ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

7 วิธีการดูแลต้นไม้ พื้นที่สีเขียว งานนิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลหมู่บ้าน ให้สวยงามน่าอยู่

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภูมิทัศน์ที่สวยงาม สร้างความประทับใจให้แก่เจ้าของ ผู้อยู่อาศัย และผู้เข้ามาในโครงการ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สร้างความผ่อนคลาย รวมถึงเป็นการดูแลให้เกิดความปลอดภัยในโครงการอีกด้วย ลองคิดดูนะครับ หากเราไม่มีการดูแลพื้นที่สีเขียวในโครงการ ต้นไม้ หญ้า และพืชพรรณต่างๆ ก็จะเป็นที่หลบซ่อนตัวของสัตว์อันตรายหรือแม้แต่ผู้ไม่หวังดีได้ง่าย หรือหากต้นไม้ใหญ่ขาดการดูแลอย่างถูกต้องก็อาจเกิดการหักโค่น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายต่อชีวิตคน อีกทั้งการดูแลพื้นที่สีเขียวนั้นยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ ดังนั้นเราจึงต้องมีการจัดสวนและภูมิทัศน์ต่างๆ ภายในโครงการให้คงความเรียบร้อยสวยงามและปลอดภัยอยู่เสมอนั่นเองครับ วิธีการดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวในโครงการให้คงความสวยงามอยู่เสมอ 1. การทำความสะอาดพื้นที่ การเก็บและขนขยะ อย่างแรกเลยเราต้องดูแลเก็บกวาดใบไม้ขยะต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบให้มีความสะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอครับ การ ดำเนินการในกิจการต่างๆ เช่น การขนขยะ เศษวัชพืช หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็ต้องดำเนินการด้วยความเหมาะสม เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของงานระบบรักษาความปลอดภัย และ จราจร ไม่กีดขวางและรบกวนการทำงานของผู้อื่นและไม่ทำให้พื้นผิวถนนเกิดความสกปรกเสียหาย สวนภายในโครงการทากะ เฮาส์ ที่มีการดูแลความสะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ 2. การดูแลรักษาตันไม้ หลายๆ คนอาจคิดว่าใครจะมาดูแลสวนดูแลต้นไม้ก็เหมือนกัน เป็นงานที่ใครก็ทำได้ แต่จริงๆ แล้วต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดครับ ต้นไม้เองก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี และบางครั้งต้นไม้เองก็ป่วยได้ แต่ต้นไม้เขาไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขาป่วยที่ตรงไหน ดังนั้นจึงต้องมีทีมคอยสำรวจต้นไม้อยู่ตลอดเวลา ต้นไหนป่วยไหม โดนโรคหรือแมลงอะไรทำลายไหม เมื่อเห็นความผิดปกติเราจะได้รับทำการแก้ไขต่อไป ต้นไม้ใหญ่ใน โครงการ เวีย โบทานิ ที่พลัสเป็นผู้ดูแลโครงการฯ การให้ความรู้แก่ผู้ดูแลต้นไม้ที่ถูกต้องนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากนะครับ อย่างเช่นที่พลัสฯ ได้มีการอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน โดยผู้เชี่ยวชาญการดูแลต้นไม้ใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าหมอต้นไม้ เพื่อที่พนักงานของเราจะได้มีความรู้ความเข้าใจในการตรวจสุขภาพและดูแลจัดการกับต้นไม้อย่างแท้จริง และต้นไม้ฟอกอากาศ เหล่านี้ยังทำให้คุณภาพชีวิตลูกบ้านดีขึ้นด้วย เพื่อให้พนักงานเข้าใจและอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในโครงการได้อย่างถูกวิธีครับ โดยพลัสฯ จะขอยกตัวอย่างการดูแลต้นไม้ที่หลายๆ คนมีความเข้าใจผิดนะครับ การดูแลต้นไม้ใหญ่ที่หลายๆ คนเข้าใจผิด 1. การทำไม้ค้ำยัน โดยการตอกกับตัวต้นไม้เลย การทำแบบนี้จะทำให้ต้นไม้ไม่แข็งแรง เพราะทำให้ลำต้นของต้นไม้ติดเชื้อโรคและแมลงเข้าทำลายได้ง่าย 2. การเทคอนกรีตปิดต้นไม้ใหญ่เพื่อความสวยงาม แต่ในความจริงแล้วรากต้นไม้ต้องการน้ำและอากาศ การเทคอนกรีตปิดจะทำให้กระบวนการหายใจของรากแย่ลงจนต้นไม้อ่อนแอ ลองเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่โปร่งไม่ปิดทึบเพื่อให้น้ำและอากาศลงสู่รากได้ดูนะครับ 3. การอุดโพรงต้นไม้เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลลุกลาม แต่ที่จริงวัสดุอุดโพรงที่เราคุ้นตาอย่างปูนนั้นไม่ยืดหยุ่น เวลาลมพัด ต้นไม้จะบิดตัวจนทำให้ปูนแตกออก เวลาฝนตกน้ำก็เข้าไปขังจนเชื้อโรคเจริญเติบโตได้อยู่ดี การอุดโพรงจึงเป็นแค่การช่วยให้สภาพต้นไม้ดูสวยงามเรียบร้อยขึ้น ทางที่ดีคือดูแลต้นไม้ให้แข็งแรงที่สุด แต่ถ้าโพรงอยู่ในตำแหน่งที่อาจทำให้เกิดอันตราย ต้องตัดลดน้ำหนักต้นไม้เพื่อให้แรงเครียดที่โพรงน้อยลง การฝึกอบรมให้พนักงานประจำโครงการ โซนชะอำ-หัวหิน กับหมอต้นไม้ 3. การดูแลรักษาสนามหญ้า ต้องมีการตัดหญ้าอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง พร้อมเล็มขอบหญ้าสนาม ฟุตบาท ขอบทางเท้า ให้ เรียบร้อยสวยงามทั้งพื้นที่ การตัดหญ้าจะต้องคำนึงถึงชนิดของหญ้านั้นๆ โดยหลังจากการตัดหญ้าต้องเก็บเศษหญ้าออกจากสนามและ นำออกไปทิ้งในวันเดียวกับวันที่ตัดหญ้า สำหรับโครงการที่พลัสฯ บริหารดูแลนั้น เราได้มีการใส่ใจดูแลสนามหญ้าอยู่เสมอ เพราะไม่เพียงแต่หมายถึงความสวยงามและหน้าตาของโครงการเท่านั้น แต่ยังไม่ถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในโครงการอีกด้วย สวนในโครงการเชโลน่า มีการดูแลรักษาให้สวยงามเสมอ 4. การพรวนดิน ต้องพรวนดินก่อนการใส่ปุ๋ย โดยขึ้นอยู่กับขนาดของต้นไม้และเป็นไปตามหลักวิชาการ เพื่อให้พันธุ์ไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น 5.…

มี Plus Living & Property Management ดูแลบริหารอาคารดีอย่างไร

มากกว่าแค่บริษัทบริหารจัดการนิติบุคคล แต่พลัสฯ ให้คุณได้มากกว่า เพราะพลัสฯ ไม่ใช่แค่เชี่ยวชาญบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่เรายังใส่ใจในทุกมิติของการอยู่อาศัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกบ้านด้วย แล้วพลัสฯ จะมีการดูแลบริหารอาคาร (Property Management ) อย่างไร ที่สามารถตอบโจทย์ และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของลูกบ้าน ซึ่งล้วนมีความต้องการที่หลากหลายได้นั้น ไปอ่านพร้อมกันเลยครับ 5 เหตุผลที่คุณควรเลือก PLUS LIVING MANAGEMENT เป็นนิติบุคคลบริหารจัดการที่พักอาศัย 01 ความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย หายห่วงด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย สบายใจ หายห่วง ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานจากพลัสฯ พร้อม LIV-24* ที่คอยมอนิเตอร์ ดูพื้นที่ส่วนกลางของแต่ละโครงการ ที่มีความต้องการที่แตกต่างกันได้จากจุดเดียว เพื่อวิเคราะห์ และนำไปใช้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ที่มีความเฉพาะของแต่ละโครงการนั้นๆ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จะได้รับการฝึกฝนด้วยระบบ Sansiri Security Inspection (SSI) ทีมครูฝึก รปภ. ที่มากด้วยประสบการณ์และระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มงวด ตามแบบฉบับมาตรฐานของแสนสิริ และมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูแลลูกบ้านอย่างใส่ใจตลอด 24 ชม. *เฉพาะในโครงการที่เข้าร่วมบริการ LIV-24 หมายเหตุ: LIV-24 บริหารงานและให้บริการ โดย “บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด” แต่เพียงผู้เดียว สำหรับโครงการของแสนสิริ/บริษัทในเครือที่จัดให้มี LIV-24 – ฟรีค่าบริการ 2 ปี เริ่มนับแต่วันที่เปิดใช้งานระบบเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ อุปกรณ์การเชื่อมต่ออาจมีความแตกต่างกันในแต่ละโครงการ สำหรับรายละเอียดอื่นเป็นไปตามที่พลัสฯ กำหนด คุณจะได้อยู่ในโครงการที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ผ่านบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ 02 ดูแลทรัพย์สินให้มีมูลค่าเพิ่ม รักษาให้โครงการอยู่ในสภาพดีตราบนานเท่านาน พลัสฯ มีการดูแล บำรุงรักษา กายภาพ ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละโครงการ ให้ยังคงสภาพดี เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าตราบนานเท่านาน เช่น การดูแล material ได้ทุกประเภท หินที่หลากหลาย ต้นไม้ที่หลากหลาย ภูมิอากาศที่หลากหลาย รวมถึงมีการ training เฉพาะทางด้วย ตัวอย่างเช่น การดูแลหินอ่อน เนื่องจากหินอ่อนมีความสวยงามทนทาน แต่เกิดรอยง่าย การดูแลหินอ่อนจึงต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ยิ่งในบางโครงการที่นำเข้าหินอ่อนมาจากแหล่งผลิตชั้นดี เช่น Corchia Grey จากประเทศอิตาลี Blue Sodalite จากประเทศโบลิเวีย หรือ Black Maquina จากประเทศสเปน หรือเป็นหินอ่อนที่มีเอกลักษณ์ เป็นหินอ่อนหายากหรือเป็นลายที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ยิ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะหากทำความสะอาดผิดวิธีหินอ่อนชิ้นนั้นอาจจะเกิดการเสียหายในระยะยาวได้ คุณจะได้อยู่ในโครงการที่มีสภาพแวดล้อมดี มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าตราบนานเท่านาน หินอ่อนบริเวณ Lobby โครงการ เดอะ…

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากหลักกิโลเมตรที่ 0

เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่า “กิโลเมตรที่ 0” เริ่มต้นจากตรงไหนกันแน่ โดยแต่เดิมว่ากันว่าหลักกิโลเมตรที่ 0 ของประเทศไทยอยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 5.0 ของถนนพหลโยธิน โดยที่ กม. 0 ของถนนพหลโยธินอยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร แต่ก็มีอีกหลายข้อมูลเดิมบอกว่านั่นเป็นเพียงสัญลักษณ์ ของจุดศูนย์กลางของการเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ ที่บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธินนี้มีชื่อเรียกว่า “สี่แยกสนามเป้า” ทำให้โดยรอบเป็นวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะอยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท ซึ่งเป็นจุดตัดมุ่งไปสู่เส้นทางอื่นๆ นั่นเอง ทำให้หลักกิโลเมตร 0 ที่เริ่มต้นจากบริเวณ วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หัวมุมถนนดินสอด้านหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาที่ว่านี้จึงเป็นเพียงความหมายเพื่อส่งเสริมความสำคัญของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นสัญลักษณ์เชิดชูระบอบการปกครองของประเทศไทย แต่จุดเริ่มต้นตามความเป็นจริงของทางหลวงสายประธานทั้ง 4 ภาค ในป้ายก็ระบุไว้ด้วยว่าเริ่ม ณ จุดดังต่อไปนี้ หลักกิโลเมตรที่ 0 ของถนนพหลโยธิน อยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใช้งานจริงเป็นจุดเริ่มต้นบอกระยะเส้นทาง “ภาคเหนือ” หลักกิโลเมตรที่ 0 ของถนนสุขุมวิท อยู่ที่แยกเพลินจิต ใช้งานจริงเป็นจุดเริ่มต้นบอกระยะเส้นทาง “ภาคตะวันออก” หลักกิโลเมตรที่ 0 ของถนนเพชรเกษม อยู่ที่วงเวียนใหญ่ ใช้งานจริงเป็นจุดเริ่มต้นบอกระยะเส้นทาง “ภาคใต้” หลักกิโลเมตรที่ 0 ของถนนมิตรภาพไม่ได้อยู่กรุงเทพ อยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 107 ของถนนพหลโยธิน ในเขตจังหวัดสระบุรี ใช้งานจริงเป็นจุดเริ่มต้นบอกระยะเส้นทาง “ภาคอีสาน” โดยป้ายบอกระยะทางถึงกรุงเทพจะบวก 107 กม.ไว้แล้ว นอกจาก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญ และเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิต ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีแล้ว ยังเป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน ที่เชื่อมต่อกับใจกลางเมือง รายล้อมสถานที่สำคัญต่างๆ อยู่โดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ทางพิเศษศรีรัช สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แฟชั่นมอลล์ และห้างเซ็นเตอร์วัน เป็นต้นทำให้บริเวณนี้ถือเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพ ซึ่งมีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS รถตู้ รถมอเตอร์ไซค์ และอื่นๆ อีกมากมาย ตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นสถานที่อันดับต้นๆ สำหรับผู้คนที่คิดจะเดินทางไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะทั้งในกรุงเทพ และออกต่างจังหวัดเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่จุดเริ่มต้นสำหรับการเดินทางในปัจจุบัน หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ…

ทำความรู้จักงานบริหารของนิติบุคคลคอนโด นิติบุคคลอาคารชุด

คนที่กดเข้ามาอ่านคงมีความสงสัยและสนใจเกี่ยวกับงานบริหารนิติบุคคล การบริหารโครงการที่พักอาศัย การจัดการอาคารชุดว่าคืออะไร ได้ยินคนที่อาศัยอยู่คอนโดจะพูดถึงนิติบุคคลคอนโดอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เข้าใจว่าใครเป็นคนดำเนินการ แล้วนิติบุคคลจริงๆ แล้วมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ทำไมต้องมี ถ้าไม่มีจะสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ จะซื้อคอนโดหลังแรกในชีวิตอยู่สักหนึ่งห้องหรือเป็นมือใหม่เพิ่งสมัครเป็นชาวคอนโดมาหมาดๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากน้อยเพียงใด มาหาคำตอบให้หายสงสัยและเตรียมทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันครับ งานบริหารนิติบุคคลอาคารชุดคืออะไร? เริ่มแรกเราต้องรู้จักก่อนว่างานบริหารนิติบุคคลคอนโดฯ นั้นคืออะไร งานบริหารหรือการจัดการนิติบุคคลอาคารชุด คือ งานที่กฎหมายกำหนดให้ทุกโครงการอาคารชุดทุกแห่งต้องดำเนินการนับตั้งแต่วันที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งให้เป็นนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้ทรัพย์สินส่วนกลางได้รับการจัดการและดูแลรักษาหรือเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง อยู่ในสภาพที่ดีปลอดภัยต่อการใช้งานและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า รวมถึงดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในโครงการเพื่อให้เกิดการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างสงบสุข นอกจากนี้ยังมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ระเบียบการ วางแผน การจัดให้มีการดำเนินงาน/การจัดการงานดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ประเมินสภาพและนำเสนอแผนการปรับปรุงอีกด้วย นิติบุคคลคอนโดฯ ทำหน้าที่อะไรบ้าง? การจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมด วางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินส่วนกลาง ดำเนินการจัดประชุมในวาระต่างๆ เช่น การจัดประชุมใหญ่ประจำปี และจัดกิจกรรมเพื่อการอาศัยอยู่ร่วมกันของลูกบ้านผู้พักอาศัย จัดทำการประชาสัมพันธ์และสื่อสารประกาศข่าวสารต่างๆ นิติบุคคลคอนโดฯ ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางอะไรบ้าง? การจัดการทรัพย์สินส่วนกลางเป็นส่วนงานหลักสำคัญของนิติบุคคลคอนโด เพราะพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ส่วนรวมขนาดใหญ่ มีคนใช้เป็นจำนวนมาก การที่ฝ่ายจัดการฯ เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้เพื่อการสร้างสภาพแวดล้อม และการรักษาสภาพการอยู่อาศัยให้ยั่งยืนในระยะยาว และมีสภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยงานที่ฝ่ายจัดการฯ มีหน้าที่ดำเนินงานมีดังนี้ 1. การจัดการดูแลอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง อาคารและพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมหรืออาคารชุด เป็นพื้นที่ซึ่งมีการใช้งานร่วมกันของเจ้าของร่วมและผู้อยู่อาศัยทุกคน ได้แก่ ผนังโดยรอบอาคาร โครงสร้างอาคารและดาดฟ้า รวมไปถึงโถงทางเข้า โถงลิฟต์และทางเดินประจำชั้นต่างๆ ซึ่งการดูแลในส่วนนี้จะมีผลต่อภาพลักษณ์ ความรู้สึก และความพึงพอใจในการอยู่อาศัย อีกทั้งยังสะท้อนถึงคุณภาพของการจัดการดูแลอาคารและพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารชุดนั้นๆ ด้วย เพราะสภาพที่ดีของอาคารและพื้นที่ส่วนกลางจะมีผลโดยตรงต่อมูลค่าของอาคารชุด โครงการไหนได้รับการดูแลที่ดีย่อมส่งผลให้มูลค่าของอาคารเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของการซื้อขายต่อและปล่อยเช่าควบคู่ไปกับคุณภาพของโลเคชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บริเวณ Lobby จากโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 บริหารจัดการโดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ 2. การจัดการงานบำรุงรักษาระบบประกอบอาคาร ระบบประกอบอาคารนี้นับได้ว่าเป็นหัวใจหลักของคอนโดมิเนียมเพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้อาคารชุดใช้งานได้ มีผลโดยตรงต่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ทั้งยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์และระดับคุณภาพในการดูแลอาคารชุด หากไม่มีการดูแลรักษาระบบประกอบอาคารอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดการชำรุดเสียหายจนไม่สามารถใช้งานต่อได้ และจะสร้างความไม่สะดวกสบายแก่ผู้พักอาศัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว การจัดการงานบำรุงรักษาระบบประกอบอาคารนั้นประกอบไปด้วย ระบบน้ำใช้ ระบบท่อน้ำต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่รั่วซึม อุปกรณ์ที่จุดจ่ายน้ำใช้งานได้ สภาพลูกลอยหรือวาล์ว ถังเก็บน้ำ สามารถปิดน้ำได้สนิท ระบบเตือนอัคคีภัย มีการตรวจสอบสถานะการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ต้องให้แน่ใจว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 100% ระบบไฟฟ้ากำลัง ต้องมีกระแสไฟฟ้าใช้ได้ต่อเนื่องไม่ติดขัดอุปกรณ์ภายในตู้โหลด หม้อแปลง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง อยู่ในสภาพดี ห้องเครื่องสะอาดเรียบร้อย ระบบบำบัดน้ำเสีย บ่อบำบัด บ่อดักไขมัน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกร้าว ระบบท่อไม่มีจุดรั่ว ชำรุด เครื่องปั๊มน้ำ และเครื่องเติมอากาศ(ถ้ามี) ต้องใช้งานได้ดี ไม่ผุกร่อน ระบบลิฟต์ พร้อมใช้งานตลอดเวลาที่เปิดใช้ มีการเคลื่อนที่อย่างราบเรียบ และจอดได้ตรงตามชั้น แป้นกดไฟสัญญาณ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน ทำงานเป็นอย่างดี ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ดวงโคมส่องสว่างครบถ้วน เสาและดวงโคมไม่ชำรุด ระบบไฟฟ้าสำรอง ตรวจเช็คประสิทธิภาพการใช้งานอยู่เป็นระยะ สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ ภาพการตรวจสอบการทำงานระบบต่างๆ ภายในอาคารชุด 3. การจัดการบริเวณโดยรอบอาคารชุด ผู้พัฒนาโครงการฯ มักออกแบบและตกแต่งพื้นที่ที่เป็นบริเวณโดยรอบบางส่วนให้เป็นพื้นที่ภูมิสถาปัตย์ เช่น น้ำพุ พื้นที่สีเขียว รูปปั้น ฯลฯ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่งดงาม รวมทั้งเป็นองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้คอนโดมิเนียมมีเอกลักษณ์โดดเด่น สวยงาม…

บริหารจัดการพื้นที่ว่าง (Waste Space) ให้เป็นสวนผักกินได้

ยุคสมัยปัจจุบันที่ชีวิตรีบเร่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ มื้ออาหารทั้ง 3 มื้อส่วนใหญ่จะฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้อบ้าง ร้านอาหารบ้าง วันไหนไม่มีนัดสังสรรค์กลับถึงบ้านถึงคอนโดดึกๆ ก็อาศัยตัวช่วยอย่าง Line Man, Grab food, Food Panda ฯลฯ ช่วยชีวิตไว้ในแต่ละวัน ครั้นวันหยุดหรือพอจัดสรรเวลาได้ก็อยากจะทำอาหารบ้าง เพราะการทำอาหารไว้ทานเองนั้นเป็นความสุขอย่างหนึ่งสำหรับคนชอบทำอาหาร และถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัว อย่างในสมัยก่อนที่วิถีชีวิตเรายังมีบ้าน ก็จะมีแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ปลูกไว้ใช้ยามฉุกเฉิน มีร้านค้าขายของชำอยู่ใกล้ๆ พริกหมด ขาดมะนาว หรืออยากได้ใบโหระพา แม่ก็มักจะใช้ให้เราเดินไปซื้อมาให้ทุกครั้งไป แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนครอบครัวมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ การเปลี่ยนวิถีชีวิตจากบ้านมาสู่คอนโดในเมือง การจะหาผักจากสวนหลังบ้านแทบจะเป็นไปไม่ได้ อยากใช้ใบกะเพราะสัก 5-6 ใบ พริก 2-3 เม็ดพอใส่ต้มยำกุ้งถ้วยโปรด ตั้งใจทำกับข้าวหม้อเล็กๆ พอทาน 1-2 คน จะไปซื้อที่ตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เกตก็ขายเป็นแพคเยอะเกินความจำเป็น ใช้จริงนิดเดียวทานไม่หมด ต้องปล่อยเหลือทิ้งไว้ในตู้เย็น ด้วยเหตุนี้จึงได้กลายเป็นที่มาของโครงการ Sansiri Backyard และโครงการสวนครัวหลังบ้าน เปลี่ยนพื้นที่ว่างภายในโครงการคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านที่พลัสฯ บริหารจัดการให้กลายเป็นแปลงผัก ปลูกพืชพรรณ ผักสวนครัวต่างๆ ให้ลูกบ้านได้บริโภคกัน เมื่อพื้นที่ “ว่าง” “ไม่ว่าง” อีกต่อไป ภาพก่อนและหลังปรับปรุงพื้นที่ว่างให้กลายเป็นพื้นที่แปลงผักในโครงการ เดอะ เบส ดาวน์ ทาวน์ ภูเก็ต พื้นที่ที่ถูกละเลย (Lost space) พื้นที่ไร้ประโยชน์ (Waste space) พื้นที่ตาย (Dead space) (Mumford, 1961; Transik, 1986; Lynch and Southworth, 1990; Perera, 1994*) คำศัพท์เหล่านี้ได้นิยามถึงพื้นที่ที่ถูกละเลย ไม่มีประโยชน์ใช้สอยหรือการใช้งาน โครงการคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านที่พลัสฯ บริหารจัดการอยู่นั้น มักจะมีพื้นที่ว่างๆ เหล่านี้ที่ไม่ได้ใช้งานปล่อยทิ้งไว้เช่นกัน บางแห่งก็เป็นแปลงไม้ดอกไม้ประดับเก่าที่กาลเวลาผ่านไปก็ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนพรรณไม้ไปเรื่อยๆ บางครั้งก็มีสภาพเสื่อมโทรม ชำรุด บางที่ยังพอมีพื้นที่เหลือบนดาดฟ้าที่มีไม้ดอกไม้ประดับเยอะแล้ว หากจัดสรรพื้นที่ให้ดี เราก็จะได้ทั้งประโยชน์และความสวยงามไปพร้อมๆ กัน การเตรียมแปลงผักสวนครัวในโครงการ เศรษฐสิริ พัฒนาการ ฝ่ายจัดการฯ จึงระดมทีมคนสวน ทีมช่าง เปลี่ยนแปลงพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแปลงผัก ซ่อมระแนงไม้เดิมที่ไม่ได้ใช้งานเปลี่ยนรูปแบบใหม่ สร้างโรงเรือนเล็กๆ ไว้พอจัดเรียงกระถางต้นไม้ได้ เปลี่ยนอิฐที่เดิมเคยมีไว้ประดับเพื่อความสวยงามให้สามารถเป็นภาชนะปลูกผักได้ กระเช้าหรือตะกร้าจากของขวัญปีใหม่ก็นำมาดัดแปลงเป็นกระถางปลูกต้นไม้ได้ในบางพื้นที่ที่มีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถทำเป็นแปลงปลูกผักได้ นอกจากจะนำของมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังประดับพื้นที่ให้สวยงามได้อีกด้วย และพื้นที่ว่างๆ ที่เคยไร้ประโยชน์ก็กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย ดูแลพื้นที่ส่วนกลางเสร็จแล้วก็มาดูแลผักด้วย แปลงผักในโครงการ ฮาเว่น พหลโยธิน การปลูกพืชผักสวนครัวในพื้นที่ว่างในโครงการคอนโดส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากทีมงานบริหารจัดการของพลัสฯ กันเอง ทั้งผู้จัดการคอนโดฯ ช่างอาคาร แอดมิน แม่บ้าน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู