ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

ก่อนจะซื้อคอนโดต้องรู้! ค่าส่วนกลางคอนโดรายจ่ายที่ต้องพิจารณา

อยากจะซื้อคอนโดไว้ลงทุนในอนาคต ทั้งการเก็งกำไรหรือการปล่อยเช่า แต่รู้หรือไม่ก่อนจะซื้อคอนโด มีค่าใช้จ่ายสำคัญอย่าง “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่ตามมา โดยแต่ละโครงการ แต่ละยูนิตอาจมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน ดังนั้น พลัสฯ จะมาอธิบายว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? พร้อมบอกว่าเรื่องควรรู้ก่อนซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางนิติฯ จะเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกยูนิต เพื่อนำไปบำรุงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ที่ลูกบ้านใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเข้า ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ การทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานดูแลและรปภ. รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าดูแลและบำรุงรักษาต่างๆ ซึ่งราคาค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ ภาพประกอบจากโครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ สนามเป้า ขนาดห้อง 73.75 ตร.ม. 1. ขนาดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ใช้สอยนับเป็นปัจจัยหลัก ถ้าใครมีบ้านจัดสรรอยู่จะเห็นได้ชัดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคอนโด เพราะขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า คอนโด 1 ห้องนอนก็จะมีค่าส่วนกลางคอนโดถูกกว่าคอนโด 2 ห้องนอน เนื่องจากเวลาคิดค่าส่วนกลางจะมีการคิดตามตารางเมตรของยูนิต เช่น ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้ายูนิตมีขนาด 30 ตารางเมตรเท่ากับจะมีค่าใช้จ่าย 1,200 บาท/เดือน ถ้ายูนิต 2 ห้องนอนมีขนาด 50 ตารางเมตรก็เท่ากับเดือนละ 2,000 บาท/เดือนนั่นเอง ภาพประกอบจากโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม – ราชเทวี จำนวน 552 ยูนิต 2. จำนวนยูนิต เมื่อกล่าวถึงเรื่องจำนวนยูนิต หลายคนมักคิดว่าคอนโด Low Rise น่าจะมีค่าส่วนกลางถูกกว่า เพราะพื้นที่ส่วนกลางน้อย การดูแลและบำรุงไม่มีความซับซ้อน เมื่อเทียบกับคอนโด High Rise แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอนโด High Rise มีจำนวนยูนิตมากกว่าเท่ากับว่าจะมีคนมาช่วยหารค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่า ส่งผลให้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่างๆ ออกมาแล้วคอนโด Low Rise จึงมีค่าส่วนกลางคอนโดแพงกว่า คอนโด High Rise นั่นเอง อย่างไรก็ตามคอนโด Low Rise ก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าในแง่ของจำนวนผู้พักอาศัยที่น้อยกว่าเช่นกัน ภาพประกอบจากโครงการ โอกะ เฮาส์ 3. สิ่งอำนวยความสะดวก ถือเป็นจุดเด่นสำหรับโครงการระดับ Luxury ที่มักมีสิ่งอำนวยความสะดวก การออกแบบที่หรูหรา นำเทรนด์ มีฟังก์ชันล้ำๆ ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ บางโครงการมีการนำงานศิลปะมาตกแต่งหรือได้เชิญศิลปินดังมารวมออกแบบ หรือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะสูงขึ้นตามไป…

แนะนำ 5 โครงการบ้านหรู พร้อมอยู่ โดดเด่นในแต่ละทำเล

บ้านหรู หนึ่งในบ้านในฝันของใครหลายคน ซึ่งแต่ละโครงการก็มีความโดดเด่น ทั้งในด้านแนวคิด ทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และขนาดพื้นที่ รวมถึงความเป็นที่หนึ่งและความเป็นส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น โครงการบ้านหรูมาแรงอย่าง นาราสิริ กรุงเทพกรีฑาที่ตั้งอยู่บนทำเลที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 130-150 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 495-687 ตารางเมตร เหนือระดับกว่าด้วย นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ซึ่งในบทความนี้ของพลัสฯ จะพาทุกคนมาสำรวจ 5 โครงการบ้านหรู พร้อมอยู่ โดดเด่นในแต่ละทำเล ไม่ว่าจะเป็นย่านบางนา พัฒนาการ กรุงเทพกรีฑา สุขุมวิท และสุวรรณภูมิ แนะนำ 5 โครงการบ้านหรู โดดเด่นในแต่ละทำเล 1. มัณฑนา 2 บางนา ทำเลบางนา หนึ่งในทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการบ้านหรู ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารต่างๆ โรงพยาบาล สถาบันทางการศึกษาต่างๆ ไปจนถึงสามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้า รถยนต์ส่วนตัว ไปจนถึงการเดินทางไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งศักยภาพในการเติบโตของย่านนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เพราะมีหลายพื้นที่ที่กำลังพัฒนาไปเป็นโครงการ Mixed Use ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด และโรงแรม ซึ่งศักยภาพในการเติบโตของย่านนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เพราะมีหลายพื้นที่ที่กำลังพัฒนาไปเป็นโครงการ Mixed Use ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด และโรงแรม โครงการมัณฑนา 2 บางนาเป็นโครงการที่อยู่ในซอยเมืองแก้ว 6 มีความเป็นส่วนตัวสูง อยู่ใกล้กับโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว ไทวัสดุ สาขาบางนา เมกะบางนา และสามารถขับออกไปถนนบางนา-ตราดได้หรือจะขับไปยังเส้นกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนรอบนอกตะวันออกสามารถไปยังลาดกระบังจนถึงมอเตอร์เวย์ได้ หรือสามารถลัดเลาะไปถนนเฉลิมพระเกียรติร.9 อุดมสุข ศรีนครินทร์ สุขุมวิทก็ได้ โดยโครงการนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด Infinite Growth of Living ออกแบบบ้านมาในสไตล์โมเดิร์น มีทั้งหมด 4 แบบ ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 185-335 ตร.ม. พร้อมมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 4 ไร่ในบรรยากาศร่มรื่น เช่น สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่ ห้องฟิตเนส ห้องเลานจ์สำหรับสันทนาการ และสนามเด็กเล่น ยูนิตแนะนำ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด ตร.ม. คลิกดูเพิ่มเติม ค้นหายูนิต มัณฑนา 2 บางนา เพิ่มเติมได้ที่นี่ 2. เศรษฐสิริ พัฒนาการ อีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง สามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองได้อย่างสะดวก สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 9,…

พลัสฯ ตอบคำถามจะซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าทั้งที ต้องเลือกอย่างไร?

ปัจจุบันมีโครงการคอนโดหลากหลายให้เลือก ทั้งโครงการใหม่และโครงการที่เปิดตัวมานานแล้ว ซึ่งเหล่าตัวเลือกที่มากมายนี้มักมาพร้อมราคาที่สูง จนทำให้เกิดความสับสนว่า โครงการเหล่านั้นมีข้อดีที่คุ้มพอจะเสี่ยงได้หรือไม่ แล้วจะเลือกโครงการเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งในบทความนี้พลัสฯ จะมาบอกข้อดีของคอนโดติดรถไฟฟ้าและวิธีการเลือกคอนโดประเภทนี้ว่าจะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง ข้อดีของการซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า 1. ค่าใช้จ่าย ถึงแม้คอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไป แต่หากลองเปรียบเทียบในระยะยาว คอนโดประเภทนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่ารถแท็กซี่หรือรถรับจ้างประเภทอื่นๆ ไปจนถึงการซื้อรถยนต์ส่วนตัวที่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมาย เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าอะไหล่ ฯลฯ 2. แหล่งอำนวยความสะดวก คอนโดติดรถไฟฟ้ามักอยู่ในย่านที่อุดมไปสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไลฟ์สไตล์ครบครัน เช่น ศูนย์การค้า ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร ทำให้บางครั้งแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเวลาในการเดินทางเพื่อไปพื้นที่เหล่านั้นเลย เพราะอยู่ในระยะเดินไปได้นั่นเอง มอบความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างมาก 3. การเดินทางที่ง่ายและรวดเร็ว ถือเป็นจุดเด่นของคอนโดติดรถไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็สามารถที่จะไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว อาจใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงสถานี ซึ่งประหยัดเวลาในการเดินทาง สามารถที่จะใช้เวลาในการเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ เพราะอย่าลืมว่าการเดินทางในกรุงเทพฯ แม้จะเป็นระยะทางไม่กี่กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพการจราจร อาจต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนนานหลักชั่วโมงเลยทีเดียว 4. ทำเลดี ส่วนมากแล้วรถไฟฟ้ามักจะตัดผ่านเส้นทางที่มีศักยภาพและเป็นย่านชุมชน การซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า BTS, MRT หรือ Airport Link จึงทำให้เราได้พื้นที่ทำเลทองไปในตัว ซึ่งเปิดโอกาสในการลงทุนต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน นอกจากทำเลแล้ว เรื่องวิวทิวทัศน์ของคอนโดประเภทนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเด่น เนื่องจากโครงการส่วนมากมักจะเป็นคอนโดแบบ High Rise ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินกับการชมวิวเมืองได้ 5. การขายและเช่า นอกจากการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองแล้ว การซื้อเพื่อเก็งกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่างๆ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าทำเลอื่น เพราะคอนโดติดรถไฟฟ้าถือว่าเป็นคอนโดที่มีดีมานด์จากหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน-นักศึกษา ชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมองหาการเช่าคอนโดเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยปัจจัยด้านทำเลที่มีศักยภาพ ยังทำให้หากต้องการขายก็ยังมีโอกาสขายได้ง่ายกว่าอีกด้วย จะเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่างไร? 1. ทำเลโซนไหน? ทำเลที่ตั้งของคอนโดติดรถไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เพราะบางโครงการอาจอยู่ห่างจากรถไฟฟ้ามาก อาจต้องอาศัยการต่อรถรับจ้างหรือ Shuttle Bus ของโครงการได้ หรือบางทำเลเป็นโซนที่รถติด ทำให้อาจต้องเสียเวลาในการเดินทางได้ ซึ่งพลัสฯ ขอแนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ควรที่จะไปลองเดินทางในช่วงเวลาไปทำงานหรือกลับจากที่ทำงาน เพื่อจะได้เห็นสภาพการเดินทางจริง หลีกเลี่ยงคอนโดที่อยู่ติดจุดกลับรถเพราะจะทำให้การเข้าออกคอนโดได้ลำบาก นอกจากนี้ หากพิจารณาแล้วว่าคอนโดติดรถไฟฟ้าอาจไม่ใช่คำตอบ อาจมองหาปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องได้ เช่น ใกล้ศูนย์กลางค้า ใกล้สถาบันทางการศึกษา ใกล้โรงพยาบาล ฯลฯ แทนได้ 2. ติดรถไฟฟ้าสายไหน? คอนโดติดรถไฟฟ้า ถือเป็นจุดสำคัญในการโฆษณา หลายโครงการมักจะมีการชูความใกล้ของสถานี แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละสถานีมีความแตกต่างของสถานีอยู่ อย่างสถานี BTS อโศกที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับ MRT สุขุมวิทก็จะมีราคาสูงมากกว่าสถานีอื่นๆ ซึ่งหากราคาเกินกว่าที่กำหนด อาจมองหาสถานีใกล้เคียงแทนได้หรือห่างออกไป 2-3 สถานีแทน นอกจากนี้ บางทำเลถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวเมือง แต่เป็นทำเลเป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อเปลี่ยนสถานีไปยังรถไฟฟ้าอื่นๆ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู