ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้ไหม? ไขข้อสงสัยคนทำอาชีพอิสระ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมหันมาประกอบอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ (Freelance) กันมากขึ้น เพราะมีอิสระในการทำงาน ความยืดหยุ่นด้านเวลา และโอกาสในการสร้างรายได้ที่ไม่จำกัด อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีข้อกังวลว่า “ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้หรือไม่?” เนื่องจากการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารมักต้องใช้สลิปเงินเดือนที่ออกโดยบริษัท ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาไขข้อสงสัยว่า ไม่มีสลิปเงินเดือนซื้อบ้านได้ไหม? พร้อมแนะนำวิธีขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านฉลุย ฉบับผู้ที่อยากซื้อบ้านแต่ไม่มีสลิปเงินเดือน ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้ไหม? หนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อบ้าน คือ สลิปเงินเดือน เนื่องจากเป็นหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจนและมั่นคง ส่งผลให้พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนสามารถกู้ซื้อบ้านได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอิสระ ทั้งนี้ ฟรีแลนซ์สามารถกู้ซื้อบ้านได้ไม่ต่างจากพนักงานประจำ เพียงแค่ต้องอาศัยเอกสารอื่นๆ เพื่อยืนยันรายได้และความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย วิธีขอสินเชื่อให้อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านผ่านฉลุย แน่นอนว่า การขอสินเชื่อบ้านของฟรีแลนซ์ย่อมมีความแตกต่างจากพนักงานประจำ โดยฟรีแลนซ์จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเอกสารสำคัญ ดังนี้ 1. รายการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน โดยทั่วไปธนาคารจะขอดู Statement หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความต่อเนื่อง และจำนวนรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือนของผู้กู้ ซึ่งสามารถติดต่อธนาคารที่ใช้บริการเพื่อขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังได้ ทั้งนี้ ผู้กู้ควรสร้างรายการเดินบัญชีย้อนหลังให้ดูดี ซึ่งช่วยสะท้อนรายได้ที่สม่ำเสมอและความมั่นคงทางการเงิน เช่น การรับงานจ้างผู้ว่าจ้างเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มีรายได้เข้ามาเป็นประจำ การชำระหนี้บัตรเครดิต หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้ตรงเวลา และไม่ปล่อยให้เงินคงเหลือในบัญชีติดลบ 2. หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เปรียบเสมือนใบเสร็จที่ได้จากการทำงาน ซึ่งควรได้รับจากผู้ว่าจ้างทุกครั้ง โดยปกติจะใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นภาษีประจำปีและการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคาร (ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน) เพื่อแสดงแหล่งที่มาของรายได้ ประเภทเงินได้ จำนวนรายได้ และจำนวนเงินที่ถูกหักเป็นภาษี ณ ที่จ่าย 3. บัตรประจำตัววิชาชีพ ทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ บัตรประจำตัววิชาชีพ ทะเบียนการค้า และทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารยืนยันการประกอบอาชีพ โดยพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์สามารถใช้การบันทึกภาพหน้าจอเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ที่ใช้ในการค้าขาย เพื่อยืนยันการประกอบอาชีพแทนได้ 4. หลักฐานการเสียภาษี ตามกฎหมาย บุคคลที่มีรายได้จะต้องทำการเสียภาษีประจำปีต่อกรมสรรพากร ซึ่งหลักฐานการเสียภาษี หรือ ภงด. 90 จะต้องนำมาประกอบการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารด้วย เพื่อแสดงจำนวนรายได้และ ที่มาของรายได้ตลอดทั้งปี 5. ไม่ติดเครดิตบูโร โดยปกติธนาคารมักจะไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้กับผู้ที่ติดเครดิตบูโร อันเป็นประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีของบุคคล อาทิ ผิดนัดชำระหนี้ ถูกศาลสั่งให้ชำระหนี้ มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือมีหนี้สูญที่สถาบันทางการเงินไม่สามารถติดตามทวงถามได้ และอื่นๆ ซึ่งเครดิตบูโรรวบรวมและจัดเก็บโดยบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หากติดเครดิตบูโรอยู่ แนะนำให้ทำการชำระหนี้คืนกับสถาบันทางการเงินนั้นๆ…

รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…

โฉนดคอนโด คืออะไร ? ได้ตอนไหน สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ มีอะไรบ้าง

แม้ “บ้าน” และ “คอนโด” จะเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเหมือนกัน แต่เอกสารที่ใช้ระบุความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 มีความแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างโฉนดที่ดินกับโฉนดคอนโด หรือโฉนดห้องชุด พร้อมแนะนำ 3 ขั้นตอน เตรียมตัวซื้อคอนโด โฉนดคอนโด คืออะไร? ชื่อเรียกที่ถูกต้องของโฉนดคอนโด คือ “หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด” แต่มักนิยมเรียกว่า โฉนดคอนโดหรือโฉนดห้องชุด เนื่องจากถูกจำสับสนกับโฉนดที่ดิน แต่หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และโฉนดที่ดินระบุกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต่างกันออกไป หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารราชการแสดงสิทธิของบุคคลในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเฉพาะส่วนหนึ่งของอาคารชุด และมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของในทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดนั้นร่วมกับเจ้าของห้องชุดอื่นๆ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งภายในห้องชุดได้ตามต้องการ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของโครงการ (แต่ละโครงการอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป) และจะไม่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งทรัพย์ส่วนกลางที่อยู่นอกห้องชุดได้ โฉนดที่ดิน เอกสารราชการแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินผืนนั้นๆ ได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่า ทำธุรกรรม ซื้อขาย จำนอง หรืออื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ถือครองโฉนดที่ดินยังสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินของตนเองได้ด้วยเช่นกัน โดยโฉนดที่ดิน และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งออกโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และจำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจำนองกับธนาคาร การฝากขาย การทำพินัยกรรม และอื่นๆ โฉนดคอนโด ได้ตอนไหน? ระยะเวลาในการได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายคอนโด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1. ซื้อจากโครงการโดยตรง การซื้อคอนโดจากโครงการโดยตรงแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีซื้อคอนโดที่กำลังก่อสร้าง หรือคอนโด Pre-sale ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเมื่อคอนโดก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยโครงการจะทำเรื่องขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด และดำเนินการขอออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการก่อสร้างและการดำเนินงานของโครงการ กรณีซื้อคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอน โครงการจะดำเนินการส่งมอบหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากที่ผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากโครงการแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ 2. ซื้อคอนโดมือสอง เจ้าของเก่าจะทำการโอนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากเจ้าของเก่าแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ การได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดอาจเร็วกว่า 1-2 สัปดาห์ หรือล่าช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับภาระงานของกรมที่ดินด้วยเช่นกัน พลัสฯ แนะนำ คอนโดมือสองที่น่าสนใจ: Oka Haus คอนโด High rise พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม Wyne by Sansiri ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ใกล้ BTS สถานีพระโขนง เจ้าของหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้สิทธิ์อะไรบ้าง?…

คอนโด 2 ชั้น มีกี่แบบ? แนะนำ 5 คอนโด 2 ชั้นให้เช่า

แม้คอนโดจะได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่หลายคนยังมองหาพื้นที่การใช้ชีวิตที่กว้างขวาง และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ส่งผลให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปส่องประเภทของคอนโด 2 ชั้น พร้อมแนะนำ 5 พิกัด คอนโด 2 ชั้นให้เช่า ข้อดีของคอนโดสองชั้น คอนโด 2 ชั้น คือ ยูนิตอยู่อาศัยที่แบ่งออกเป็น 2 ระดับ และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างอยู่ภายในยูนิต ซึ่งมีข้อดีเหนือกว่าคอนโด 1 ชั้น (Simplex) อยู่หลายด้าน เช่น 1. ความสูงจากพื้นถึงเพดานมากกว่า ด้วยระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานที่มากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศพื้นที่ภายในดูโล่งโปร่ง และแสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้มากกว่า ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่า คอนโด 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวมที่มากกว่าคอนโด 1 ชั้น แม้จะมีจำนวนห้องนอน และห้องน้ำเท่ากัน ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกแออัดจนเกินไป และสามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้มากขึ้น 3. จัดสรรพื้นที่ได้มากขึ้น โดยทั่วไปคอนโด 2 ชั้น จะมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าคอนโด 1 ชั้น เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นบ้านมากยิ่งขึ้น ข้อดีทั้งหมดนี้ทำให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวขนาดเล็ก และคู่รัก ประเภทของคอนโด 2 ชั้น คอนโด 2 ชั้น มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ โดยคอนโด 2 ชั้น ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1. Duplex คอนโด Duplex เป็นประเภทคอนโด 2 ชั้น ที่พบเห็นได้มากที่สุด โดยมีทางเข้าจากภายนอกยูนิตอยู่ที่ชั้น 1 และมีบันไดอยู่ภายในสำหรับเชื่อมชั้นบนกับชั้นล่าง ทั้งนี้ คอนโด Duplex มักออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น 2. Maisonette คอนโด Maisonette มีความคล้ายคลึงกับคอนโด Duplex แต่มีทางเข้าจากภายนอกยูนิต 2 ทาง ทั้งจากชั้น 1 และชั้น 2…

ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ใน 6 ขั้นตอนปี 2567

ในปัจจุบันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่การติดต่อขอดำเนินการทางเอกสารบางอย่าง เช่น “การย้ายทะเบียนบ้าน” บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน แต่หายห่วง! เพราะตอนนี้สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องไปสำนักงาน ไม่ต้องนั่งรอคิวเป็นชั่วโมง ทำด้วยตัวเอง ที่ไหนก็ได้ สะดวกสุดๆ ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? หากมีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ต้องทำอย่างไร? การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์จะยุ่งยากหรือเปล่า? บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัย จะมีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ตามมาดูกัน ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ง่ายๆด้วย “แอปพลิเคชั่น ThaiD ” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน (ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องทำการลงทะเบียน ThaiD เพื่อกดยืนยันข้อมูลการแจ้งย้ายเข้าด้วยเช่นกัน) วิธีลงทะเบียนใช้งาน THAID ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ 1. เข้าแอปพลิเคชัน “THAID” (ไทยดี) กด “เริ่มต้นใช้งาน” 2. กด “เลือกลงทะเบียนด้วยตนเอง” หลังจากอ่านเงื่อนไขการใช้บริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยอมรับ” และ “กดถัดไป” 3. “ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชนและหลังบัตรฯ” เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้วให้ “กดปุ่มยืนยัน” 4. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้อง แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วกดยืนยัน 5. ถ่ายรูปให้ตรงตามคำแนะนำที่ขึ้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยืนยัน” 6. สร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยด้วยเลข 8 หลัก และกดยืนยันอีกครั้ง ห้ามใช้ตัวเลขเรียงกันหรือใช้ซ้ำเกินได้ไม่เกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111, 2222 เป็นต้น จากนั้นยืนยันการสร้างสิ่งแทนดิจิทัล แล้วจึงกดรหัสความปลอดภัยที่เราพึ่งสร้าง เพื่อยืนยัน ลงทะเบียนใช้งาน แอป THAID เรียบร้อย! เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์   วิธีย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ด้วย ThaiD 1. เข้าแอป ThaiID เลือก “การแจ้งการย้ายที่อยู่” 2. กรอก เลขบัตรประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไป 3. กดส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน 4. จากนั้นจะมีข้อความ (SMS) ให้ทำการยืนยันตัวตนและให้ความยินยอมยืนยันส่งไปที่เจ้าบ้าน 5. เมื่อเจ้าบ้านกดยืนยันและยินยอมจากนั้นข้อมูลก็จะส่งไปยังนายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอที่อยู่ปลายทางที่ทำการแจ้งย้ายเอาไว้ 6. นายทะเบียนจะดำเนินการอนุมัติการแจ้งย้าย และแจ้งผลการอนุมัติให้กับผู้ขอย้ายและเจ้าของบ้านทราบ โดยการย้ายทะเบียนบ้านนั้นจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปกดยินยอม เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว คลายข้อสงสัย Q: ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? คำตอบคือ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างบน เท่านี้ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว…

คอนโดอยู่ได้กี่ปี? วิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า ควรดูอะไรบ้าง

อายุขัยของคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนเกิดความลังเลใจในการซื้อคอนโด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อคอนโดมือสอง ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาตอบข้อสงสัยที่ว่า คอนโดอยู่ได้กี่ปี พร้อมวิธีการเลือกซื้อคอนโดมือสองสภาพดี คอนโดอยู่ได้กี่ปี ? คอนโดมีอายุกี่ปี? แน่นอนว่า คอนโดมิเนียมมีอายุขัยเหมือนกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ โดยทั่วไปคอนโดจะมีอายุขัยประมาณ 50-100 ปีขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของโครงสร้างอาคาร และการบำรุงรักษาอาคารของนิติฯ คอนโด หากคอนโดถูกทุบ หรือพังทลายลง เจ้าของคอนโดจะเหลืออะไร? แม้นิติบุคคลจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินคอนโด แต่เจ้าของคอนโดทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินดังกล่าวด้วยเช่นกัน ในกรณีที่คอนโดถูกทุบหรือพังทลาย เจ้าของร่วมทุกคนจะมีสิทธิได้รับการชดเชย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1.ความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ โดยปกติโครงการคอนโดมิเนียมจะมีการทำประกันอาคารชุดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย อุทกภัย และอื่นๆ ซึ่งนิติบุคคลจะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน และเงินประกันส่วนนี้จะต้องแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ 2.อาคารชุดพังทลายเหลือแค่ที่ดิน หากอาคารชุดพังเสียหายเหลือแค่ที่ดิน เจ้าของโครงการจะต้องนำที่ดินและทรัพย์สินที่เหลือมาแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ระบุไว้ตามกฏหมายอาคารชุด อย่างไรก็ตาม การชดเชยความเสียหายอาคารอาจมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันระหว่างเจ้าของร่วม แนะนำวิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า คอนโดมือสองเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีราคาขายถูกกว่าคอนโดมือหนึ่งในทำเลเดียวกัน ทั้งนี้ การเลือกซื้อคอนโดมือสองคุณภาพจำเป็นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยวิธีเลือกซื้อคอนโดมือสอง คือ 1.คอนโดผ่านมาตรฐาน EIA มาตรฐาน EIA หรือ Environmental Impact Assessment คือ มาตรฐานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการคอนโดที่ไม่ผ่าน EIA จะไม่สามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งกรมที่ดินจะไม่สามารถออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อได้ และจะทำให้ผู้ซื้อมีปัญหาด้านกฏหมายตามมาในอนาคต ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนซื้อคอนโดว่า โครงการคอนโดนั้นๆ ผ่านมาตรฐาน EIA แล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Link) 2.วัสดุก่อสร้างที่ใช้ได้มาตรฐาน โดยปกติผู้ซื้อจะสามารถขอดูใบรายการวัสดุก่อสร้างอาคารชุดจากผู้พัฒนาได้ ซึ่งจะมีการระบุรายละเอียดของรุ่น และยี่ห้อวัสดุต่างๆ ที่ใช้ นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถขอดูใบรับรองการตรวจสอบอาคารได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเอกสารที่รับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง 3.สังเกตการณ์ดูความเข้มและจางของสีอาคาร สีของอาคารชุดทั้งภายนอกและภายในไม่ได้บ่งบอกเฉพาะความสวยงามเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการซึมผ่านของน้ำฝนได้ด้วย โดยความชื้นของอาคารที่เกิดจากการซึมผ่านของน้ำฝน คือ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สีอาคารหลุดร่อนและซีดจาง 4.สังเกตรอยร้าวอาคาร รอยร้าวของอาคารสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพของปูนซีเมนต์หรือเหล็กเสริม การรับน้ำหนักมากเกินพิกัด ไปจนถึงการทรุดตัวของดิน 5.ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยการันตีคุณภาพของคอนโด ทั้งความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ทีมก่อสร้างระดับมืออาชีพ วัสดุที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการออกแบบภายในที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ปัจจัยทั้งหมดนี้ไม่เพียงบ่งบอกอายุขัยของคอนโด แต่ยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อตามกฏหมาย ดังนั้นจึงควรพิจารณาทุกปัจจัยอย่างถี่ถ้วนและรอบครอบ ทั้งนี้ การพิจารณาปัจจัยทั้งหมดด้วยตนเองอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากและซับซ้อน โดยควรเลือกซื้อคอนโดมือสองผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างพลัสฯ ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยสำรวจโครงสร้างอาคาร และสภาพภายในของห้องคอนโดมือสอง เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อได้รับยูนิตห้องในสภาพที่ดีที่สุด อีกทั้งพลัสฯ ยังช่วยดำเนินเอกสารต่างๆ ในขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองอย่างครบถ้วน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360°…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู