ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร ? ต้องจ่ายเท่าไหร่บ้าง

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของคอนโดสักแห่ง ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึง และเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการซื้อ ภาษี และการโอนกรรมสิทธิ์ แต่เราทุกคนรู้หรือเปล่า ว่าค่าส่วนกลางที่ว่านั้นคืออะไร คำนวณจากอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ต้องติดตามในบทความนี้เลย ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดหรือเจ้าของกกรรมสิทธิ์คอนโดจะต้องจ่ายให้กับนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อที่นิติฯ จะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ดูแลและจัดการพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ซึ่งต่อให้เราจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซื้อแล้วอยู่เองหรือปล่อยว่าง ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องคอนโดนั้น จำเป็นที่จะต้องชำระค่าส่วนกลางอยู่ดี เพราะค่าส่วนกลางนั้นมีระบุอย่างชัดเจนในกฎหมายพ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 ว่าค่าส่วนกลางเป็นหนี้ที่เกิดตามกฎหมาย ดังนั้นหากไม่มีการชำระเงินค่าส่วนกลาง นิติบุคคลมีสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์บางอย่างได้ และสามารถที่จะดำเนินการทางกฎหมายโดยการยื่นฟ้องศาลได้เช่นกัน สำหรับใครที่สงสัยว่าการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดแล้วจะต้องเอาไปทำอะไรบาง ส่วนมากแล้ว 65% ของค่าส่วนกลางจะแบ่งออกมาใช้ในการบริหารโครงการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัย ค่าจ้างทำความสะอาด 20% ต่อมาจะเป็นค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน 10% จะเป็นค่าซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ และ 5% ที่เหลือจะเป็นการจ่ายกิจกรรมและเบ็ดเตล็ดๆ ซึ่งนิติบุคคลถือเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ดังนั้นการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดนั้นจะต้องไม่ได้มุ่งหวังเพื่อกำไรเป็นหลัก ค่าส่วนกลางคอนโด คิดยังไง ? ค่าส่วนกลางคอนโดถือเป็นการชำระแบบราคาเฉลี่ย ซึ่งจะมีการเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกคน และจัดเก็บโดยคิดจากขนาดพื้นที่ของห้องชุด เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดแห่งหนึ่งจะมีการคิดในอัตรา 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้าห้องขนาด 30 ตารางเมตร เท่ากับจะเสียค่าส่วนกลาง 1,200 บาท/เดือน แต่นิติบุคคลอาจเรียกเก็บล่วงหน้า 1-2 ปีเท่ากับจะต้องเสียปีละ 14,400 บาท สำหรับการคำนวณนั้นนอกจากการ ปัจจัยยูนิตที่มีซึ่งถ้าเป็นโครงการ High Rise ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่าโครงการ Low Rise ก็จะมีหน่วยในการหารมากกว่า ขนาดของห้องชุดแล้ว อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ต้องนำมาคิดเลยคือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่พื้นที่ส่วนกลางมีให้ หากเป็นโครงการระดับพรีเมี่ยม ที่มีสิ่งอำนวยความสะอาดชั้นนำต่างๆ หรือมีจำนวนมาก ก็หมายถึงค่าดูแลรักษาที่มากขึ้นนั่นเอง โดยชื่อเสียงและประสบการณ์ของนิติบุคคลก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากในช่วงปีแรกอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าปีหลังๆ ซึ่งค่าส่วนกลางคอนโดในกรุงเทพประมาณกี่บาท? นั้น คำตอบคือ เฉลี่ยอยู่ที่ 35-45 บาทต่อตารางเมตร สูงสุดใน Segment Ultimate จะอยู่ที่ประมาณ 95-150 บาท พอทราบแล้วว่าค่าส่วนกลางคอนโดในประมาณกี่บาท อีกหนึ่งเรื่องที่เราควรรู้คือกำหนดระยะเวลาในการจ่ายนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ บางโครงการคอนโดอาจมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดอย่างฟรีค่าส่วนกลางปีแรก บางแห่งอาจมีการเรียกเก็บรวมไปตั้งแต่แรกเลย เพราะจะมีเรียกเก็บล่วงหน้า 1-3 ปี ซึ่งหลังจากหมดช่วงดังกล่าว นิติบุคคลจะมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน บางแห่งอาจกำหนดจ่ายรายปี ทุกครึ่งปี หรือจะทุก 3 เดือนก็ได้ ดังนั้นหลังจากซื้อคอนโดและได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ดังกล่าวแล้ว จำเป็นที่จะต้องคำนวณเพื่อเตรียมเงินเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางนี้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมมาย โดยนิติบุคคลสามารถคิดค่าปรับล่าช้าหรือดอกเบี้ยได้ในอัตรา 12-20% รวมถึงนิติบุคคลสามารถฟ้องร้องเพื่อบังคับคดีให้ชำระหนี้ได้ และนอกจากนั้นยังไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงในที่ประชุมและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้…

5 GOOD PRACTICE มาตรฐานงานบริหารอาคาร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน

ในปัจจุบัน การบริหารและจัดการอาคารสถานที่ ที่เราใช้เป็นสถานที่ทำงานและประกอบกิจกรรมต่างๆของบุคคลและองค์กร ไม่ได้เพียงเพื่อให้อาคารใช้การได้และมีสภาพเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร รวมถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และมูลค่าของอาคาร นอกจากนี้การบริหารจัดการอาคารให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเหมาะสมก็ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้อาคารให้สามารถสร้างผลผลิตของหน่วยงานได้เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารอีกด้วย พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย มากว่า 25 ปี เราเข้าใจถึงความต้องการ ความซับซ้อนของอาคาร และการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในอาคาร จึงได้นำมาตรฐานการปฏิบัติงานและวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและจัดการอาคารสถานที่ การตรวจสอบ และดูแลระบบวิศวกรรมอย่างรอบด้านและทุกมิติในทุกอุปกรณ์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายและเป็นสากล (International Standard Practices) มาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร โดยเฉพาะระบบวิศวกรรมถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากของอาคาร เพราะเป็นต้นทุนหลักอันส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของอาคาร จึงได้มีการนำแนวคิดอายุการใช้งาน (Life cycle) ของอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์มาพิจารณาและวิเคราะห์เพิ่มเติม ผนวกรวมกับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานที่ดีมีประสิทธิภาพและเป็นการพัฒนาไปสู่มาตรฐานการปฏิบัติงานที่มีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น พลัสฯ ได้รวบรวมแนวทางการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดีจากต่างประเทศ ในหลายสมาคมและองค์กรชั้นนำด้านงานบริหารจัดการอาคารและการดูแลระบบวิศวกรรม มาใช้ประกอบเป็นแนวทางอ้างอิง เพื่อสร้างเป็นมาตรฐานทางการปฏิบัติงานที่ดีของพลัสฯ ในปัจจุบันมีมาตรฐานระดับองค์กรสากลที่นำมาใช้ ได้แก่ 1. International Facility Management Association (IFMA) เป็นสมาคมทางด้านการบริหารจัดการอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งในปี 2525 มีสาขาอยู่ในหลายทวีปมีสมาชิกมากกว่า 24,000 องค์กรทั่วโลก ถือเป็นเสาหลักของวงการ สมาคมมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการใช้อาคารผ่านการวิจัยมาตรฐานในการปฏิบัติงาน และมีการออกตีพิมพ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในรูปแบบหนังสือและนิตรสาร รวมทั้งยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2. Building Owners and Managers Association (BOMA) เป็นองค์กรที่รวบรวมสมาชิกด้านงานอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Commercial Real Estate) ประกอบด้วยเจ้าของอาคาร ผู้บริหารองค์กรต่างๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2450 มุ่งเน้นมาตรฐานในการบำรุงรักษากายภาพ สภาพแวดล้อม และอายุการใช้งานของอาคาร รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers (ASHRAE) เป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบทำความเย็นในอาคารที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2438 และเป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากกว่า 54,000 สมาชิกทั่วโลก 4. Chartered Institution of Building Services Engineers (CIBSE) เป็นสมาคมวิศวกรรมระดับนานาชาติที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตัวแทนของวิศวกรในหลายสาขาอาชีพได้แก่ วิศวกรอาคาร, วิศวกรเครื่องกล, วิศวกรไฟฟ้า เป็นต้น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2519 โดดเด่นด้านมาตรฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า และสถาปัตยกรรมอาคาร 5. Building Engineering Services…

5 คอนโดติดรถไฟฟ้าสำหรับเช่าแบบประหยัดงบ 2566

ย่านสุขุมวิทเป็นอีกหนึ่งทำเลยอดนิยมในกรุงเทพฯ บนถนนสายที่ยาวเส้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยยาวต่อเนื่อง ราคาที่ดินแพงที่สุดในกรุงเทพฯ และตอบสนองการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ ซึ่งเชื่อมโยงใจกลางเมืองและความสงบของย่านที่อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ตลอดเส้นทางยังเต็มไปด้วยสีสันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง สำนักงาน ร้านรวงที่ตอบสนองความต้องการทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติทั้งยังมีคอนโดติดรถไฟฟ้ามากมายเป็นตัวเลือกการอยู่อาศัยที่มีสีสัน ย่านสุขุมวิทตอนปลาย ย่านสุขุมวิทตอนปลายนั้นเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งเมื่อรถไฟฟ้าเพิ่มส่วนต่อขยายไปไกลถึงสำโรง สมุทรปราการ ก็มีคอนโดใหม่ติดรถไฟฟ้าในย่านนี้เกิดข้นมากมาย นั่นเพราะย่านพระโขนง อ่อนนุช ปุณณวิถี บางจาก บางนา นั้นเต็มไปด้วยเขตธุรกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้ขนาดเล็ก ๆ และร้านค้ามากมายที่คอยให้บริการผู้คนในตรอกซอกซอย หรือตึกออฟฟิศขนาดใหญ่ แหล่งทำงาน “สำหรับคนในและนอกพื้นที่ ถือว่ายังเป็นทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยสูงด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คอนโดย่านสุขุมวิทตอนปลายสถานีพระโขนง อ่อนนุช ปุณณวิถี บางจาก บางนายังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ทำเลสุขุมวิทตอนปลาย มีความคึกคักหลากหลาย” เป็นศูนย์รวมสถานที่กินที่เที่ยวและสถานบันเทิงยอดนิยมของคนเมืองและร้านอาหารระดับพรีเมียมมากมาย ทำเลสุขุมวิทตอนปลายยังมีราคาที่ดินที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับในเขตเมืองชั้นในกว่าส่งผลให้เกิดโครงการคอนโดต่างๆ ที่มีราคาค่อนข้างจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำที่กำลังมองหาคอนโดติดรถไฟฟ้าไว้อยู่อาศัยและซื้อขายเพื่อการลงทุนนั้นทำได้ไม่เกินเอื้อม เป็นคอนโดระดับกลางที่เป็นเทรนด์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อยู่ตัวคนเดียวหรือครอบครัวเดี่ยวจำนวนมากและตอบโจทย์การขยับพื้นที่ออกนอกเมืองเพื่อเพิ่มเติมความสงบแต่ยังคงเดินทางเข้าเมืองมาทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายเหมือนเดิม เรียกว่าไม่มีย่านไหนตอบโจทย์เท่าสุขุมวิทตอนปลายอีกแล้ว ในเรื่องความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน สุขุมวิทตอนปลายยังเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกในเขตเมือง ไม่ว่าจะเป็น Terminal 21 Emporium EmQuartier ที่สะดวกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใกล้สถานีพร้อมพงษ์ หากเขยิบไปอีกนิดบริเวณสถานีเพลินจิตยังมี Central Embassy และเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานี MRT สุขุมวิทและ BTS อโศก การเดินทางที่ง่ายดายด้วยรถไฟฟ้านั้นทำให้สุขุมวิทตอนปลายเป็นแหล่งที่มีศักยภาพทั้งด้านการติดต่อกับเมืองและเดินทางออกนอกเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ทั้งยังมีโรงพยาบาลและโรงเรียนชื่อดังมากมายที่ตอบโจทย์การมีครอบครัวและการศึกษาของลูกๆ อีกด้วย กล่าวได้ว่าไม่มีย่านไหนที่น่าสนใจเท่าสุขุมวิทตอนปลายอีกแล้ว ส่งผลให้หลายคนกำลังจับตามองทางเลือกการอยู่อาศัยในย่านนี้ไว้มาก ดังนั้นวันนี้พลัสฯ ขอพามาแนะนำข้อดีของการอยู่อาศัยในโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าพร้อมอยู่ 2566 บนทำเลศักยภาพอย่างย่านสุขุมวิทตอนปลาย รับรองว่าเป็นตัวเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้าที่สะดวกสบาย คุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนกำลังมองหาอยู่แน่นอน แนะนำคอนโดติดรถไฟฟ้าพร้อมอยู่ 2566 1. เดอะ เบส สุขุมวิท 77 โครงการที่ใส่ใจไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเอกลักษณ์ที่เต็มเปี่ยมและมีชีวิตชีวาสไตล์คอนโดเอาใจคนรุ่นใหม่ นอกจากดีไซน์ที่เข้าเป้าแล้วยังใส่ใจธรรมชาติและการสร้างพื้นที่สีเขียวด้วยสวนหย่อมขนาดใหญ่ ทำให้เดอะ เบส สุขุมวิท 77 โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านสุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง-อ่อนนุช) นอกจากนี้ยังออกแบบโดยใส่ใจสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนรักสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สนามฟุตซอล สตรีทบาสเกตบอลและลานจ็อกกิ้ง ให้ใช้เวลาสนุกเพลิดเพลินและใช้เวลาไปกับกีฬากลางแจ้งอย่างเต็มที่ มีสระว่ายน้ำและกีฬาในร่มอย่างปิงปอง พร้อมห้องฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครัน ตอบสนองไฟล์สไตล์สายสุขภาพไม่พอ ทุกช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนนั้นมีค่า เดอะ เบส สุขุมวิท 77 ยังใส่ใจโซนที่ให้คุณได้พักผ่อนชิลๆ ใน Chill out Terrace และพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 ยังอยู่ในทำเลแสนสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุช นอกจากนี้ยังใกล้ทางด่วนพิเศษฉลองรัช คนใช้รถยนต์หายห่วงเรื่องการเดินทาง สถานที่อำนวยความสะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยังมีอีกมากมาย สำหรับคุณแม่บ้านก็มีเทสโก้ โลตัส…

มาทราบข้อดีของการเช่าคอนโด 2 ห้องนอน พร้อมแนะนำ 5 โครงการน่าอยู่

อยากจะเช่าอยู่คอนโดกับเพื่อนหรือมองหาคอนโดสำหรับครอบครัวอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ล่ะก็ “คอนโด 2 ห้องนอน” ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะตอบโจทย์หลายด้าน ทั้งขนาดของห้องที่ใหญ่ สามารถแบ่งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้พลัสฯ มาแนะนำโครงการคอนโด 2 ห้องนอนอ่อนนุช ซึ่งจะอยู่ใน Segment ระหว่าง Main Class – Upper Class สามารถเดินทางได้ง่ายใกล้รถไฟฟ้ากัน จุดเด่นของคอนโด 2 ชั้น คือ? คอนโด 2 ห้องนอน จะมีพื้นที่ภายในห้องและพื้นที่ใช้สอยเยอะ ส่วนมากแล้วจะมีขนาด 40 – 80 ตร.ม. เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กหรือผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยของห้องต่างๆ เพราะภายในห้องคอนโดจะมีการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้แต่ละคนมีพื้นที่ส่วนตัว และยังสามารถดัดแปลงห้องต่างๆ ให้ตรงตามไลฟ์สไตล์และความชอบได้ เช่น อาจทำเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องเล่นเกมได้ นอกจากนี้ คอนโด 2 ห้องนอนบางโครงการอาจมีการเพิ่มอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ มีพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่สามารถใส่อุปกรณ์ครัวได้มากกว่าห้องปกติอีกด้วย ❝นอกจากนี้ คอนโด 2 ห้องนอนมักจะอยู่ในทำเลที่ดีหรือมุมที่ดีกว่า เพราะเป็นห้องที่ใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ จึงมักจะอยู่ในตรงหัวมุมของชั้นหรืออยู่ในชั้นบนๆ ของคอนโด❞ เมื่อเทียบกับห้องทั่วไป ทั้งขนาดพื้นที่ การรับแสง และทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้หลายๆ คนมักเลือกซื้อคอนโด 2 ห้องนอน เพราะนอกจากจะได้พื้นที่เยอะขึ้นแล้ว ยังได้ตำแหน่งห้องที่ดี สามารถนำไปขายเก็งกำไรได้ในอนาคตได้ด้วย ในแง่การปล่อยเช่าคอนโด 2 ห้องนอน ก็สามารถทำได้ด้วยราคาที่สูงกว่าทั่วไป ก็สามารถคัดเลือกผู้เช่าได้ ซึ่งส่วนมากแล้วคนพักอาศัยมักจะเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่อาจซื้อไว้เพื่อให้เดินทางไปทำงานหรือส่งลูกๆ เรียนได้สะดวก บางครอบครัวอาจซื้อคอนโดในเมืองเพื่ออยู่ในช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ก็อาจกลับบ้านใหญ่ ตลอดจนการหารค่าห้องของกลุ่มนักศึกษา และ First Jobbers ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ บางคนที่มีข้าวของเยอะการพักอาศัยในคอนโด 2 ห้องนอนก็ตอบโจทย์มากกว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเรื่องพื้นที่ในการจัดเก็บของใช้ต่างๆ   จุดแข็งของคอนโด 2 ห้องนอนย่านอ่อนนุช สำหรับใครที่สนใจต้องการหาคอนโด 2 ห้องนอนที่ตอบโจทย์ ย่านอ่อนนุช ถือเป็นอีกย่านที่น่าสนใจ เพราะอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ BTS สายสีเขียว ซึ่งเป็นสายหลักในการเดินทาง โดยโครงการที่อยู่ในระดับ Main Class – Upper Class ซึ่งเป็น Segment ที่เหล่า First Jobber และครอบครัวมักเลือกซื้อ เพราะอยู่โซนทำเลสุขุมวิทตอนปลายที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟฟ้าและใกล้ทางด่วนสายต่างๆ ซึ่งคอนโด 2 ห้องนอนระดับ Main Class จะมีราคาประมาณ 2.8-4 ล้านบาท…

10 คอนโดอ่อนนุช น่าสนใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

หากพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยติดรถไฟฟ้า BTS อย่างคอนโดอ่อนนุช สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องนึกถึงก็คือ เส้นสุขุมวิทหรือที่เรารู้จักกันชื่อแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นทำเลยอดฮิตตลอดกาลของผู้เลือกทำเลอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังมีสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและความสงบของการเป็นย่านที่อยู่อาศัย และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปัจจัยที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ฟิตเนส หรือ Co-working space และอื่นๆ มากมาย โดยที่อยู่อาศัยที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในย่านนี้ หนีไม่พ้นคอนโดอ่อนนุชอย่างแน่นอน 10 คอนโดอ่อนนุช น่าสนใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง 1. เดอะ เบส สุขุมวิท 50 ค้นพบความแปลกใหม่ที่แตกต่างได้ที่คอนโดอ่อนนุช เดอะเบส สุขุมวิท 50 ที่มอบไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นบนทำเลที่แสนสะดวกสบาย เดอะเบส สุขุมวิท 50 เป็นคอนโดตกแต่งด้วยโทนสดใสสไตล์ Camouflage ซึ่งเป็นการพรางตัวซ่อนพื้นที่มุมส่วนตัว ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์คนเมืองที่โดดเด่นเป็นตัวเอง การตกแต่งด้วยคู่สี Smoky Orange และ Green Mint เพิ่มความสร้างสรรค์ รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ห้อง 41 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง: สุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง -อ่อนนุช) ระยะห่างจาก BTS อ่อนนุช 1 km ราคาขาย 4,090,000 ล้านบาท > ดูราคาซื้อ/ขายล่าสุด ราคาต่อตารางเมตร 99,757 บาท ราคาเช่าเริ่มต้น 18,000 บาท/เดือน > ดูราคาเช่าล่าสุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 2. เดอะ เพรสซิเดนท์ สุขุมวิท 81 เดอะ เพรสซิเดนท์ สุขุมวิท 81 เป็นคอนโดอ่อนนุชที่ตั้งอยู่บนที่ดิน 2-1-24 ไร่ มีทั้งหมด 2 อาคาร อาคาร A สูง 19 ชั้น และอาคาร B สูง 8 ชั้น และมีห้องพักทั้งหมด 358 ยูนิต มียูนิตให้เลือกทั้งแบบ คอนโด 1 ห้องนอน และคอนโด 2 ห้องนอน ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 33.00 ตร.ม. รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ห้อง 35 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง:…

ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร? จำเป็นต้องจ่ายหรือไม่?

นอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดแล้ว หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ยังมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่จะต้องจ่ายอีก นั่นก็คือค่าใช้จ่ายส่วนกลางคอนโด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากซื้อและเข้าไปอยู่แล้ว 2-3 ปี ดังนั้นพลัสฯ ขอพาทุกคนมารู้จักว่าค่าใช้จ่ายนี้คืออะไร ถ้าไม่มีงบนี้จะเกิดอะไรขึ้น มีการคิดคำนวณจากอะไร และไม่ได้อยู่คอนโด แค่ซื้อไว้เก็งกำไรจำเป็นต้องจ่ายหรือไม่ ค่าส่วนกลางคอนโด คืออะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด คือ เงินที่นิติบุคคลของคอนโดแห่งนั้นเรียกเก็บจากเจ้าของคอนโดในทุกๆ ปี เพื่อนำไปบริหารจัดการและดูแลพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดที่ลูกบ้านใช้รวมกัน ตั้งแต่สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าทำความสะอาดภายในและภายนอกอาคาร ค่าจ้างแม่บ้าน ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวกสบาย สภาพแวดล้อมที่ดีให้กับผู้อาศัย ตลอดจนการป้องกันและซ่อมบำรุงอาคารและสถานที่ การเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดถือเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เพราะการซื้อคอนโดเป็นสิทธิ์ขาด ยิ่งโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกมากก็จะมีค่าส่วนกลางสูงตามไปด้วย ทำให้ถ้าไม่มีการเก็บค่าส่วนกลางคอนโดเลย พื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ก็จะขาดการดูแล ชำรุด ทรุดโทรม เพราะไม่มีงบประมาณที่จะเข้ามาจัดการดูแลในส่วนนี้ ทำให้ในอนาคตหากต้องปล่อยเช่าหรือขายจะส่งผลให้ราคาตกหรือได้ค่าเช่าน้อย รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคารก็ยังเป็นหนึ่งในงานของนิติบุคคลอีกด้วย ซึ่งหากไม่มีงบนี้ อาจเกิดความบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยได้เช่นกัน ค่าส่วนกลางคอนโดคิดจากอะไร? ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่า ค่าส่วนกลางคอนโดนั้นยิ่งมีพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกมาก ก็จะทำให้มีค่าส่วนกลางที่สูงกว่าปกติ เพราะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลที่มากกว่า อย่างโครงการคอนโดหรูบางแห่งอาจมีบริการในระดับโลกก็ย่อมมีค่าส่วนกลางที่แพงขึ้น รวมถึงโครงการคอนโด High Rise ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า Low Rise ทำให้ค่าส่วนกลางคอนโด High Rise ถูกกว่าเพราะหารค่าพื้นที่ส่วนกลางกับจำนวนยูนิต นอกจากปัจจัยเหล่านี้แล้ว แต่ละยูนิตก็จะมีการเรียกเก็บค่าพื้นที่ส่วนกลางแตกต่างกัน เพราะนิติบุคคลจะคิดค่าพื้นที่ส่วนกลางจากพื้นที่ของห้องชุด ซึ่งถ้ามีขนาดห้องที่กว้างก็จะเสียค่าพื้นที่ส่วนกลางมาก โดยวิธีการคำนวณคือ ตัวอย่างการคำนวณค่าส่วนกลาง ค่าส่วนกลางคอนโด อัตรา 35 บาท/ตารางเมตร/เดือน ห้องชุดขนาด 30 ตารางเมตร เท่ากับจะต้องจ่าย 1,050 บาท/เดือน แต่จะเรียกเก็บเป็นแบบรายปี คือจะต้องจ่าย 12,600 บาท/ปี โดยส่วนมากแล้ว นิติบุคคลจะมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางคอนโดล่วงหน้า 1-3 ปี หลังจากนั้นเราจำเป็นที่จะต้องชำระตามปกติ ซึ่งค่าส่วนกลางอาจมีการปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยนิติจะต้องทำการแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และค่าส่วนกลางบ้านจัดสรรก็มักมีราคาที่สูงกว่าคอนโดอีกด้วย ไม่ได้อยู่คอนโด แค่ซื้อไว้เก็งกำไรจำเป็นต้องจ่ายหรือไม่? สำหรับใครที่ซื้อคอนโดไว้เพื่อลงทุน เก็งกำไรต่างๆ ไม่เคยเข้าไปอยู่อาศัยหรือใช้พื้นที่ส่วนกลางเลย อาจสงสัยว่าจะเป็นที่จะต้องจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดหรือไม่ พลัสฯ ขอบอกเลยว่าจำเป็นที่จะต้องชำระ แม้ไม่ได้ใช้ส่วนกลางเลย เพราะว่า จะมีการระบุในสัญญาซื้อขายคอนโดที่ระบุไว้ว่าเจ้าของห้องชุดมีหน้าที่ต้องเสียค่าส่วนกลาง เท่ากับเราตกลงที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ นอกจากนี้ หากเจ้าห้องชุดค้างชำระ นิติบุคคลสามารถที่จะดำเนินคดีเพื่อบังคับจ่ายหรือเสียค่าปรับส่วนกลางพร้อมดอกเบี้ยได้ อีกทั้งยังถูกตัดสิทธิ์การออกเสียงในที่ประชุม ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้จนกว่าจะจ่ายค่าส่วนกลางและดอกเบี้ยครบถ้วนและได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล สุดท้ายนี้ ค่าส่วนกลางมีความสำคัญอย่างมากในการดูแลและทำให้คอนโดดูใหม่อยู่เสมอ ซึ่งหากนิติบุคคลสามารถบริหารงานและค่าใช้จ่ายได้อย่างโปร่งใสก็จะทำให้ลูกบ้านคอนโดได้รับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และบริการที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจจะซื้อคอนโดก็ยังสามารถประเมินได้ว่าสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายนี้ได้ในระยะยาว และควรที่จะเตรียมเงินส่วนหนึ่งกันไว้สำหรับการจ่ายค่าส่วนกลางคอนโด บทความที่เกี่ยวข้อง คอนโด Low rise กับ High rise คืออะไร…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู