ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

รู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด ซื้อคอนโดได้สิทธิอะไรบ้าง?

เป็นเจ้าของบ้านดีกว่าเป็นเจ้าของคอนโดจริงหรือ? พลัสฯ พามาทำความรู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมทำความเข้าใจสิทธิที่ได้รับในการเป็นเจ้าของคอนโด แตกต่างจากการเป็นเจ้าของบ้านอย่างไร? หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร? เมื่อซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) จะถูกโอนมาเป็นชื่อของผู้ซื้อตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขาย จำนอง หรือยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) แทน ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ถือว่า เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ แต่จะถูกเรียกว่า เจ้าของร่วม ภาพจากโครงการ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ CD202924 กรรมสิทธิ์คอนโดหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในฐานะเจ้าของร่วมมีรายละเอียดของสิทธิ ดังนี้ 1.สิทธิในส่วนแบ่งเงินประกัน โดยทั่วไปคอนโดมิเนียมมักมีการทำประกันภัยอาคารชุดเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันอุทกภัย และอื่นๆ เมื่อตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติเหล่านี้ บริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยให้กับนิติบุคคลของโครงการคอนโดตามเงื่อนไข ซึ่งเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินประกันดังกล่าวตามสัดส่วนการครอบครอง 2.สิทธิจัดตั้ง และตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคล เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิในการร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จัดเก็บค่าส่วนกลาง ออกกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมไฟฟ้า การประปา และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสามารถบริหารงานต่างๆ ได้เอง หรือว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารชุดมืออาชีพเข้ามาทำหน้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการนิติบุคคลและเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิสอดส่อง และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน รายงานการประชุม และอื่นๆ หากพบความไม่โปร่งใสในการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การถอดถอน และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ ภาพจากโครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 CD220913 3.สิทธิตกแต่งภายในห้องชุด เจ้าของร่วมมีสิทธิในการตกแต่งภายในห้องชุดของตนเอง เช่น การทาสี เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจต้องแจ้งกับนิติบุคคลเรื่องขออนุญาตผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาภายในโครงการ และจำเป็นต้องทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการตกแต่งภายในที่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง เปลี่ยนประตูหน้าต่าง และอื่นๆ จำเป็นต้องทำการขออนุญาตต่อนิติบุคคลก่อน ซึ่งบางโครงการอาจไม่อนุญาต เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และป้องกันความเสียหายจากการเจาะ หรือตัดสายผิดจุด ซึ่งอาจไปโดนท่อประปา สายไฟ และอื่นๆ รวมถึงการใช้ไฟเกินกำหนดที่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย 4.สิทธิเป็นกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิได้รับลงสมัครเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอาคารชุดกำหนด เช่น เป็นผู้มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ โดยกรรมการนิติบุคคลจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมนิติบุคคลอาคารชุด มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบในโครงการ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและติดสินการดำเนินการต่างๆ ในโครงการ 5.สิทธิในการกำหนดระเบียบคอนโด เจ้าของร่วมมีสิทธิกำหนดกฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางของคอนโดที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย โดยจะต้องผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่นๆ…

แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ดูสวยแพงน่าอยู่

การแต่งบ้านสไตล์ Luxury ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยสามารถนำมาประยุกต์กับสไตล์อื่นๆ ได้ตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นล์คอนเทมโพรารี่ ลักซ์ชัวรี่ (Contemporary Luxury) โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury) ไปจนถึงมินิมอล ลักซ์ชัวรี่ (Minimal Luxury) ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ให้บ้านดูสวยแพง บ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่น พร้อมแนะนำ 6 บ้านหรู ตกแต่งครบ พร้อมย้ายกระเป๋าเข้าอยู่ แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury การแต่งบ้านหรูมี 5 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูแพง ได้แก่ 1.การเลือกโทนสี โทนสีมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน ซึ่งโทนสีในที่นี้ครอบคลุมทั้งสีของตัวบ้าน และสีของเฟอร์นิเจอร์ โดยสีที่นิยมใช้สำหรับการแต่งบ้านให้ดูแพง คือ ขาว ดำ เทา ครีม ทอง เงิน และทองแดง ทั้งนี้ การเลือกโทนสีตกแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เพียงสีเดียว เพราะจะทำให้บ้านดูไม่มีมิติ โดยสถาปนิกมักใช้วิธีจับคู่สีเข้าด้วยกัน เช่น การทาผนังสีครีมร่วมกับการใช้ผ้าม่านสีครีมที่มีปักเลื่อมทอง ซึ่งสีครีมจะทำให้บ้านดูโล่ง สบายตา และอบอุ่น ในขณะที่สีทองจะเสริมให้ดูหรูหราและมีมิติ 2.การเลือกชนิดวัสดุ หนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านหรู คือ ความพรีเมียมของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังคำนึงถึงสี และผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อาทิ หินอ่อน ไม้สัก ทองเหลือง กระจกนิรภัย หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และอื่นๆ 3.การเลือกโคมไฟ โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์ คือ ประเภทโคมไฟที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury เพราะช่วยเสริมให้บ้านดูอลังการ โดยสถาปนิกมักแนะนำให้ติดแชนเดอเลียร์ในห้องที่เป็นจุดเด่นของบ้านเพียง 1 ห้อง เช่น ห้องโถงและห้องรับประทานอาหาร เนื่องจากการติดแชนเดอเลียร์ทุกห้องในบ้านจะทำให้แต่ละห้องดูอึดอัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะห้องที่มีเพดานต่ำ อีกทั้งยังดูแลและทำความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแชนเดอเลียร์เสมอไป โดยสามารถเลือกใช้ไฟดาวน์ไลต์ ไฟสปอตไลต์ หรือโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ แทนได้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู 4.จัดตู้โชว์ของสะสม การจัดตู้โชว์ของสะสมเป็นเทคนิคที่ช่วยสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยของสะสมไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอไป เพียงเลือกตู้โชว์ที่มีความเรียบหรู เช่น ตู้ไม้ หรือตู้โลหะ แล้วจัดวางของสะสมให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถเสริมความหรูหราได้ด้วยการปูผ้ากำมะหยี่ หรือติดไฟสปอตไลต์ขนาดเล็กไว้ภายในตู้ โดยควรทำความสะอาดภายใน และภายนอกตู้โชว์ของสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ 5.เครื่องหอมดีไซน์สวย เครื่องหอมมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องพ่นน้ำหอม…

แนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม พร้อมเจาะลึกองค์ประกอบสไตล์บ้านหรู

มากกว่าแค่ความหรูหรา! แต่บ้านหรูยังช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวก และความปลอดภัย ส่งผลให้บ้านหรูเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความต้องการสูงในประเทศไทย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับสไตล์บ้านหรู พร้อมแนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม แบบบ้านหรู มีลักษณะพิเศษอย่างไร? แบบบ้านหรูไม่ได้มีจุดเด่นแค่การตกแต่งด้วยสไตล์ที่หรูหรา แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ อีกที่ทำให้สไตล์บ้านหรูพิเศษกว่าแบบบ้านทั่วไป ได้แก่ 1.ความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มาพร้อมยูนิตบ้านค่อนข้างน้อย เช่น บูก้านที่เป็นโครงการบ้านแสนสิริ ซึ่งมีจำนวนยูนิตบ้านทั้งหมดเพียง 14 หลัง ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัวสูง 2.ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ แบบบ้านหรูมักมีงานดีไซน์ที่ละเอียดอ่อน ทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ตัวบ้านมีความแข็งแรง คงทน และประหยัดงบประมาณการซ่อมแซมในระยะยาว ส่วนการตกแต่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมที่ดีไซน์สวยงาม ทำจากวัสดุคุณภาพ และสะท้อนรสนิยมอันมีเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน 3.ส่วนกลางที่ครบครัน โครงการบ้านหรูมักมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ คลับเฮ้าส์ สวนพักผ่อน สนามเทนนิส ห้องสมุดส่วนกลาง และอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับจุดขายของแต่ละโครงการ 4.มาตรฐานความปลอดภัย โครงการบ้านหรูมีมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่น่าเชื่อถือ ทั้งกล้องวงจรปิด การจัดการคนเข้าออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อุปกรณ์สัญญาณกันขโมย และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยข้อดีขององค์ประกอบทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บ้านหรูเป็นที่ต้องการของใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กำลังมองหาการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย แนะนำ 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันสไตล์บ้านหรูมีหลากหลายแบบให้เลือก โดย 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม คือ 1.แบบบ้านหรู สไตล์ Modern Luxury บ้านหรู สไตล์โมเดิร์น ลักชูรี่ คือ การผสานความเรียบง่ายของสไตล์โมเดิร์นเข้ากับความหรูหราของสไตล์ลักชูรี่ โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ และออกแบบบ้านด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเป็นจุดเด่นของสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย เท่ และสบายตา แต่เลือกใช้วัสดุที่มีความพรีเมียม เพื่อสื่อถึงความหรูหรา เช่น หินแกรนิต หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และโลหะสีทอง 2.แบบบ้านหรู สไตล์ Minimalist บ้านหรู สไตล์มินิมอล คือ บ้านที่ออกแบบให้ดูโล่งโปร่ง รายละเอียดเรียบง่าย และแสงธรรมชาติสามารถสาดส่องเข้ามาในตัวบ้านได้มาก โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์สีพื้นที่มีความเรียบง่าย เช่น สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน และสีดำ ซึ่งนิยมเลือกเป็นสีใดสีหนึ่ง เพื่อให้มีความกลมกลืน แต่แฝงไปด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง ทั้งในส่วนของตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ 3.แบบบ้านหรู สไตล์ Classic Luxury บ้านหรู สไตล์คลาสสิก ลักชูรี่ คือ บ้านที่ออกแบบให้มีความโอ่อ่า และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ…

ซื้อคอนโดมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง ? รวม 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การซื้อคอนโดมือสองเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากคอนโดมือสองมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านราคา ทำเล และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม การซื้อคอนโดมือสองมีหลายองค์ประกอบที่จำเป็นต้องพิจารณา เพื่อให้ได้ยูนิตห้องที่สมบูรณ์ ป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายซ่อมแซมในภายหลัง รวมถึงคุณภาพความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัยด้วย ในความนี้ พลัสฯ จะมาเปิดตำราคู่มือคอนโดมือสอง ซึ่งรวมเทคนิคเลือกซื้อคอนโดมือสอง ซื้อคอนโดมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง? พร้อมแนะนำ 3 คอนโดมือสองบนทำเลศักยภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางแบบพรีเมียม 5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนซื้อคอนโดมือสอง มีอะไรบ้าง? การเลือกซื้อคอนโดมือสองอย่างคุ้มค่ามีปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณา ดังนี้ 1. ทำเลที่ตั้ง คอนโดบนทำเลศักยภาพ คือ คอนโดที่รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงทางด่วนและสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของมูลค่าดินด้วย 2. เทียบสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางกับค่าส่วนกลาง โดยปกติ คอนโดที่สร้างเสร็จนานแล้วจะมีราคาค่าส่วนกลางต่อตารางเมตรถูกกว่าคอนโดที่พึ่งสร้างเสร็จใหม่ เพราะคอนโดที่สร้างใหม่มักมีพื้นที่ต่อห้องน้อย นอกจากนี้ ค่าส่วนกลางยังขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางด้วยเช่นกัน โดยก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของอัตราการเรียกเก็บค่าส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง 3. พื้นที่ใช้สอย การเลือกซื้อคอนโดมือสองควรพิจารณาจากราคาต่อยูนิตของแต่ละโครงการในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยอ้างอิงจากขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการ เช่น คอนโดมือสอง A ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร ราคา 2.2 ล้านบาท ในขณะที่คอนโดมือสอง B ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร ราคา 2.0 ล้านบาท หากตัดปัจจัยอื่นๆ ออกไปจะสามารถสรุปได้ว่า คอนโดมือสอง B คุ้มค่ากว่าคอนโดมือสอง A ทั้งนี้ การเลือกยูนิตห้องควรพิจารณาถึงแผนผังของห้องร่วมด้วยเช่นกัน เพราะแผนผังของห้องอาจมีความแตกต่างกันออกไป แม้จะให้ขนาดพื้นที่ใช้สอยมาเท่ากัน 4. สภาพห้อง คอนโดมือสองส่วนใหญ่มักผ่านการใช้งานมาแล้ว ส่งผลให้สภาพห้องอาจไม่สมบูรณ์เหมือนใหม่ โดยควรเลือกซื้อคอนโดมือสองที่ไม่จำเป็นต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงมากนัก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมา ซึ่งพลัสฯ มีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ที่ช่วยตรวจสอบสภาพห้อง 5. การทำงานของนิติฯ หากนิติบุคคลของโครงการมีชื่อเสียงด้านการทำงาน หรือความโปร่งใสในแง่ลบ อาจส่งผลต่อคุณภาพความเป็นอยู่และความปลอดภัยของตัวผู้อยู่อาศัย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อคอนโดที่นิติบุคคลมีชื่อเสียงในด้านลบ โดยแนะนำการเลือกนิติคอนโดที่มีความโปร่งใส ให้บริการอย่างเป็นมิตร พร้อมช่วยเหลือ และระงับข้อพิพาทระหว่างลูกบ้าน ยกตัวอย่างนิติบุคคล Plus Living Management ที่บริหารโดยทีมงานคุณภาพ และมีประสบการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี แนะนำ 3 ทำเลดี น่าสนใจ ตอบโจทย์คนอยากเลือกซื้อคอนโดมือสอง สำหรับใครที่สนใจและอยากเลือกซื้อคอนโดมือสอง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มี 3 คอนโดมือสองทำเลดี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางระดับพรีเมียม มาแนะนำ 1. Hansar Rajdamri Hansar Rajdamri…

คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม? มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง

เมื่อพิจารณาถึงที่อยู่อาศัยในเมืองกรุง คอนโดติดรถไฟฟ้า คือ หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยการจะประเมินว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม? จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับความต้องการ ความพร้อมด้านการเงิน และไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาตอบคำถามที่ว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม ? โดยพาไปทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า พร้อมแนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่ช่วยเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกรุงอย่างลื่นไหล ข้อดีของคอนโดติดรถไฟฟ้า หากใครที่กำลังสงสัยว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม ? คุ้มไหมกับการลงทุนทั้งอยู่เองหรือปล่อยเช่า อยากบอกว่าคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นมีข้อดีหลายประการ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ 1.เดินทางสะดวก การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS, MRT และอื่นๆ เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนหลายช่วงวัย เพราะมีสถานีเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำคัญมากมาย ซึ่งช่วยเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีส่วนต่อขยายไปยังปริมณฑลอย่างปทุมธานี สมุทรปราการ และนนทบุรี ยกตัวอย่างเช่น: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดจตุจักร, คอนโดอ่อนนุช โดยคอนโดติดรถไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที ซึ่งช่วยลดการเดินทางหลายต่อและประหยัดเวลา หรือคอนโดอื่นๆ เพิ่มเติม คลิก 2.ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คอนโดติดรถไฟฟ้าสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ เพราะผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเดินทางหลายต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดค่าแท็กซี่ หรือค่าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 3.สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เมื่อเทียบกับหอพักหรืออะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียมมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนพักผ่อน ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยบางคอนโดอาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกนอกเหนือจากนี้ อาทิ ห้องซาวน่า ห้องเด็กเล่น และห้องสมุด 4.ความปลอดภัย คอนโดติดรถไฟฟ้าช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าซอยเปลี่ยวในยามวิกาล ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งคอนโดยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบคีย์การ์ดสำหรับควบคุมการเข้า-ออกโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 5.โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง คอนโดติดรถไฟฟ้ามักมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยสอดคล้องกับมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้เจ้าของคอนโดสามารถขาย หรือปล่อยเช่าได้ในราคาสูง ข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม คอนโดติดรถไฟฟ้าอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ 1.ราคาสูง คอนโดติดรถไฟฟ้ามักมีราคาสูง เมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดในพื้นที่อื่นที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่ากัน ดังนั้นการซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ 2.ความเป็นส่วนตัวน้อย คอนโดติดรถไฟฟ้ามักรายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัว 3.ที่จอดรถน้อย คอนโดติดรถไฟฟ้าที่สร้างใหม่มักมีพื้นที่น้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพราะที่ดินติดรถไฟฟ้ามักมีราคาสูง ส่งผลให้บางคอนโดมีที่จอดรถค่อนข้างน้อย โดยให้เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้ากับความต้องการของตนเอง เพื่อหาข้อสรุปว่า ควรเลือกอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าหรือไม่ หากผู้อยู่อาศัยต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และอยู่ใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คอนโดติดรถไฟฟ้าถือเป็นคำตอบที่ช่วยตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว แนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า แนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่จะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางในเมืองกรุงให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1.The Line Wongsawang โครงการคอนโดแบบ High-Rise ที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้า MRT สถานีวงศ์สว่างเพียง 200 เมตร…

กู้ซื้อคอนโดมือสองปกติหรือกู้ซื้อคอนโดเงินเหลือ แบบไหนดีกว่ากัน?

“คอนโดมือสอง” ยังคงเป็นกระแสด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากคอนโดมือสองมีราคาถูกกว่าคอนโดมือหนึ่ง เหมาะกับผู้ที่ขอวงเงินสินเชื่อคอนโดได้ไม่สูงมาก แต่การกู้ซื้อคอนโดมือสองเป็นทางเลือกที่ดีจริงหรือไม่? โดยในบทความนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้จะพาไปทำความรู้จักกับการกู้ซื้อคอนโดมือสองและคอนโดเงินเหลือ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดเป็นของตนเอง ข้อสำคัญควรรู้ก่อนกู้ซื้อคอนโดมือสอง ข้อกำหนดทางกฎหมาย ในการขอสินเชื่อคอนโดและสินเชื่อบ้าน มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เรียกว่า “หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV)[1]” ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ซึ่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะต้องดำเนินการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ กรณีที่อยู่อาศัยหลังแรก ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 100% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่อยู่อาศัยหลังที่สอง และมีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกมาแล้ว 3 ปี ขึ้นไป ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่อยู่อาศัยหลังที่สอง แต่มีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกยังไม่เกิน 3 ปี ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 80% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ *เงื่อนไขทั้ง 3 ประการ จะครอบคลุมเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เท่านั้น* กู้ซื้อคอนโดมือสองต้องมีเงินก้อนสำรองไว้ ในการกู้ซื้อคอนโดมือสอง ธนาคารมักจะปล่อยกู้ให้เพียง 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แม้จะเป็นกรณีที่อยู่อาศัยหลังแรก ซึ่งหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยชี้ว่าที่อยู่อาศัยหลังแรก ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้สูงสุด 100% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นใครที่สนใจกู้ซื้อคอนโดมือสองจะต้องจัดเตรียมเงินก้อนจำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นส่วนต่าง เพื่อชำระให้กับผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ คอนโดมือสองมักจะไม่มีการผ่อนดาวน์ ต่างจากคอนโดมือหนึ่งที่ผู้ซื้อสามารถผ่อนดาวน์ได้ระหว่างรอการก่อสร้างแล้วเสร็จ ปัจจัยการให้วงเงินกู้ซื้อคอนโดมือสอง เหตุผลที่ธนาคารปล่อยวงเงินกู้ซื้อคอนโดมือสองเพียง 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ แม้จะเป็นการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก มีปัจจัยอยู่หลายประการ ได้แก่ 1. สภาพคอนโด ธนาคารจะทำการพิจารณาสภาพคอนโดทั้งภายในยูนิตและภายนอกอาคาร ยิ่งสภาพคอนโดมีความเสื่อมโทรมมาก ธนาคารก็จะปล่อยวงเงินกู้ในราคาที่ต่ำลงตามไปด้วย 2. ทำเลคอนโด สำหรับคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลดี มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ธนาคารจะปล่อยวงเงินกู้ในราคาที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ 3. การเงินของผู้กู้ เนื่องจากการพิจารณาปล่อยกู้มีความสัมพันธ์กับสภาพทางการเงินของผู้กู้ ธนาคารจึงต้องพิจารณาทั้งเงินดาวน์ เงินออม การเดินบัญชี และการปลอดจากภาระหนี้สิน ในกรณีที่ผู้กู้มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ ธนาคารมีแนวโน้มจะไม่อนุมัติสินเชื่อคอนโดให้ ☑︎ ดังนั้นผู้กู้ควรคำนวณสภาพคล่องทางการเงินของตนเองให้ดี และต้องมั่นใจว่ามีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน เพราะการซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมือหนึ่งหรือคอนโดมือสองก็มักจะมีรายได้แฝงเข้ามาด้วย เช่น ค่าจดทะเบียนจำนอง (ชำระ 1% ของวงเงินกู้ ให้กับสำนักงานที่ดิน) ค่าธรรมเนียมวันโอน ค่าประกันอัคคีภัยและอื่นๆ การกู้คอนโดเงินเหลือ คืออะไร สำหรับคอนโดเงินเหลือ คือ การยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารในวงเงินที่สูงกว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้กู้มีเงินเหลือจากการกู้ซื้อคอนโด จึงเป็นที่มาของชื่อคอนโดเงินเหลือ หรือเรียกอีกอย่างว่าคอนโดเงินทอน ซึ่งต่างจากการกู้ซื้อคอนโดมือสองที่วงเงินกู้เท่ากับ 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ข้อดีของคอนโดเงินเหลือ มีเงินก้อนเหลือ เงินก้อนที่เหลือจากการซื้อคอนโดสามารถนำไปปิดหนี้เก่า ลงทุนเพิ่ม หรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งคอนโดได้ ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น หากเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ สินเชื่อนี้ถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่ามาก ข้อเสียของคอนโดเงินเหลือ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู