ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ปล่อยเช่าบ้านเดี่ยวหรู 20 ล้านอัพ กับโอกาสลงทุนอสังหาฯ

ปล่อยเช่าบ้านเดี่ยวหรู ราคา 20 ล้านขึ้นไป กับโอกาสการลงทุนอสังหาฯ ภาพรวมตลาดลงทุนอสังหาฯ ในปี 2018 กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวหรูระดับ Hi-End จากต้นปีจนถึงปัจจุบันจะเห็นภาพการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับ Hi-End หลายโครงการ โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง เช่น บ้านแสนสิริ พัฒนาการ บ้านเดี่ยวหรู Super Luxury จากแสนสิริ ราคาเริ่มต้น 60-250 ล้านบาท, สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวหรูระดับ Super Luxury ราคาเริ่มต้น 250 ล้านบาท ของสิงห์ เอสเตท และ The Gentry เอกมัย-ลาดพร้าว บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท จาก เอสซี แอสเสทฯ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าทำเลที่สามารถพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับ Hi-End นี้มีไม่กี่ทำเล ซึ่งต้องเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เดินทางเชื่อมต่อเข้าใจกลางเมืองสะดวก เช่น พัฒนาการ, เอกมัย-รามอินทรา เป็นต้น เทรนด์บ้านเดี่ยวหรูกำลังมา ในช่วงปี 2017 บ้านเดี่ยวหรู ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนดีมานด์และซัพพลาย ซึ่งปีที่ผ่านมาซัพพลายขยายตัวสูงถึง 34% ส่วนดีมานด์หรือความต้องการในตลาดบ้านระดับนี้ก็ขยายตัวขึ้น 19% เช่นกัน ปัจจัยที่ทำให้ดีมานด์ตลาดบ้านหรูเพิ่มขึ้นทุกปี มีข้อมูลจากการรายงานของ World Wealth Report 2017 ของ Capgemini ระบุว่า HNWI* ในประเทศไทยมีจ่านวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่ม Niche Market โดยในปี 2016 มีจ่านวนเพิ่มขึ้น 12.7% และทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 13.3% เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่ได้มีผลกระทบกับการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเท่าไรนัก ทั้งนี้กลุ่ม Niche Market นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทำเลที่เดินทางสะดวก เข้าใจกลางเมืองได้ง่ายเป็นอันดับแรก รวมถึงมองเรื่องสภาพแวดล้อมโครงการที่ดี ได้ความเป็นส่วนตัว และฟังก์ชั่นบ้านที่ตอบโจทย์ โครงการบ้านแสนสิริ พัฒนาการ “พัฒนาการ” ทำเลตอบโจทย์บ้านเดี่ยวหรู Hi-End ไม่ใช่ทุกทำเลที่สามารถพัฒนาโครงการบ้านหรู ราคา 20 ล้านขึ้นไปได้ ซึ่งทำเลที่ว่านี้ต้องสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่เขตเมือง และมีโครงสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เพราะนอกจากจะสามารถเข้าเมืองได้สะดวกแล้ว การใช้ชีวิตนอกบ้านอื่นๆ ก็สำคัญ พัฒนาการเป็นทำเลที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าเขตใจกลางเมืองสุขุมวิทได้ไม่ยาก ไปย่านเอกมัย, พร้อมพงษ์, ทองหล่อและอโศกได้ง่าย…

สูตรสำเร็จต่อยอดโบนัส ด้วยการลงทุนอสังหาฯ แล้วจ่ายโบนัสให้ตัวเองทุกเดือน

ช่วงต้นปีแบบนี้ สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ตั้งหน้าตั้งตารอคงหนีไม่พ้นโบนัส รางวัลแห่งความทุ่มเทและผลงานในปีที่ผ่านมา เพื่อแลกกับความสุขที่ได้กิน ดื่ม เที่ยว ช้อปกระหน่ำให้สมแก่การรอคอย แต่พอคิดดูอีกทีโบนัสที่เราต้องแลกมาด้วยการทำงานทั้งปีจะหมดไปง่ายๆ แบบนี้ก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไร เพราะต้องรออีกตั้งนานกว่าจะได้โบนัสอีกรอบ แต่ถ้าเรายอมอดใจเอาไว้ก่อนแล้วเอาเงินโบนัสนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนกลับมาเรื่อยๆ เหมือนจ่ายโบนัสให้ตัวเองทุกๆ เดือน แบบนี้น่าสนใจกว่ากันตั้งเยอะจริงไหมครับ การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำแถมยังให้ผลตอบแทนกลับมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นน่าสนใจมาก โดยในระหว่างการลงทุนเราก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าเช่ากลับมาจากการปล่อยเช่า และแม้ว่าจะขายออกไปในภายหลังก็ยังได้กำไรกลับมาอีกด้วย เมื่อเทียบอัตราผลตอบแทนแล้วก็พอๆ กับการลงทุนในหุ้นเลยครับ เริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น ต่อยอดโบนัสได้ทันที เงินโบนัสที่ได้นั้นอาจไม่มากมาย เพียงแค่หลักหมื่นก็สามารถลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว โดยเริ่มจากการลงทุนระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงตั้งแต่ 20% ขึ้นไป ด้วยการซื้อขายใบจอง ซึ่งกำไรจากการขายใบจองนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าโครงการที่ลงทุนตั้งอยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูงมากน้อยแค่ไหน หากเป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ในบริเวณที่ที่ดินโดยรอบถูกจับจองพัฒนาไปหมดแล้ว แถมยูนิตที่จองซื้อไว้นั้นยังเป็นห้องที่ตั้งอยู่ในทิศที่มีวิวดีเป็นพิเศษ หรือรูปแบบห้องมีความเฉพาะตัวมีเพียงชั้นละไม่กี่ห้อง กำไรจากการขายใบจองอาจสูงถึง 80% ดังนั้นถ้าเรานำเงินโบนัส 80,000 บาท ไปลงทุนซื้อขายใบจองก็จะสามารถต่อยอดเงินก้อนนี้ได้ตั้งแต่ 96,000 – 144,000 บาท เมื่อเรานำเงินที่ได้กลับไปซื้อขายใบจองอีก 3-4 ครั้ง จากเงินก้อนเล็กๆ นี้เองจะสามารถต่อยอดขึ้นไปได้ถึง 400,000 บาท ณ จุดนี้ถ้ามองย้อนกลับไปจะพบความอัศจรรย์ใจว่าเงินโบนัสที่เราได้มานั้นเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าตัวจากการลงทุนในระยะเวลาสั้นๆ ลงทุนอสังหาฯ ต่อเนื่องในระยะยาว สร้างรายได้สม่ำเสมอ จากเงินโบนัสที่ถูกต่อยอดด้วยการลงทุนระยะสั้นให้เพิ่มพูนขึ้นเป็นเงินก้อนขนาดกลาง 400,000 บาทนี้ ก็เพียงพอที่จะเริ่มต้นการลงทุนระยะยาวได้แล้ว โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการดาวน์คอนโดจะอยู่ระหว่าง 20-30% ของราคาคอนโด ดังนั้นเงินจำนวน 400,000 บาทนี้ เราจะสามารถดาวน์คอนโดราคาประมาณ 2 ล้านบาทได้ สำหรับส่วนที่เหลืออีก 1,600,000 บาทนั้น เราสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ครับ โดยที่งวดผ่อนธนาคารจะอยู่ที่ประมาณ 9,600 บาท (สัดส่วนวงเงินกู้ต่องวดผ่อนชำระ ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 6,000 บาท) แถมบางธนาคารยังให้กู้เผื่อค่าโอน ค่าประกันและค่าจดจำนองด้วย เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องควักเงินตัวเองสักบาทเลย หลักการประเมินรายได้จากการปล่อยเช่า แต่ก่อนที่จะลงทุนซื้อคอนโดสักห้องเพื่อมาปล่อยเช่า ผู้ลงทุนควรศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เริ่มต้นตั้งแต่ค่าเช่าในทำเลนั้น โดยพิจารณาดูจากค่าเช่าภายในโครงการเดียวกัน และโครงการอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง หรือศึกษาอัตราค่าเช่าในแต่ละพื้นที่ จากข้อมูลตลาด ข่าวสาร งานวิจัยต่างๆ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดของเรา ชื่อโครงการ B ตั้งอยู่ในโซนอ่อนนุช ราคาซื้อมาตอนเปิดตัว 2 ล้านบาท อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 520 บาท/ตารางเมตร หากเราเลือกลงทุนคอนโดแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ 30 ตารางเมตรก็จะได้รับค่าเช่าประมาณ 15,600 บาทต่อเดือน จากอัตราค่าเช่าที่ได้นี้ ลองประมาณการค่าเช่าทั้งปีโดยคิดที่…

รู้จักประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA ก่อนกู้บ้าน

“มากู้บ้าน ไม่ได้มาซื้อประกัน” คือประโยคปิดท้ายที่ลูกค้าท่านหนึ่งเล่าให้ทางเราฟังหลังจากไปติดต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อมากู้ซื้อบ้าน โดยลูกค้าท่านนี้ได้รับการแนะนำกึ่งเชิญชวนจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารให้ทำประกันสินเชื่อ MRTA พร้อมกับการขอสินเชื่อบ้านเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการไม่ทำประกัน สุดท้ายแล้วลูกค้าของเราก็ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรทำประกันหรือไม่ เพราะเกิดความสงสัยว่าประกันคุ้มครองสินเชื่อ MRTA คืออะไร จำเป็นต้องทำหรือไม่ และความคุ้มครองที่จะได้รับจากการทำประกันจริงๆ แล้วคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากทำประกันเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านั้นมีความคุ้มค่าหรือไม่ พบคำตอบได้ในบทความของเราในครั้งนี้ 1. รู้จักประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ คือ ประกันชีวิตประเภทหนึ่งที่มีจุดประสงค์อยู่ที่การประกันความเสี่ยงให้กับผู้กู้ โดยให้คุ้มครองสินเชื่อของผู้กู้ซึ่งในกรณีนี้คือสินเชื่อบ้าน ทำให้แม้ว่าจะเกิดเหตุต่อชีวิตผู้กู้ก็ไม่กระทบต่อการผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน เพราะบริษัทรับประกันจะทำหน้าที่ผ่อนชำระหนี้แทนผู้กู้เอง โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาคุ้มครองและวงเงินประกันที่ผู้กู้เลือกทำประกันเอาไว้ 2. ประเภทและรูปแบบของประกันคุ้มครองสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA ในการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA นั้นผู้ทำประกันสามารถเลือกความคุ้มครองวงเงินและระยะเวลาคุ้มครองได้ เช่น คุ้มครองเต็มวงเงิน และตลอดระยะเวลากู้ หากวงเงินกู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 30 ปี ก็จะได้รับความคุ้มครองเต็ม 3 ล้านบาท และเต็มระยะเวลา 30 ปี แต่หากเลือกความคุ้มครอง 70% ของวงเงินกู้และ 70% ของระยะเวลากู้ ก็จะได้รับความคุ้มครองวงเงิน 2.1 ล้านบาท และคุ้มครองช่วงระยะเวลา 21 ปีแรก เป็นต้น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบของการประกัน เช่น การประกันแบบที่จำนวนเงินเอาประกันภัยคงที่ ซึ่งไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปจำนวนเงินเอาประกันก็ไม่ลดลงตามยอดหนี้ หรือการเอาประกันแบบที่จำนวนเงินเอาประกันภัยลดลง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปความคุ้มครองลดลงตามภาระหนี้ที่ลดลง เป็นต้น 3. ความคุ้มครองที่ได้รับจากประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อมุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองความสามารถในการชำระหนี้สินเชื่อบ้านแก่ผู้เอาประกัน โดยจะชำระหนี้แทนผู้เอาประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ทั้งในกรณีที่เป็นการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงกรณีที่ผู้เอาประกันไม่ได้เสียชีวิต แต่ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ซึ่งทำให้ไม่สามารถหารายได้มาผ่อนชำระสินเชื่อได้ 4. ความคุ้มค่าในการทำประกันสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA เมื่อกล่าวถึงความคุ้มค่าที่นอกเหนือจากความคุ้มครองที่ผู้กู้จะได้รับจากการเลือกทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อก็คือการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติสำหรับลูกค้าที่ไม่ทำประกัน โดยมีส่วนต่างอยู่ระหว่าง 0.25% – 0.50% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านี้มีส่วนจูงใจให้ผู้กู้ตัดสินใจทำประกันได้ง่ายขึ้น และในมุมมองของธนาคารแล้วเมื่อมีการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อบ้าน MRTA ก็ทำให้การให้สินเชื่อแก่ผู้กู้มีความเสี่ยงลดน้อยลงเช่นกัน แต่อย่าลืมว่าเมื่อมีการทำประกันแล้วก็มักจะมีการนำเบี้ยประกันเพิ่มเข้าไปในวงเงินกู้ จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าท้ายที่สุดแล้วการทำประกันช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้จริงหรือไม่ ตัวอย่างกรณีศึกษา เปรียบเทียบดอกเบี้ยจ่ายระหว่างการทำประกัน MRTA และไม่ทำประกัน MRTA รายละเอียดการทำประกัน MRTA • ผู้กู้เพศชาย อายุ 35 ปี • วงเงินกู้ 3 ล้านบาท • ทุนประกันคุ้มครองเต็มวงเงินกู้และเต็มระยะเวลากู้ • เบี้ยประกัน 270,690 บาท จากกรณีศึกษาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากการทำประกัน 0.50% ในช่วงปีที่ 1-3 และ 0.25% ตั้งแต่ปีที่ 4…

บอกต่อ เคล็ดลับลงทุนคอนโด เลือกแบบไหนให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

ทุกวันนี้ถ้าพูดเรื่องการลงทุนคอนโด ถ้าจะหวังลงทุนระยะสั้นซื้อขายใบจอง อาจจะเป็นเรื่องยากไปซักหน่อย (ถ้าโครงการนั้นไม่ฮอตฮิตจริงๆ) และหากจะลดความเสี่ยงให้น้อยลง การลงทุนระยะยาวหวัง Capital Gain หรือลงทุนปล่อยเช่าเพื่อให้เป็น Passive Income ดูเหมือนจะปลอดภัยมากที่สุด ฉะนั้นถ้าเลือกแล้วว่า “ซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่าดีกว่า” ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเลือกคอนโดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการปล่อยเช่าให้มากที่สุด พูดให้เข้าใจง่าย คือ ก่อนจะซื้อ ต้องมองยาวไปถึงว่าใครจะมาเช่า หรือจะปล่อยเช่าใคร และอัตราการปล่อยเช่าที่น่าสนใจคือควรให้ได้ค่าเช่าอยู่ที่ 6-8% จึงจะดี จะซื้อคอนโดปล่อยเช่าใคร ให้รู้ก่อน สำหรับการซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่าต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เราเล็งไว้ให้ได้ก่อน คล้ายๆ กับการทำ Segmentation ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อที่เราจะได้ Targeting หรือเลือกตลาดเป้าหมายที่เราต้องการได้ โดยทั่วๆ ไป นักลงทุนคอนโดส่วนใหญ่ จะแบ่งกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าเอาไว้ ดังนี้ ผู้เช่าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา กลุ่มต่างชาติตะวันตก กลุ่มต่างชาติ ชาวเอเชีย (ญี่ปุ่น/ จีน) กลุ่มพนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน กลุ่ม High end มีกำลังซื้อสูง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่าคอนโดทั้ง 5 กลุ่มที่ยกมานี้ เป็นตัวอย่างกลุ่มผู้เช่าที่มีความต้องการเช่าในแต่ละทำเล และมีความต้องการโครงการที่แตกต่างกันออกไป เรามาเจาะกลุ่มเป้าหมายของเรากันที่ละกลุ่มกันเลย 1. กลุ่มผู้เช่านักเรียน-นักศึกษา สำหรับกลุ่มนี้แน่นอนว่าทำเลต้องอยู่ไม่ไกลสถานศึกษานั้นๆ ในระยะไม่ควรเกิน 1-2 กิโลเมตรกำลังดี ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 15 นาที ยิ่งเป็นโครงการที่อยู่ในระยะที่เดินเท้าได้จะยิ่งปล่อยเช่าง่าย หรือบางโครงการมีบริการรถรับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนก็ยิ่งเพิ่ม Value ให้โครงการมากขึ้น ในรัศมีไม่ไกลโครงการต้องอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร ถ้าโครงการไหนมีทั้ง 2 ร้านนี้ในโครงการก็จะทำให้ปล่อยเช่าได้ง่าย เนื่องจากกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาต้องการความสะดวกสบายสำหรับการใช้ชีวิตในคอนโดฯ ไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเรียนและทำการบ้าน Room Type ที่ถูกใจเรียนนักศึกษา ขนาดห้องที่น่าสนใจในการปล่อยเช่ากลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ควรเป็นห้องขนาดไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่เกินไป 30 ตารางเมตรกำลังพอดี เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่จะเช่าอยู่กับเพื่อนเพื่อแชร์ค่าห้องกัน และกลุ่มนี้เน้นความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย เพราะฉะนั้นห้องต้องมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์จึงจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในการตัดสินใจเลือกเช่าได้ง่ายขึ้น เช่น เตียง 2 ชั้น และโต๊ะทำงาน หรือบางคนอาจจะงบลงทุนน้อยก็เลือกซื้อห้องแบบสตูดิโอเพื่อปล่อยเช่าสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเช่าอยู่คนเดียว โดยเน้นแต่งห้องให้น่าอยู่เพื่อให้ปล่อยเช่าง่ายขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ กลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางประเภทห้องอเนกประสงค์หรือ Co-Working Space เพราะจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำการบ้าน, อ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นกับเพื่อนๆ สรุปการซื้อคอนโดไว้ปล่อยเช่านักเรียนนักศึกษา ต้องเน้นทำเลที่อยู่ใกล้สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้ง Facility ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่น เช่น dcondo Campus Resort Dome-Rangsit THE BASE Phetkasem นอกจากนี้การซื้อคอนโดลงทุนปล่อยเช่านักเรียน-นักศึกษา ยังมีโอกาสปล่อยเช่ากลุ่มบุคลากร, อาจารย์ได้อีกด้วย โดยเฉพาะถ้าเลือกคอนโดที่อยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ก็จะได้กลุ่มอาจารย์ Expat หรือนักเรียนนักศึกษาต่างจังหวัดที่เข้ามาในกรุงเทพฯ…

ติดแบล็คลิสต์ (Blacklist) คืออะไร การเช็คแบล็คลิสต์ และเครดิตบูโร

ทุกวันนี้หลายคนเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากเวลายื่นขอสินเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะกู้บ้าน กู้คอนโด หรือสินเชื่อเอนกประสงค์อื่นๆ แล้วไม่ผ่านการอนุมัติเสียที จึงเข้าใจว่าโดนเครดิตบูโร ติดแบล็คลิสต์รายชื่อเราเอาไว้ ฟังแบบนี้แล้วหวั่นใจกันแน่ๆ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไปครับ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครดิตบูโร การติดแบล็คลิสต์คืออะไร? และเรื่องจริงที่หลายๆ คนเข้าใจผิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ข้อมูลเครดิต คืออะไร? ก่อนอื่นเราต้องรู้จักก่อนว่า ข้อมูลเครดิตคืออะไร? ข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตหรือเครดิตบูโร และจะปรากฎในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ประสงค์ขอเรียกดูข้อมูล ปัจจุบันข้อมูลเครดิต ประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วน ดังนี้ ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงตัวตนลูกค้า เช่น ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน ส่วนในกรณีที่เป็นนิติบุคคลจะเป็น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ ประวัติการชำระ ราคาสินค้า หรือบริการโดยบัตรเครดิตรวมทั้งสถานะบัญชี แล้วอะไรคือ สถานะบัญชี? สถานะบัญชี คือ ข้อมูลที่แสดงสถานะของบัญชีสินเชื่อในแต่ละบัญชีที่แสดงในรายการข้อมูลเครดิต เช่น สินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น รายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) คืออะไร? รายงานข้อมูลเครดิต คือ รายงานที่บริษัทข้อมูลเครดิตจัดทำขึ้น และให้สิทธิสถาบันการเงินที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเรียกดู หรือเจ้าของข้อมูลเรียกดูได้ โดยรายงานข้อมูลเครดิต จะแสดงข้อมูลสินเชื่อ ประวัติการชำระสินเชื่อ สถานะทุกบัญชีที่เจ้าของข้อมูลมีอยู่กับสถาบันการเงินทุกแห่งที่เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิต แล้วข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร? ข้อมูลเครดิตจะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเจ้าของข้อมูล อีกทั้งยังแสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือ หรือที่เราเรียกกันว่า เครดิตนั่นเองครับ ที่มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ สถาบันการเงินจึงใช้ประโยชน์จากรายงานข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช่ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เช่น ความสามารถในการหารายได้ ความเป็นไปได้ของธุรกิจ หลักประกัน เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ได้ดีจึงมีโอกาสได้รับสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสมสูงกว่าผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีครับ ประกันสินเชื่อบ้าน MRTA ควรทำไหม 4 ทางเลือกกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ผ่อนแบบไหนหมดไวสุด ทำไมต้องมีเครดิตบูโร (Credit Bureau) ในระบบการเงินของไทย ปี 2545 มีการตรา พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตพ.ศ.2545 โดยมีเหตุผลคือ “โดยที่การกู้ยืมหรือให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างเพียงพอว่าลูกค้ารายนั้น มีประวัติอย่างไร และมีภาระหนี้อยู่กับสถาบันการเงินอื่นมากน้อยเพียงใด เท่าที่ผ่านมา การให้กู้ยืมหรือการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากขื้น ทำให้ปัญหาความไม่มั่นคงแก่สถาบันการเงินนั้น และระบบสถาบันการเงินโดยรวม นอกจากนี้ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำธุรกรรมข้อมูลเครดิต รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลไว้เป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องมีตราพระราชบัญญัตินี้” ปี 2548 มีการควบรวมกิจการของบริษัทข้อมูลเครดิตทั้ง 2 แห่ง และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ…

เงินสมทบกรณีชราภาพ ประกันสังคม เลือก บำเหน็จหรือบำนาญ

เงินสมทบกรณีชราภาพ ประกันสังคม ยอมจบที่บำเหน็จ หรือ ส่งต่อจนได้บำนาญ เลยลองคิดเล่นๆ ว่า หรือเราจะลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน เพื่อคงสิทธิรับเงินบำเหน็จประกันสังคม ตอนอายุ 55 ปี จะดีกว่าไหม เพราะได้เงินก้อน และไม่ต้องลุ้นด้วยว่า ประกันสังคมจะมีเงินจ่ายบำนาญให้เราไปจนตายหรือไม่ เพราะประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบเข้าทุกที เท่ากับว่า อีกหน่อยถ้าผู้ประกันตนเกษียณอายุมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทุกคนเลือกรับบํานาญประกันสังคมเหมือนกัน แต่คนทำงานที่จะส่งเงินเข้ากองทุนกลับมีน้อยลง เงินในกองทุนอาจจะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ก็ได้… ใครจะไปรู้ ประกันสังคม กับ สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ก่อนจะไปตัดสินใจเลือกบำเหน็จ หรือ จากประกันสังคม หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ถ้าเราเป็นผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) หรือลูกจ้างอย่างเราๆ ที่ทุกเดือนจะถูกหักเงิน 5% ของค่าจ้างไปสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยกำหนดฐานค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท แปลว่า ต่อให้เราเงินเดือนมากกว่า 1.5 หมื่นบาท ก็จะถูกหักเงินสมทบกองทุนเพียงเดือนละ 750 บาท เงิน 750 บาท ไม่ได้หายไปไหน แต่จะถูกกระจายไปสมทบไว้เป็นสิทธิประโยชน์ในแต่ละกรณี โดยแยกได้ดังต่อไปนี้- 1.5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 225 บาท จะเก็บไว้สำหรับกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย+กรณีคลอดบุตร+กรณีทุพพลภาพ+กรณีเสียชีวิต – อีก 0.5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 75 บาท จะเก็บไว้สำหรับกรณีว่างงาน – ขณะที่ 3% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 450 บาท จะเก็บไว้เป็นเงินสมทบกรณีชราภาพ และนอกจากเงินที่ลูกจ้างสมทบให้แล้ว นายจ้างสมทบยังช่วยสมทบให้อีกเท่าตัว นอกจากนี้บางกรณีรัฐบาลยังร่วมสมทบให้อีกแรง (ยกเว้นเงินสมทบกรณีชราภาพ) สำหรับเงินชราภาพเริ่มมีการสมทบมาตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2541 ทำให้ในแต่ละเดือน เราจะมีเงินเก็บไว้ใช้ในกรณีชราภาพสูงสุด 900 บาท โดยเป็นส่วนของลูกจ้าง 450 บาท และนายจ้าง 450 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะกลายมาเป็นบำเหน็จ หรือบำนาญ แล้วแต่ว่าเราเข้าเงื่อนไขด้านไหน เงินบำเหน็จประกันสังคม… หลักแสน ถ้าจะให้ได้บำเหน็จชราภาพต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อนี้ คือ1. จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน 2. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง 3. มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย แม้จะได้เข้าเงื่อนไขนี้แล้ว แต่ก็อาจจะได้บำเหน็จไม่เท่ากัน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู