ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

พาส่องโครงการคอนโดหรูย่านถนนวิทยุ “อัญมณีแห่งมหานคร”

ไม่ว่าใครก็ใฝ่ฝันถึงการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบพร้อมกับความสะดวกสบายรอบด้าน บวกกับการมีพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นให้ได้สดชื่นในทุกเช้าหลังตื่นนอน เชื่อว่าหากได้ที่อยู่ที่เพียบพร้อมตามคุณสมบัติที่ว่ามานี้ คงจะเป็นชีวิตสุดเพอร์เฟคที่แทบจะไม่ต้องการสิ่งอื่นใดมาเติมเต็มอีกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะค้นหาพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้ และที่ยากยิ่งกว่าคือการได้มาไว้ในครอบครอง หากพูดถึงพื้นที่ที่มีความลงตัวในทุกด้านอย่างที่หลายคนใฝ่ฝัน สำหรับในบ้านเราย่านหนึ่งที่มีพร้อมทุกสิ่งของชีวิตในฝัน ก็คือย่านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงนั่นคือ “ถนนวิทยุ” พื้นเล็กๆ อันล้ำค่า โดดเด่นในตัวเอง และเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองมั่งคั่ง และยังคงเป็นย่านที่รอการไขว่คว้าการสัมผัสกับความสมบูรณ์แบบที่หาจากย่านอื่นไม่ได้ มารู้จักกับย่านนี้ไปพร้อมกับ พลัสฯ ที่จะพามาเปิดโลกแห่งความเป็นจริงในจินตนาการของใครหลายๆ คนกับคอนโดหรูที่น่าอยู่ที่สุดย่านถนนวิทยุ “อัญมณีแห่งมหานคร” แห่งนี้ “ถนนวิทยุ” ทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ถนนวิทยุ ถนนสายที่แม้จะไม่ยาวมากนักใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ก็เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะเป็นถนนที่รายล้อมไปด้วย แหล่งศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารมีระดับ โรงแรม สำนักงานและคอนโดหรู และยังมีอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ บ่งบอกถึงการเป็นถนนสายเก่าแก่ที่ยังคงตั้งตระหง่านไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของการเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ความพิเศษอีกประการของถนนสายนี้ยังรวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของหลายๆ ประเทศเอาไว้อีกด้วย จึงทำให้บางคนมองว่าถนนวิทยุมีส่วนผสมที่ลงตัว จนเทียบได้กับย่านฟิฟท์ อเวนิว (Fifth Avenu) ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งไม่เกินจริงนัก เพราะถนนวิทยุสายนี้มีส่วนผสมของสิ่งที่ครบครันที่หาได้ยาก จึงไม่แปลกที่ทำให้ถนนสายนี้ ก้าวขึ้นเป็นทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง เบื้องหลังของการก้าวขึ้นเป็นย่านที่มีทำเลประดุจเพชรน้ำหนึ่งคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) เป็นผู้ที่ทำการพัฒนาพื้นที่ในย่านวิทยุและเพลินจิต นับตั้งแต่ได้รับที่ดินผืนนี้มาในพ.ศ. 2458 ด้วยการริเริ่มการจัดสรรที่ดินและทำการแบ่งขาย ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ทำการซื้อที่ดินที่สำคัญคือ รัฐบาลอังกฤษในการใช้สร้างสถานเอกอัครราชทูตเมื่อพ.ศ. 2465 นอกจากนั้นยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายครอบครัวเข้ามาซื้อที่ดินในย่านนี้และได้รับการพัฒนามาจนถึงรุ่นปัจจุบัน โดยถนนได้ถูกสร้างตัดผ่านในย่านวิทยุ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อกับถนนพระราม 4 เข้ากับถนนเพชรบุรีและถนนเพลินจิต ที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือยังเป็นย่านที่มีการสร้างสวนสาธารณะแห่งแรกของไทยอย่างสวนลุมพินีที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งที่มาของชื่อถนนวิทยุ ก็ได้มาจากการพระราชทานนามตามสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุแห่งแรกในไทย ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนลุมพินีในย่านนี้นั่นเอง สวนลุมพินี ด้วยการเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่สำคัญในระดับชั้นนำต่างๆ ของประเทศมากมายนับตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นที่พักของชนชั้นนำที่โดดเด่นคือ วังคันธวาส ที่ปัจจุบันถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของย่าน รวมทั้งสถานีวิทยุแห่งแรก สมาคมกีฬาชั้นสูงอย่างสมาคมราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับ และยังเป็นย่านที่มีสถานที่สำคัญระดับนานาชาติอย่างสถานเอกอัครราชทูต ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 22 ประเทศด้วยกัน ซึ่งเป็นประเทศสำคัญทั้งสิ้น เช่น สถานทูตสหรัฐอเมริกา สถานทูตอังกฤษ สถานทูตญี่ปุ่น เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ถนนวิทยุ เป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่แห่งความสงบ ร่มรื่น มีความเป็นส่วนตัวสูง ที่ซุกตัวอยู่อย่างกลมกลืนใจกลางมหานคร ที่เมื่อรวมไปถึงย่านราชดำริบริเวณข้างเคียงแล้ว นับเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของราคาประเมินเฉลี่ยมากถึงปีละประมาณ 70% ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ใจกลางเมืองบริเวณอื่นๆ เลยทีเดียว แนะนำคอนโดหรูใจกลางเมืองย่านถนนวิทยุ “เหนือล้านยังมีร้อยล้าน” 98 Wireless 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) หนึ่งในโครงการคอนโดหรูที่สุดของแสนสิรินับตั้งแต่ที่เคยทำมา บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครติดถนนวิทยุ เป็นโครงการ Flagship ที่ใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบ เพื่อให้ได้องค์ประกอบต่างๆ ที่มีความประณีตสวยงาม…

ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร ทำความรู้จักข้อกฎหมายและวิธีการเลือกบริษัทตรวจสอบ

ในยุคที่อาคารสูงและอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดติดรถไฟฟ้า และคอนโดมือสองที่มีอยู่มากมายในย่านต่างๆ ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่าคอนโดสุขุมวิท หรือแม้แต่พื้นที่บ้านกรุงเทพกรีฑา และบ้านบางนาต่างก็มีอาคารจำนวนมากที่ต้องการการดูแลและตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งอาคารและผู้อยู่อาศัย เพราะการละเลยการตรวจสอบอาคารอย่างเป็นระบบอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรง เช่น โครงสร้างอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม อาคารถล่ม อัคคีภัย หรือระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย ใช้งานไม่ได้ และทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากการซ่อมแซมที่ทันท่วงทีก่อนปัญหาจะลุกลามใหญ่โต แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลได้รับบทลงโทษทางกฎหมาย ในบทความนี้ พลัสฯ จึงอยากพาทุกท่านมาทำความเข้าใจ ว่าทำไมจึงต้องตรวจสอบอาคารของตนเอง การตรวจสอบอาคารมีข้อกำหนดอย่างไรที่ควรทราบ และวิธีการเลือกบริษัทตรวจสอบที่เหมาะสม กฎหมายและข้อกำหนดการตรวจสอบอาคาร เจ้าของอาคารจะต้องตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2543) มาตรา 32 ทวิ ที่กำหนดให้เจ้าของอาคารสูง อาคารชุมนุมคน และอาคารอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องมีการตรวจสภาพอาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ระบบปรับอากาศ และระบบอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการป้องกันภัยอันตรายและความปลอดภัยที่สามารถส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเจ้าของอาคารจะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารในด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรม มาทำการตรวจสอบอาคารตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด และรายงานผลการตรวจต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ โดยมีข้อกำหนดคร่าวๆ ดังนี้ ข้อกำหนดการตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย ตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร กำหนดให้มีการตรวจอาคารทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ การตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกๆ 5 ปี เป็นการตรวจสอบโครงสร้างและระบบทุกระบบภายในอาคารอย่างครอบคลุม ผู้ตรวจสอบจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมคู่มือให้กับเจ้าของอาคาร รวมถึงแผนการตรวจสอบอาคารประจำปีและแนวทางการตรวจสอบต่างๆ การตรวจสอบอาคารประจำปี: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกปี ตามแผนที่ผู้ตรวจสอบได้จัดทำไว้ในการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ใช้งานหรือก่อสร้างอาคารโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จะต้องระวางโทษดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรับเงินอีก วันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายและรับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร การเลือกใช้บริการบริษัทตรวจสอบอาคารที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจได้ว่าอาคารของตนมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยต่อการใช้งาน และเป็นไปตามกฎหมายตรวจสอบอาคารทุกประการ อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้อาคาร 9 ประเภทนี้ ได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1. อาคารสูง ตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป 2. อาคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีพื้นที่ใช้สอย 10,000 ตร.ม.ขึ้นไป เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า 3. อาคารที่เป็นชุมนุมคน มีพื้นที่ใช้สอย…

คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link น่าอยู่อย่างไร พร้อมแนะนำ 5 คอนโดที่น่าสนใจ

หากพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว นอกจาก BTS และ MRT ที่เป็นรถไฟฟ้าสายหลักของเมือง ยังมีรถไฟฟ้าสายชานเมืองอีกเส้นทางที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link หรือ ARL) หรือแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) ที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองเข้ากับสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักเดินทางจากสนามบินหลักเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ของกรุงเทพฯ และยังพาดผ่านพื้นที่เศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยที่สำคัญในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมากมาย ทำให้คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำงานในสนามบิน หรือในย่านแหล่งงานต่างๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงบอกเหตุผลว่า ทำไมคอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ถึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ 1. เดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ริมถนนรามคำแหง-พระราม 9 เชื่อมต่อพื้นที่ CBD ใจกลางเมืองได้ทั้งทางรถยนต์และขนส่งมวลชน อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ARL รามคำแหงเพียง 800 เมตร โดยเดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 เป็นคอนโดรูปแบบ High Rise สูง 36 ชั้น เห็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ระบบรักษาความปลอดภัย และยังมีบริการรถรับส่งระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอีกด้วย ถือว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดงในย่านรามคำแหงที่น่าสนใจไม่น้อย ระยะห่างจากเส้นทางสำคัญ: ARL สถานีรามคำแหง (800 เมตร) ทางพิเศษศรีรัช (1 กม.) และทางพิเศษฉลองรัช (1.5 กม.) รูปแบบห้อง: 1 ห้องนอน (26.5-34.75 ตร.ม.) และ 2 ห้องนอน (49-55 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน: สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนหย่อม, รถรับ-ส่งสถานีรถไฟฟ้าและการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สถานที่ใกล้เคียง: เดอะมอลล์ รามคำแหง, โฮมโปร พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์…

ระบบปรับอากาศภายในอาคารมีกี่แบบ ทำงานอย่างไรบ้าง

ระบบปรับอากาศภายในอาคารถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกประเภทอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่อาคารที่พักอาศัยอย่างคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดอ่อนนุช คอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑาที่กำลังได้รับความนิยมก็ตาม เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้ว การปรับอากาศหมายถึงการทำให้เกิดความเย็นสบายเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความหมายของระบบปรับอากาศได้ขยายขอบเขตกว้างขึ้น ครอบคลุมถึงการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น คุณภาพอากาศ และการระบายอากาศที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ห้องปรับอากาศที่ออกแบบมาอย่างดียังช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การเจริญเติบโตของเชื้อรา การสะสมของฝุ่นละออง และสารปนเปื้อนในอากาศที่อาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบปรับอากาศภายในอาคารทุกรูปแบบ ตั้งแต่หลักการทำงานพื้นฐาน ประเภทของระบบต่างๆ รวมถึงมาตรฐานการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ วสท. ที่ควรทราบ เทคโนโลยีและแนวโน้มในอนาคตของระบบปรับอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและออกแบบระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการของตนเอง ระบบปรับอากาศในอาคารคืออะไร หลายคนอาจเข้าใจว่าระบบปรับอากาศในอาคารนั้นไม่ต่างจากเครื่องแอร์ธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้วระบบปรับอากาศในอาคาร (Building Air Conditioning System) คือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมและปรับปรุงสภาพอากาศภายในอาคารให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยครอบคลุม 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุณหภูมิ ที่ทำให้รู้สึกสบายตัวไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความชื้น ที่ช่วยป้องกันอากาศแห้งหรือชื้นจนเกินไป คุณภาพอากาศ ที่กรองฝุ่น ควัน และสารปนเปื้อนต่างๆ และการไหลเวียนของอากาศ ที่ทำให้อากาศสดชื่น ปลอดโปร่งตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ระบบในอาคารแตกต่างจากแอร์บ้านธรรมดาคือขนาดและความซับซ้อน ระบบปรับอากาศมีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา เพราะระบบปรับอากาศภายในอาคารจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งและวางระบบต่างๆ ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความสบายและความคุ้มค่าของเจ้าของสถานที่ วัตถุประสงค์หลักของระบบปรับอากาศภายในอาคารจึงไม่ได้มีแค่ความเย็นสบายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน หรือการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสินค้าและผู้ใช้งาน รวมถึงการป้องกันปัญหาสุขภาพจากมลพิษต่างๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบปรับอากาศในอาคารจึงต้องการการออกแบบ การติดตั้ง และการดูแลรักษาอย่างละเอียด และซับซ้อนกว่าระบบแอร์ทั่วไป องค์ประกอบหลักที่ทำให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารทำงาน แอร์ประกอบด้วยอะไรบ้างในระบบอาคารขนาดใหญ่ อุปกรณ์ทำความเย็นมีอะไรบ้างที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ จะมี 4 ชิ้นหลักในระบบปรับอากาศภายในอาคาร ได้แก่ คอมเพรสเซอร์ (Compressor): ถือเป็นหัวใจหลักของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่บีบอัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น เพื่อส่งต่อไปยังส่วนอื่นของระบบ และหากไม่มีคอมเพรสเซอร์ ระบบปรับอากาศภายในอาคารของเราก็จะไม่มีอากาศเย็นไหลเวียนได้ และคอมเพรสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพก็จะช่วยลดการใช้พลังงานในการทำงานได้ไม่น้อย ช่วยให้อาคารลดต้นทุนในการใช้งานระบบปรับอากาศภายในอาคารได้ไม่น้อย คอนเดนเซอร์ (Condenser): ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นที่ถูกบีบอัดมาจากคอมเพรสเซอร์ โดยเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ระบบปรับอากาศภายในอาคารปล่อยความร้อนออกสู่บรรยากาศภายนอกอาคาร อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนจากอากาศภายในอาคาร สารทำความเย็นจะระเหยและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ กระบวนการระเหยนี้จะดูดความร้อนจากอากาศไปด้วย ทำให้อากาศที่ผ่านเย็นลงและถูกเป่าเข้ามาในแต่ละห้อง วาล์วขยายตัว (Expansion Valve) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลและลดความดันของสารทำความเย็นอย่างแม่นยำ เพื่อให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากอุปกรณ์หลักทั้ง 4 ชิ้นแล้ว ระบบปรับอากาศภายในอาคารขนาดใหญ่ยังมีระบบสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ระบบท่อน้ำเย็นที่ใช้ในการขนส่งความเย็น ระบบท่อลมที่กระจายอากาศเย็นไปยังแต่ละพื้นที่ และระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Management System – BMS) ที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์และควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบปรับอากาศในอาคาร มีกี่แบบ หากถามว่าระบบแอร์มีกี่ประเภทในระบบปรับอากาศในอาคาร จะสามารถจำแนกตามประเภทได้ 2…

เปิดโพล 5 อันดับงานบ้านสุดยี้ ที่คนไม่อยากทำมากที่สุด พร้อมเคล็ดลับการทำงานบ้านให้ง่ายขึ้นและประหยัด

งานบ้าน เป็นสิ่งที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามีงานบ้านบางอย่างที่แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาทันที จากการรวบรวมความคิดเห็นจำนวนมาก เราได้สรุป 5 อันดับงานบ้านที่คนไม่ชอบทำมากที่สุด พร้อมเหตุผลเจ็บจี๊ดที่เชื่อว่าหลายคนต้องพยักหน้าตาม เพราะนี่คือเสียงสะท้อนจากใจจริงของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทั่วประเทศ 1. การล้างห้องน้ำ: สมรภูมิแห่งคราบฝังแน่นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยืนหนึ่งมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีใครเทียบได้คือ “การล้างห้องน้ำ” ซึ่งถูกยกให้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจมหาศาล หลายคนมองว่านี่คืองานที่หนักและเหนื่อยใจที่สุด เปรียบเสมือน “สนามรบ” ที่ต้องต่อสู้กับคราบสกปรกและกลิ่นนานาชนิด เหตุผลที่ทำให้การล้างห้องน้ำเป็นงานสุดหิน: ต้องใช้แรงเยอะและท่วงท่าที่ไม่สบายตัว: การต้องก้มๆ เงยๆ หรือนั่งยองๆ เพื่อขัดถูเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว และปวดเมื่อยตามร่างกาย   คราบสกปรกฝังแน่นและซอกมุมที่เข้าถึงยาก: คราบสบู่ คราบน้ำ คราบรา และคราบหินปูนที่ฝังแน่นตามซอกกระเบื้อง ร่องยาแนว หรือมุมสุขภัณฑ์ต่างๆ นั้นขจัดออกได้ยากมาก   กลิ่นไม่พึงประสงค์และสารเคมีรุนแรง: ต้องเผชิญกับกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ อีกทั้งน้ำยาล้างห้องน้ำยังมีกลิ่นฉุนและมีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนังได้   ใช้เวลานานและต้องทำบ่อย: ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ใช้งานทุกวันจึงสกปรกง่าย ทำให้ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลานานกว่าจะสะอาดหมดจด   ความรู้สึกว่าทำไปก็ไม่คุ้มค่า: หลายครั้งที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจขัดจนสะอาด แต่กลับถูกตำหนิว่ายังไม่สะอาดพอ หรือใช้ไปไม่นานก็กลับมาสกปรกเหมือนเดิม ทำให้รู้สึกท้อใจ   เคล็ดลับล้างห้องน้ำ: ทำความสะอาดเล็กๆ บ่อยๆ ป้องกันคราบฝังลึก เช่น หลังอาบน้ำใช้ที่ปาดน้ำรีดออก หรือฉีดสเปรย์น้ำส้มสายชูอ่อนๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง แล้วล้างน้ำ จะช่วยลดคราบสบู่และหินปูนได้โดยไม่ต้องออกแรงขัดหนัก และแปรงขัดไฟฟ้าก็ช่วยทุ่นแรงได้มาก 2. การรีดผ้า: ภารกิจท้าทายความอดทนท่ามกลางไอความร้อน อีกหนึ่งงานบ้านที่หลายคนขอบายคือ “การรีดผ้า” แค่เห็นกองผ้ารออยู่ก็รู้สึกท้อแล้ว เป็นงานที่ถูกนิยามว่าต้องใช้ทั้งความอดทน สมาธิ และความใจเย็นอย่างสูง เหตุผลที่ทำให้การรีดผ้าเป็นฝันร้าย: ร้อนและเหนื่อย: การต้องยืนหน้าเตารีดเป็นเวลานานท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทย ทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยและเหนื่อยมาก   ใช้เวลานานและน่าเบื่อ: การรีดผ้ากองโตมักใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เป็นงานซ้ำซากจำเจ และทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่น   ต้องใช้ทักษะและความละเอียดสูง: การรีดผ้าให้เรียบคมกริบ โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตหรือชุดนักเรียนที่มีจีบเยอะๆ เป็นเรื่องยากและต้องใช้ความประณีตสูง   รีดยาก รีดแล้วยับเหมือนเดิม: ปัญหาคลาสสิกคือรีดข้างหน้าเรียบ แต่ข้างหลังกลับมายับ หรือรีดเสร็จเก็บเข้าตู้ก็ยับอีก ทำให้รู้สึกเสียแรงและเสียเวลา   เสี่ยงต่ออุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ: มีความเสี่ยงที่จะโดนเตารีดลวกจนเป็นแผล และการยืนหรือนั่งนานๆ ทำให้ปวดหลังปวดขาได้   เคล็ดลับ: ลดงานรีดผ้าได้ตั้งแต่ซักและตาก — สะบัดผ้าก่อนตาก เก็บทันทีเมื่อแห้ง แล้วพับหรือแขวน จะช่วยให้ผ้าเรียบขึ้นโดยไม่ต้องรีดบ่อย หากต้องรีด เลือกเตารีดไอน้ำแบบยืนช่วยประหยัดเวลา และเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ไปด้วยให้งานเพลินขึ้น 3. การล้างจาน: มหกรรมหลังมื้ออาหารที่ไม่มีวันจบสิ้น “การล้างจาน” เป็นงานที่หลายคนรู้สึกเบื่อและอยากหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหลังทานอาหารอิ่มๆ เป็นภารกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับทั้งคราบมันและเศษอาหารที่น่าขนลุก เหตุผลที่ทำให้หลายคนไม่ชอบล้างจาน: ต้องสัมผัสกับเศษอาหารและคราบมัน: ความรู้สึกที่ต้องเจอกับเศษอาหารที่เปียกแฉะ คราบซอสเหนียวๆ…

แนะนำ-10-คอนโดมือสอง

แนะนำ 10 คอนโดมือสอง ติดรถไฟฟ้า คุ้มค่าแน่นอน

ตลาดคอนโดมือสองในปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาที่คุ้มค่ากว่าโครงการใหม่ๆ ในทำเลเดียวกัน อีกทั้งการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ทำให้คอนโดมือสองใกล้รถไฟฟ้ามีความต้องการสูงขึ้น และกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนอสังหาฯ หลายๆ คน และสำหรับใครที่สนใจคอนโดมือสองติดรถไฟฟ้า แต่ยังไม่มีตัวเลือกในใจละก็ ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแนะนำ 10 คอนโดมือสองติดรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น BTS, MRT หรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link, ARL) จะเลือกอยู่ก็สบาย หรือซื้อเก็บไว้ลงทุนก็คุ้มค่า คอนโดมือสองน่าสนใจอย่างไร ทำเลดี: คอนโดมือสองส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ใกล้แหล่งงาน สถานศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ราคาที่คุ้มค่า: เมื่อเทียบกับโครงการใหม่ในทำเลเดียวกันแล้ว โดยทั่วไปราคาคอนโดมือสองจะถูกกว่า 15-30% ขึ้นอยู่กับอายุโครงการและการดูแลรักษา เข้าอยู่ได้ทันที: คอนโดมือสองสามารถเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องรอการก่อสร้างเหมือนคอนโดโครงการใหม่ๆ มีห้องจริงให้ดู: ผู้ซื้อสามารถเห็นสภาพห้องจริงของคอนโดมือสอง ทำให้เห็นภาพรวมของห้องได้ชัดเจนกว่าห้องตัวอย่างของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่จำเป็นต้องต่อเติมเพิ่ม: ห้องคอนโดมือสองส่วนใหญ่ มักมีการตกแต่งห้องไว้อยู่แล้ว ช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าใหม่ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในการตกแต่ง 10 คอนโดมือสองติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. ไอดีโอ คิว พญาไท คอนโดมือสองระดับ High Rise 38 ชั้นใจกลางพญาไท ห่างจากรถไฟฟ้า BTS และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link, ARL) สถานีพญาไทเพียง 200 เมตร โดดเด่นด้วยจำนวนเพียง 76 ยูนิต มอบความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมห้องขนาดใหญ่และพื้นที่ส่วนกลางครบครัน ทั้งโซนเด็กเล่น ฟิตเนส ซาวน่า และสระว่ายน้ำ แวดล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และแหล่งชอปปิงชั้นนำมากมาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ยูนิตแนะนำ: 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115.88 ตารางเมตร คลิก 2. ไลฟ์ แอท สุขุมวิท 65 คอนโดติดรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงเพียง 250 เมตร ตอบโจทย์การเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนสที่ได้มาตรฐาน โดยรอบโครงการเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สำนักงาน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าชั้นนำในย่านเอกมัย-พระโขนง มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจรในคอนโดอ่อนนุชแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.0 ตารางเมตร คลิก 3. วันไนน์ไฟว์…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู