ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เรื่องต้องระวัง ในช่วงวันหยุดยาว สำหรับชาวคอนโด

การตรวจตราก่อนหยุดยาว ต้องทำอะไรบ้าง? เมื่อเราไม่อยู่พักอาศัยเป็นระยะเวลานานเกิน 3 วันขึ้นไป เจ้าของ/ผู้พักอาศัยควรที่จะทำการตรวจห้อง ก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน สิ่งสำคัญที่จะต้องตรวจสอบ มีอะไรบ้าง 1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง หากมีการเสีย ให้ทำการซ่อมแซม หรืองดเปิดใช้งานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเสร็จ รวมถึงก่อนออกจากห้อง และต้องออกจากที่พักอาศัยในระยะยาว ให้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง ในบริเวณต่างๆ และนำสายไฟขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วม รวมถึงปิดสวิทซ์ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (Main breaker) เพื่อป้องกันเกิดไฟฟ้าลัดวงจรระหว่างที่ไม่อยู่ 2. ทำการล้างตู้เย็น นำอาหารที่คงค้างในตู้เย็นออก และนำขยะภายในห้องไปทิ้ง เพื่อป้องกันการเน่าเหม็น คละคลุ้งห้องในช่วงที่ไม่อยู่ นอกจากเป็นแหล่งเชื้อโรคแล้ว ยังทำให้เหล่าแมลงและบรรดาสิงสาราสัตว์ที่ไม่ต้องประสงค์ เช่น มด แมลงสาบ หนู เข้ามายึดครองบ้านของคุณช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่อีกด้วย และเพื่อความปลอดภัย ควรเคลียร์ตู้เย็นเอาของสดออกให้หมด และถอดปลั๊กตู้เย็น เพื่อป้องกันไฟช็อตระหว่างไม่อยู่อีกด้วย 3. ตรวจสอบวาวล์น้ำ ตามจุดต่างๆ หากมีการรั่วไหล ให้รีบทำการซ่อมแซม น้ำซึมเพียงเล็กน้อย อาจจะก่อให้เกิดผลตามมาที่รุนแรง และเสียหายให้กับทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหากปล่อยไว้ในช่วงวันหยุดยาว ก่อนออกเดินทางควรปิดวาล์วน้ำหลัก เพื่อป้องกันเหตุน้ำรั่วน้ำซึมที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราไม่อยู่ 4. ปิดประตูปิดหน้าต่าง ให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันฝนสาด รวมถึงลมพัดสิ่งสกปรก หรือแมลงและสัตว์เข้ามาในบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านสกปรก ยังส่งผลให้เกิดความเสียหายกับห้องในบางกรณีอีกด้วย นอกจากตรวจสอบเรื่องหลักๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่ควรจัดการ เช่น ควรจัดเก็บทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในที่ปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดให้ใช้การได้หากมีติดตั้งไว้ รวมถึง ฝากเพื่อนบ้านสอดส่องดูแลกันเวลาที่เราไม่อยู่ สิ่งเหล่านี้สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ความสูญเสียมหาศาล จากการไม่เตรียมพร้อม จากคำแนะนำเบื้องต้นในการจัดเตรียมบ้านก่อนวันหยุดยาวที่แนะนำไปเบื้องต้นแล้ว อาจจะยังไม่เห็นภาพกันว่า สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างไร และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงอย่างไร ในฐานะที่พลัสฯ ได้ดูแลลูกบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับประสบการณ์ที่ได้พบเจอมาในแต่ละวัน จะมายกตัวอย่างให้ฟังกันว่า สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างไร และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไรได้บ้างค่ะ กรณีแรก ผู้เช่าห้อง ในคอนโด A ไปต่างประเทศเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนเดินทางพบท่อน้ำที่ต่อจากเครื่องซักผ้ามีน้ำรั่วซึมออกมาเล็กน้อย จึงเอาผ้าผูกเอาไว้และใช้ถังน้ำรองเพื่อไม่ให้น้ำหยดลงพื้น แต่ไม่ได้ทำการซ่อมแซม และไม่ได้แจ้งเจ้าของห้องหรือนิติบุคคลถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นได้เดินทางไปต่างประเทศ 1 สัปดาห์ ต่อมาผู้เช่ากลับมาจากต่างประเทศ พบน้ำท่วมห้องสูง 5 ซม. เป็นผลทำให้พื้นไม้ลามิเนตในบริเวณห้อง บวมและเสียหายไปทั่วทั้งห้อง ส่วนท่อน้ำจากการซึมแค่เล็กน้อย น้ำกลับไหลออกมาเป็นสายไม่หยุด เป็นเหตุทำให้ น้ำไหลลงพื้นและลามไปทั่วห้อง ผลเสียหายจากกรณีนี้ ผู้เช่าห้องต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของห้องในการซ่อมแซมพื้นลามิเนตใหม่ทั้งห้อง เป็นเงินกว่าแสนบาท ซึ่งถือว่ายังโชคดีเพราะถ้าน้ำท่วมไปลงลิฟท์โดยสารส่วนกลาง รวมถึงห้องชุดเพื่อนบ้านข้างเคียง ความเสียหายจะต้องสูงถึงหลักล้านเลยทีเดียว ข้อสังเกตุ กรณีนี้ทำไมน้ำถึงไม่ไหลออกมานอกประตูห้อง จึงไม่มีใครสังเกตุเห็น และทำการระงับเหตุได้ทัน เพราะปกติการปูพื้นห้อง จะปูลาดไปทางระเบียง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบไปยังห้องข้างๆ หรือส่วนกลาง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุดังเช่นกรณีเดียวกันนี้ ดังนั้น หากผู้เช่า มีการติดต่อนิติบุคคลเพื่อเข้าไปทำการซ่อมแซมท่อน้ำที่รั่วซึม…

ดูแลหินอ่อนอย่างไร ให้สวยคงอยู่ตลอดไป

รู้จักวิธีดูแลการหินอ่อนแต่ละประเภท วัสดุ โครงสร้างต่างๆ ที่มาพร้อมโครงการ หากได้รับการดูแลที่ดี ก็จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าได้ โดยเฉพาะหินอ่อนที่มักจะถูกนำมาใช้กับคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน หิน เป็นหนึ่งในวัสดุอันดับต้นๆ ที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในงานก่อสร้างคอนโด อาคาร บ้าน งานตกแต่งทั้งภายใน และภายนอกอาคารที่มีมานานแล้ว เพราะหินนั้นมีความทนทานต่อการสึกกร่อน แข็งแรง ทนต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ในขณะที่ หินอ่อน นั้นเป็นวัสดุที่ให้ความเงางาม หรูหรา ด้วยลวดลายที่เป็นธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน กล่าวคือไม่ผุ ไม่บวม ไม่กรอบ ไม่ขึ้นสนิม เหมือนวัสดุอื่นๆ (ถ้าได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ) หินอ่อนจะเป็นวัสดุที่สามารถมีอายุการใช้งานได้นับ 100 ปี ดังที่เรามักจะเห็นการนำหินอ่อนไปตกแต่งปราสาท หรือพราะราชวัง ถึงตัวอาคารจะมีอายุนับร้อยปี แต่วัสดุอย่างหินอ่อนก็ยังคงทนทานไม่บุบสลาย จึงเป็นที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงาม และเพิ่มความหรูหราด้วยเช่นกัน หินอ่อน วัสดุแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าโครงการ คอนโดในปัจจุบันนี้ การเลือกนำวัสดุหินอ่อนมาใช้ในโครงการนั้นมีด้วยกันมากมายหลากหลายรูปแบบ ชนิด ราคา และแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกันไป ลักษณะหินอ่อนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมนำมาใช้นั้นส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี เนื่องจากมีความสม่ำเสมอของสีและลวดลาย อีกทั้งประเทศอิตาลียังเป็นผู้นำทางด้านการผลิตหินอ่อน มีความเชี่ยวชาญการใช้หิน คุณลักษณะ วิธีการตัด การขัดผิวหน้า รวมทั้งยังมีการพัฒนาเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง พื้นลายหินอ่อนที่เปรียบเสมือนงานศิลปะในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า ในคอนโดบางโครงการถือได้ว่าลายของหินอ่อนนั้นเป็นเอกลักษณ์ของโครงการที่มีสี และลายเฉพาะตัวที่เดียวเท่านั้น ซึ่งสามารถเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าโครงการได้ แน่นอนว่าหินอ่อนที่นำมาใช้งานประดับตกแต่งนั้นมักมีราคาสูง และเป็นวัสดุชั้นดี เป็นของหายากเพราะบางชิ้นมีเพียงลายเดียวในโลก ดังนั้นการดูแลรักษาเพื่อคงความสวยงามของหินอ่อนนั้นจึงต้องมีความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ เพราะหากทำความสะอาดผิดวิธีหินอ่อนชิ้นนั้นอาจจะเกิดการเสียหายในระยะยาวได้ พื้นหินอ่อนบริเวณพื้นที่ส่วนกลางในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า ยกตัวอย่างลักษณะหินอ่อนที่นำมาใช้ในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า เรียกได้ว่านำหินอ่อนเข้ามาใช้ตั้งแต่บริเวณทางเข้ารวมถึงพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด และยังมีการนำเอาหินอ่อน Staturio จากอิตาลีเข้าไปกรุในผนังของห้องน้ำทั้ง 84 ยูนิตอีกด้วย โดยหินอ่อนที่นำมาใช้ได้ถูกคัดสรรมาจากแหล่งผลิตชั้นดี ประเภทหินอ่อนที่ใช้ในโครงการ The Monument Sanampao Blue Sodalite จากประเทศโบลิเวีย Corchia Grey จากประเทศอิตาลี Black Maquina จากประเทศสเปน ลายหินอ่อนบริเวณผนังทางเข้าในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า อีกหนึ่งโครงการที่นำหินอ่อนมาใช้ได้อย่างสวยงามคือ โครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร หมอชิต โดยนำหินอ่อนมาใช้ทั้งหมดตั้งแต่เสาของอาคารบริเวณ drop off ไปจนถึงบริเวณ Lobby ตั้งแต่พื้นจรดผนัง ซึ่งมีผนังส่วนหนึ่งใช้การก่อสร้างในลักษณะ Book Match หรือเทคนิคหินอ่อนต่อลายเต็มผนัง ประเภทหินอ่อนที่ใช้ในโครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร หมอชิต หินอ่อนชนิด Calacatta Cielo Marble จากประเทศอิตาลี หินอ่อนชนิด Pietra Grey Marble จากประเทศอิตาลี เคาน์เตอร์หินอ่อน และ…

5 วิธี จัด ล้าง เก็บ เตรียม Big Cleaning ประจำปี

งานเก็บล้างทำความสะอาด กับที่อยู่อาศัย เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการดูแลเอาใจใส่ เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้บ้านหรือคอนโดของเราสวยอยู่คงทนคู่กับเราไปนานๆ บ้าน หรือ คอนโด เป็นสถานที่ พักผ่อน ให้ความปลอดภัย ความสุข แก่ผู้อยู่อาศัย การมีสิ่งสกปรกตามมุมต่าง ๆ ในบ้าน ไม่ว่า จะเป็น ฝุ่น คราบดำ หรือการวางของกระจัดกระจาย ซึ่งเป็นปัญหากวนใจอยู่ไม่ใช่น้อย การที่บ้านของคุณมีความสะอาดไม่มีสิ่งสกปรก จะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้บ้านมีความน่าอยู่ รวมถึงเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยก็จะมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ดังนั้น งานบ้าน งานเก็บล้างทำความสะอาด ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้บ้าน คอนโดของคุณสะอาดเอี่ยมอ่อง และ ช่วยลดปัญหาการก่อเกิดเชื้อโรค และ ฝุ่นสะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่มีการแพร่กระจายของฝุ่น PM 2.5 และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเราต้องระวังมากเป็นพิเศษ วันนี้ พลัส ฯ มาเผยเคล็ดลับในการทำความสะอาดว่า งานเก็บล้างมีอะไรบ้าง? ต้องทำอย่างไรให้งานเก็บล้างของคุณเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เพื่อที่จะทำให้บ้านของคุณสะอาดหมดจด ไม่ว่าบ้านคุณจะเก่าแค่ไหน เก็บล้างทำความสะอาดตาม 5 ข้อนี้ รับรองบ้านสะอาดแน่นอน มาลองทำตามดูกันเลยครับ 1. “จัด ล้าง” ทำความสะอาดตู้เย็น ถอดชิ้นส่วนภายในออกมาล้าง จัดระเบียบวัตถุดิบภายในตู้ ทิ้งของที่หมดอายุ ของสดพยายามจัดแบ่งใส่กล่องหรือถุงซิปล็อค ไม่ควรเก็บของไว้ในตู้เย็นนานเพราะจะทำให้สูญเสียความสดใหม่ และพยายามไม่ซื้อของเข้าตู้มากเกินไป เพราะจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักและเปลืองค่าไฟฟ้าได้ 4 ขั้นตอน เก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง 7 ประโยชน์การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน 2. “จัด ล้าง” คราบมันในห้องครัว ทำความสะอาดคราบมันหรือคราบเศษอาหารทั้งบนพื้นและบนผนัง เช็ดถูตู้ โต๊ะ เคาน์เตอร์ในครัว ทั้งภายในและภายนอก โดยนำน้ำยาล้างจานผสมน้ำและน้ำส้มสายชูฉีดล้างทำความสะอาดนอกจากราคาประหยัดแล้วยังเกิดพิษจากสารเคมีน้อยที่สุดอีกด้วย 3. “จัด ล้าง” คราบสบู่ในห้องน้ำ ทั้งบนพื้น อ่างล่างหน้า อ่างอาบน้ำ ผนัง ล้างทำความสะอาดคราบจากครีมอาบน้ำหรือยาสระผมที่สะสมอยู่ ป้องกันอันตรายจากพื้นลื่น จัดเรียงขวดยาสระผม ครีมอาบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ ทิ้งแชมพูตัวอย่างหรืออุปกรณ์อาบน้ำเก่าๆ 4. “จัด เก็บ” เช็ดถูในส่วนที่เข้าถึงยาก บริเวณห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องเก็บของ ตามหลังตู้เย็น หลังเครื่องซักผ้า ใต้โซฟา ใต้ตู้โชว์ ใต้เตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง จะมีฝุ่นและเศษผมสะสมอยู่ 5. “จัด เก็บ” กลับด้านที่นอน สลับด้านที่นอนหัว-ท้าย เพื่อรักษาความคงตัวของที่นอน ไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งยุบตัวถาวร ทำความสะอาดห้องให้โล่งโปร่ง เปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องถึงที่นอน เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและถ่ายเทอากาศในห้อง งานเก็บล้างทำความสะอาด ได้แก่ การปัดกวาดเช็ดถู การจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ยังเป็นกิจกรรมช่วยสร้างระเบียบวินัยและเสริมทักษะการวางแผน เพราะทำให้เราต้องเอาใส่ใจ คอยติดตามว่าเมื่อไหร่ที่บ้านเริ่มสกปรก เริ่มมีฝุ่นสะสม เราจะต้องเริ่มต้นทำโดยทันที แล้วเมื่อเราได้เห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เก็บล้างทำความสะอาดเสร็จแล้ว…

5 เช็คลิสต์เตรียมตัวขนของย้ายบ้าน ย้ายคอนโด

การขนของย้ายบ้าน ย้ายคอนโด เป็นเรื่องที่ยุ่งยากของใครหลายๆคน เนื่องจากขั้นตอนการจัดของเพื่อเตรียมขนย้ายไปยังที่อยู่ใหม่ มันวุ่นวายและชวนปวดหัวได้ไม่น้อย ดังนั้น เราควรต้องมี เช็คลิสต์เตรียมตัวย้ายบ้าน แสดงสิ่งที่ต้องทำ รายการของที่ต้องเตรียม เพื่อให้การขนของย้ายบ้าน หรือ คอนโดเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป 1. กำหนดวันย้ายบ้าน การกำหนดวันย้ายบ้านที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรกำหนดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวในการขนย้ายและทำเรื่องแจ้งย้ายต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ เมื่อทราบวันย้ายบ้านที่แน่นอนแล้ว ก็ดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย เช่น การยกเลิกสาธารณูปโภคต่างๆ ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ เคเบิลทีวี สถาบันการเงินที่ใช้บริการ ควรแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารสำคัญไปยังที่อยู่ใหม่ 2. จัดเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการขนย้าย เป็นการวางแผนรายการสิ่งของที่จำเป็นต้องเอาไปว่ามีอะไรบ้าง รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดเก็บสิ่งของเพื่อย้ายบ้าน โดยอุปกรณ์ที่ควรมี มีดังนี้ 1. กล่อง/ลัง โดยเลือกเฉพาะกล่องหรือลังที่มีสภาพสมบูรณ์ มีความแข็งแรง สามารถบรรจุของได้ มีขนาดพอเหมาะกับสิ่งของที่ต้องบรรจุ 2. เชือก ใช้มัดของที่เป็นม้วน เช่น เสื่อ พรม และใช้มัดกล่องหรือหีบห่อให้แน่นหนา ป้องกันการเปิดระหว่างการขนย้าย และยังใช้เป็นหูหิ้วช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย 3. พลาสติกกันกระแทก/หนังสือพิมพ์ ใช้ห่อหุ้มสิ่งของที่แตกหักหรือป้องกันการขีดข่วนได้ดีมาก ด้วยลักษณะเป็นแผ่นบาง ทำให้สามารถดัดรูปทรงตามสิ่งของที่ห่อได้ทุกรูปแบบ หากไม่มีสามารถใช้ผ้าแทนได้ 4. เทปกาว ใช้ในการปิดฝากล่องหรือลังที่เราบรรจุสิ่งของลงไป โดยอาจใช้เทปกาวหลายสีแยกตามประเภทของสิ่งของที่อยู่ในกล่องนั้นๆ อย่างเช่น สิ่งของที่แตกหักง่ายควรปิดเทปกาวสีแดง เพื่อความระมัดระวังมากขึ้นในการขนย้าย 5. ปากกา ใช้เพื่อจดรายละเอียดสิ่งของว่าในแต่ละกล่อง มีอะไรบรรจุอยู่บ้าง เพื่อให้ง่ายแก่การค้นหาเมื่อถึงที่อยู่ใหม่ 3. เก็บของแยกตามห้อง เมื่อเราเตรียมอุปกรณ์จัดเก็บเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาลงมือเก็บของกันครับ เทคนิคในการเก็บของคือการจัดเก็บแยกตามประเภทห้อง เช่น สิ่งของในห้องนอนควรเก็บในกล่องเดียวกัน อาจมีการทำสัญลักษณ์ไว้ข้างกล่องว่าเป็นสิ่งของในห้องไหน มีรายการอะไรบ้าง เพื่อความสะดวกในการค้นหาและจัดวางใหม่เมื่อย้ายไปถึงที่อยู่ใหม่แล้ว 10 วิธีทำความสะอาด ปรับบ้านให้มีแต่โชคดี ข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยลดปัญหาการอยู่อาศัยในอาคารชุด 4. วิธีการแพ็คเพื่อป้องกันความเสียหาย สำหรับเทคนิคในการแพ็คเพื่อป้องกันความเสียหายนั้น ทางเราแยกประเภทตามการจัดเก็บดังนี้ครับ 1. จาน ชาม แก้ว ควรห่อด้วยหนังสือพิมพ์หรือห่อกันกระแทกเพื่อป้องกันการแตกหักเสียหาย เมื่อห่อเสร็จแล้ว ควรจัดเก็บไว้ในกล่องเดียวกัน ควรเป็นกล่องพลาสติกที่มีความแข็งแรง ขนย้ายได้ง่าย 2. เสื้อผ้า ควรใช้กล่องพลาสติกกันฝุ่นเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าเกิดความสกปรกระหว่างการขนย้าย หรือถ้าไม่มีก็สามารถใช้ถุงดำหรือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งควรเก็บเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้ก่อนแล้วตามด้วยชุดโปรด หรือถ้าเสื้อผ้าชุดไหนที่เราไม่ได้ใช้แล้ว อาจจะแยกใส่อีกลังเพื่อบริจาค วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถเคลียร์ตู้เสื้อผ้าที่แน่นหนาได้ดีทีเดียว 3. หนังสือ ควรแยกตามขนาด และไม่ควรบรรจุใส่ลัง เนื่องจากหนังสือมีน้ำหนักมาก จะส่งผลให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความลำบาก ดังนั้นควรเก็บหนังสือใส่กล่องที่มีล้อ หรือกระเป๋าเดินทาง เพื่อให้ง่ายแก่การขนย้าย 4. รองเท้า ควรเก็บใส่กล่องรองเท้า เพื่อป้องกันรองเท้าเสียทรง หรือหากไม่มีกล่องรองเท้า สามารถเก็บรวมกันในกล่องขนาดใหญ่ได้ แต่ไม่ควรเก็บใส่ถุงดำ เพราะจะทำให้รองเท้าซ้อนทับกันจนทรงรองเท้าไม่สวยงาม 5. เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรบรรจุเครื่องใช้ไฟฟ้าลงในกล่องที่มาจากโรงงาน หากไม่มี…

เพิ่มมูลค่าอสังหา ด้วยการบริหารอาคารที่ดี

การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย อย่างเช่น หมู่บ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญหลักๆ อย่างแรกที่ทุกคนต้องพิจารณานั่นก็คือทำเลของโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเมื่อเข้ามาอยู่อาศัย หรือสามารถทำกำไรได้ดีและเป็นที่ต้องการของตลาด แต่หากเราต้องการซื้อคอนโดไว้เพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่าหรือแม้กระทั่งซื้อไว้อยู่อาศัยเอง ยังมีสิ่งสำคัญอีกข้อที่ห้ามลืมพิจารณาเด็ดขาด นั่นก็คือ การบริหารอาคารของโครงการหลังการขายนั่นเอง งานบริหารอาคาร (Property Management) สำคัญอย่างไร? โครงการที่ได้รับการบริหารดูแลจัดการอย่างดีจะทำให้โครงการไม่เสื่อมสภาพ ราคาไม่ตกเนื่องจากโครงการยังดูใหม่และน่าอยู่เสมือนวันแรกที่ซื้อมา แบบนี้ต่อให้เวลาผ่านไปกี่ปี ราคาขายหรือปล่อยเช่าก็ไม่ตกแน่นอน เพราะการบริหารอาคารที่ดีจะส่งผลลัพธ์ ดังนี้ โครงสร้างของอาคารคงสภาพแข็งแรงอยู่เสมอ โครงสร้างเป็นส่วนสำคัญหลักของอาคาร หากมีการดูแลที่ดีจะทำให้อาคารยังคงมีสภาพแข็งแรง มีความทนทานต่อภัยพิบัติต่างๆ นำมาซึ่งความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ระบบการทำงานของเครื่องจักรอยู่ในสภาพดี ลดความเสี่ยงจากการชำรุด หากมีแผนการดูแลงานบริหารอาคารอย่างมืออาชีพ ทั้งแผนการบำรุงรักษาและเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งานของระบบการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการชำรุด ขัดข้อง และ อันตรายที่อาจก่อให้เกิดต่อผู้พักอาศัยได้ ทัศนียภาพสวยงาม สะอาด ร่มรื่น เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย การปรับปรุงทัศนียภาพโดยเฉพาะพื้นที่สีเขียว ให้ดูสดชื่น ร่มรื่นอยู่เสมอ รวมถึงรักษาความสะอาดในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ก็ถือเป็นงานบริหารอาคารที่สำคัญ เพราะจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัยของเจ้าของร่วมภายในอาคารชุด นำมาซึ่งความสุขของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน จัดสรรงบประมาณได้เหมาะสม ช่วยคงและเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน การจัดสรรงบประมาณและให้ความสำคัญในการดูแลรักษาอาคารชุดและการบริหารอาคารสถานที่ จะช่วยให้คงมูลค่าทรัพย์สินของอาคารชุด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าตามสภาพเศรษฐกิจและการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในอนาคตอีกด้วย เลือก “นิติบุคคล” ผู้ดูแลงานบริหารอาคารต้องเลือกอย่างไร? ในการดูแลงานบริหารอาคารของโครงการต่างๆ ผู้ดูแลคือนิติบุคคลของโครงการ การดูแลอาคารให้มีสภาพเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้น ในการซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เราควรพิจารณาถึงนิติบุคคลผู้ดูแลด้วย ควรเลือกนิติบุคคลที่มีความชำนาญในการบริหารงานอย่างมืออาชีพ แก้ปัญหาได้อย่างว่องไว มีความสามารถในการจัดการสิ่งต่างๆให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือ มีความสามารถในการบริหารอาคารสถานที่ไม่ให้เสื่อมโทรม พื้นที่ส่วนกลางสามารถใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนโครงการของเรายังมีสภาพเหมือนวันแรกที่เปิดโครงการ เพราะสิ่งเหล่านี้จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ที่อยู่อาศัยของเราได้ จะขายต่อก็ได้กำไร จะปล่อยเช่าก็ปล่อยได้อย่างสบาย หรือแม้แต่อยู่อาศัยเองก็สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ บทความที่เกี่ยวข้อง เราจะเจอประสบการณ์แบบไหน หากได้ผู้ดูแลอาคารที่ดีมาบริหารจัดการ จัดระเบียบชีวิตให้ลงตัว เมื่อต้อง Work From Home Sunday is Plastic day ร่วมแยกขยะให้ถูกวิธี เพื่อบ้าน เพื่อโลกของเรา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

ปลอดหนี้แบบติดสปีด ด้วยการรีไฟแนนซ์และเพิ่มยอดผ่อน

กรณีศึกษาการรีไฟแนนซ์บ้าน และเพิ่มยอดผ่อน ช่วยผ่อนบ้านให้หมดไวขึ้น สำหรับผู้ที่กู้เงินธนาคารในการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้น การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง เพราะนานวันไปอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยการรีไฟแนนซ์บ้านสามารถทำได้หลังจากผ่อนไปแล้ว 3 ปี โดยจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยลดลง และหากต้องการปิดบัญชีให้เร็วขึ้น สามารถพิจารณายอดผ่อนต่อเดือนมากขึ้น ตามฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย แค่นี้ก็จะปลอดหนี้ได้ไว มีเงินเหลือใช้ไปลงทุนต่ออีกด้วย ตัวอย่างจากกรณีรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่า ลูกค้าสาวคนเก่งของเรา ที่ใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุข แถมยังไปได้สวยกับหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าชนิดเรียกได้ว่าก้าวกระโดดทั้งตำแหน่งและเงินเดือน ที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าผ่อนบ้านปาเข้าไปปีที่ 7 แล้วโดยลืมเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านไปเสียสนิท เพิ่งรู้ตัวว่าอยากผ่อนคอนโดให้หมดไวๆ เพิ่มยอดผ่อนชำระต่อเดือนอีกเท่าตัวก็ยอม จะได้ผ่อนหมดไวๆ แล้วไปซื้อคอนโดใหม่สำหรับลงทุนต่อ แต่ที่ผ่อนมาตลอด 7 ปี เพิ่งรู้ว่าผ่อนดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ในกรณีนี้จะต้องทำอย่างไรมาดูกัน ในเคสนี้วงเงินกู้ของลูกค้าอยู่ที่ 2.6 ล้านบาท โดยมียอดผ่อนต่องวด 18,200 บาท/เดือน โดยมีอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อปัจจุบัน และอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคู่แข่งเสนอให้สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน ตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มยอดผ่อนต่องวดเป็น 36,400 บาท/เดือน ดังนี้ จากการเปรียบเทียบระหว่างการรีไฟแนนซ์บ้าน และไม่รีไฟแนนซ์บ้านโดยเพิ่มยอดผ่อนต่องวดขึ้นเป็น 2 เท่าตามความต้องการของลูกค้า พบว่าการรีไฟแนนซ์นั้นสามารถประหยัดดอกเบี้ยจ่ายธนาคารได้เพียง 14% เท่านั้น และปิดหนี้เร็วกว่าเดิมเพียง 6 เดือนเท่านั้น ดังข้อมูลในตาราง ในกรณีนี้จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่มีผลทำให้ผ่อนหมดเร็ว และจ่ายดอกเบี้ยน้อยนั้นมาจากการเพิ่มยอดเงินชำระในแต่ละงวดมากกว่าการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ดังนั้นในการตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านจึงต้องพิจารณาในหลายๆ ด้านมากกว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเรามีวิธีการตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านหรือไม่รีไฟแนนซ์บ้านมาฝากกันดังนี้   Plus Guide หลักการตัดสินใจรีไฟแนนซ์ 1. รีไฟแนนซ์บ้านแล้วดอกเบี้ยต้องลดลง โดยเทียบจากดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีจากยอดหนี้คงเหลือล่าสุด (เปรียบเทียบที่ 3 ปี จากสมมติฐานที่ว่าผู้กู้จะรีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปี) ดอกเบี้ยชำระในช่วง 3 ปี = (ยอดหนี้คงเหลือล่าสุด x อัตราดอกเบี้ย) x 3 เช่น ยอดหนี้ล่าสุด 2,300,000 บาท ธนาคารเดิมอัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปี ในระยะเวลา 3 ปี จะมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระ (2,300,000 x 6.75%) x 3 = 465,750 บาท ธนาคารใหม่อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี ในระยะเวลา 3 ปี จะมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระ (2,300,000 x 4.50%) x 3 = 310,500 บาท สรุปได้ว่าหากรีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารใหม่จะลดดอกเบี้ยจ่ายลง 465,750 – 310,500…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู