้วย เราต้องกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ต้องหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเป็น Life-long learning…

The Success Recipe : เปิดสูตรลับสู่การเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคารที่ช่างเทคนิคต้องรู้ (ตอนที่ 1)

อาชีพในสายงานอสังหาฯ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดสูตรลับที่ช่างเทคนิคต้องรู้กับเส้นทางการเติบโตของช่างเทคนิคสู่การเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคาร จุดเริ่มต้นจากช่างเทคนิคจนมาเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคาร “ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนอาชีวะ หรือเป็นแค่ช่างเทคนิคธรรมดาๆ แต่ความมุ่งมั่น ทุ่มเท จะสามารถ สร้าง Career Path ที่ตนเองต้องการได้” บทสนทนานี้เริ่มต้นจากการพูดคุยกับพี่ชาญ หรือ คุณชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บุคคลสำคัญของฝ่ายวิศวกรรมอาคารที่เป็นผู้ดูแล วางแผน วางกลยุทธ์ทางด้านระบบวิศวกรรมอาคารทั้งหมดให้กับอาคารที่พลัสฯ ดูแล ที่วันนี้จะมาเปิดสูตรลับของการทำงานในสายช่างอาคาร เล่าเรื่องราวประสบการณ์การทำงานอันยาวนานตั้งแต่จุดเริ่มต้นจากช่างเทคนิคจนมาเป็นผู้บริหารสายวิศวกรรมอาคารให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน เส้นทางชีวิตของเด็กอาชีวะ…สู่จักรวาลระบบวิศวกรรมอาคาร ผู้บริหารสายวิศวกรรม อาจเป็นความใฝ่ฝันของช่างเทคนิคจูเนียร์หลายๆ คน หรือที่ในวงการจะเรียกกันว่า “ช่างน้อย” หมายถึง ช่างเทคนิคระดับปฏิบัติการเริ่มต้น ประสบการณ์ทำงานเริ่มตั้งแต่ 0-2 ปี บางคนอาจคิดว่าตำแหน่งสูงสุดของเด็กอาชีวะจากต่างจังหวัดคงเป็นได้แค่เพียง หัวหน้าช่างเท่านั้น ไกลที่สุดที่เป็นได้ก็คงได้เป็นแค่ผู้จัดการ… พี่ชาญก็เช่นเดียวกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วพี่ชาญเริ่มเข้าสู่ชีวิตการทำงานในตำแหน่ง “ช่างเทคนิค ประจำอาคารสิริภิญโญ” ด้วยวุฒิการศึกษาระดับอาชีวะจากต่างจังหวัด ในขณะนั้นคิดแต่เพียงหาเลี้ยงครอบครัว ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ได้มีเป้าหมายในชีวิตอะไร เหมือนทำงานให้จบไปวันๆ เพื่อดูแลครอบครัวให้ดีเพียงเท่านั้น แต่เมื่อได้ทำงานไปเรื่อยๆ ได้พบปะเจอผู้คนหลากหลาย ทั้งในระดับหัวหน้างาน ผู้คนในแผนกต่างๆ ลูกค้า ไปจนถึงระดับผู้บริหาร เลยมีความคิดอยาก “รู้นั้น” “รู้นี่” “อยากรู้ว่าวิศวกรเค้ามีวิธีการคิด และทำงานกันอย่างไร” เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้กับงานปัจจุบันให้ดีขึ้น และสามารถสื่อสาร อธิบายวิธีการทำงานให้ผู้บริหารได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ตอนนั้นคิดว่าเราจะทำงานเรื่อยๆ แบบนี้ไปทุกวันๆ ไม่ได้ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติม อยากเป็นคนที่เก่งขึ้น ก็ต้องเรียนรู้เพิ่ม วิชาที่ร่ำเรียนมาในสายอาชีพอาจไม่พอ จึงตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสยาม เลือกเรียนช่วงตอนเย็น และวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะไม่สามารถลาออกไปเรียนอย่างเดียวได้ เมื่อได้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็ค่อยๆ สะสมความรู้จากมหาวิทยาลัย และจากการปฏิบัติงานจริง จึงเกิดความเข้าใจในการทำงานมากขึ้น และยิ่งตื่นเต้น อยากเรียนรู้มากขึ้นไปอีก กล้าที่จะก้าว เมื่อโอกาสมาถึง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม “เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ตอนนั้นรู้สึกท้าทาย และยังไม่ได้มั่นใจนัก แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่ม” หลังจากทำงานเป็นช่างเทคนิคมาได้สักระยะ จนในปี 2538 เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร บริษัทฯ ที่ทำในตอนนั้นมีการจัดโครงสร้างภายในใหม่ มีทั้งการแยกทีมงานออกไปตั้งบริษัทย่อยหลายบริษัท จนได้รับโอกาสจากผู้บริหารเสนอให้เข้ามาทำงานที่บริษัท Plus Property รับผิดชอบงาน Support ดูแลระบบวิศวกรรมส่วนกลาง ซึ่งเป็นขอบข่ายงานที่กว้างขึ้นกว่าเดิมมาก จากที่เคยรับผิดชอบดูแลแค่เพียงอาคารเดียว แต่ตอนนี้ต้องดูระบบวิศวกรรมทั้งหมด ในตอนนั้นรู้สึกท้าทาย และยังไม่ได้มั่นใจตัวเองมากนักว่าจะทำได้ แต่ก็คิดว่าเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้เยอะขึ้น จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานที่พลัสฯ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อได้เข้ามาทำงานที่พลัสฯ ก็ได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้นจริงๆ ทำให้เปลี่ยนความคิดในการทำงาน ได้เห็น “ภาพกว้าง” ที่เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น ที่พลัสฯ มีอะไรให้เรียนรู้ได้ทุกวัน เพราะอาคารมีการพัฒนาขึ้นทุกวันๆ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู