ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

เปิดโพล 5 อันดับงานบ้านสุดยี้ ที่คนไม่อยากทำมากที่สุด พร้อมเคล็ดลับการทำงานบ้านให้ง่ายขึ้นและประหยัด

งานบ้าน เป็นสิ่งที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามีงานบ้านบางอย่างที่แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาทันที จากการรวบรวมความคิดเห็นจำนวนมาก เราได้สรุป 5 อันดับงานบ้านที่คนไม่ชอบทำมากที่สุด พร้อมเหตุผลเจ็บจี๊ดที่เชื่อว่าหลายคนต้องพยักหน้าตาม เพราะนี่คือเสียงสะท้อนจากใจจริงของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทั่วประเทศ 1. การล้างห้องน้ำ: สมรภูมิแห่งคราบฝังแน่นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยืนหนึ่งมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีใครเทียบได้คือ “การล้างห้องน้ำ” ซึ่งถูกยกให้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจมหาศาล หลายคนมองว่านี่คืองานที่หนักและเหนื่อยใจที่สุด เปรียบเสมือน “สนามรบ” ที่ต้องต่อสู้กับคราบสกปรกและกลิ่นนานาชนิด เหตุผลที่ทำให้การล้างห้องน้ำเป็นงานสุดหิน: ต้องใช้แรงเยอะและท่วงท่าที่ไม่สบายตัว: การต้องก้มๆ เงยๆ หรือนั่งยองๆ เพื่อขัดถูเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว และปวดเมื่อยตามร่างกาย   คราบสกปรกฝังแน่นและซอกมุมที่เข้าถึงยาก: คราบสบู่ คราบน้ำ คราบรา และคราบหินปูนที่ฝังแน่นตามซอกกระเบื้อง ร่องยาแนว หรือมุมสุขภัณฑ์ต่างๆ นั้นขจัดออกได้ยากมาก   กลิ่นไม่พึงประสงค์และสารเคมีรุนแรง: ต้องเผชิญกับกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ อีกทั้งน้ำยาล้างห้องน้ำยังมีกลิ่นฉุนและมีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนังได้   ใช้เวลานานและต้องทำบ่อย: ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ใช้งานทุกวันจึงสกปรกง่าย ทำให้ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลานานกว่าจะสะอาดหมดจด   ความรู้สึกว่าทำไปก็ไม่คุ้มค่า: หลายครั้งที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจขัดจนสะอาด แต่กลับถูกตำหนิว่ายังไม่สะอาดพอ หรือใช้ไปไม่นานก็กลับมาสกปรกเหมือนเดิม ทำให้รู้สึกท้อใจ   เคล็ดลับล้างห้องน้ำ: ทำความสะอาดเล็กๆ บ่อยๆ ป้องกันคราบฝังลึก เช่น หลังอาบน้ำใช้ที่ปาดน้ำรีดออก หรือฉีดสเปรย์น้ำส้มสายชูอ่อนๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง แล้วล้างน้ำ จะช่วยลดคราบสบู่และหินปูนได้โดยไม่ต้องออกแรงขัดหนัก และแปรงขัดไฟฟ้าก็ช่วยทุ่นแรงได้มาก 2. การรีดผ้า: ภารกิจท้าทายความอดทนท่ามกลางไอความร้อน อีกหนึ่งงานบ้านที่หลายคนขอบายคือ “การรีดผ้า” แค่เห็นกองผ้ารออยู่ก็รู้สึกท้อแล้ว เป็นงานที่ถูกนิยามว่าต้องใช้ทั้งความอดทน สมาธิ และความใจเย็นอย่างสูง เหตุผลที่ทำให้การรีดผ้าเป็นฝันร้าย: ร้อนและเหนื่อย: การต้องยืนหน้าเตารีดเป็นเวลานานท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทย ทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยและเหนื่อยมาก   ใช้เวลานานและน่าเบื่อ: การรีดผ้ากองโตมักใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เป็นงานซ้ำซากจำเจ และทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่น   ต้องใช้ทักษะและความละเอียดสูง: การรีดผ้าให้เรียบคมกริบ โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตหรือชุดนักเรียนที่มีจีบเยอะๆ เป็นเรื่องยากและต้องใช้ความประณีตสูง   รีดยาก รีดแล้วยับเหมือนเดิม: ปัญหาคลาสสิกคือรีดข้างหน้าเรียบ แต่ข้างหลังกลับมายับ หรือรีดเสร็จเก็บเข้าตู้ก็ยับอีก ทำให้รู้สึกเสียแรงและเสียเวลา   เสี่ยงต่ออุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ: มีความเสี่ยงที่จะโดนเตารีดลวกจนเป็นแผล และการยืนหรือนั่งนานๆ ทำให้ปวดหลังปวดขาได้   เคล็ดลับ: ลดงานรีดผ้าได้ตั้งแต่ซักและตาก — สะบัดผ้าก่อนตาก เก็บทันทีเมื่อแห้ง แล้วพับหรือแขวน จะช่วยให้ผ้าเรียบขึ้นโดยไม่ต้องรีดบ่อย หากต้องรีด เลือกเตารีดไอน้ำแบบยืนช่วยประหยัดเวลา และเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ไปด้วยให้งานเพลินขึ้น 3. การล้างจาน: มหกรรมหลังมื้ออาหารที่ไม่มีวันจบสิ้น “การล้างจาน” เป็นงานที่หลายคนรู้สึกเบื่อและอยากหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหลังทานอาหารอิ่มๆ เป็นภารกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับทั้งคราบมันและเศษอาหารที่น่าขนลุก เหตุผลที่ทำให้หลายคนไม่ชอบล้างจาน: ต้องสัมผัสกับเศษอาหารและคราบมัน: ความรู้สึกที่ต้องเจอกับเศษอาหารที่เปียกแฉะ คราบซอสเหนียวๆ…

รู้ก่อนเลี้ยง เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเลี้ยงสัตว์ในบ้านและคอนโด

‘รักเขาเหมือนลูก’ ‘รักเขาเหมือนคนในครอบครัว’ คำนี้ไม่เกินจริง สำหรับกลุ่มคนที่รักสัตว์และมีสัตว์เลี้ยงอย่างแน่นอน นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 การกักตัวและมาตรการการล็อกดาวน์ (Lockdown) ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้นเนื่องจากเป็นที่พึ่งคลายเหงาได้ดี ในวันที่ไม่สามารถพบเจอใครได้ แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี แต่อัตราการเลี้ยงสัตว์กลับสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเกิดเป็น ‘Pet Humanization’ หรือการเลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกในครอบครัวอย่าง ‘Pet Parenting’ ทำให้หลายคนหันมาเลี้ยงสัตว์ และอยากมีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นด้วย แต่บางครั้งก็ติดปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ทำให้ปัจจุบัน เทรนด์ที่อยู่อาศัยแบบเอื้อต่อสัตว์เลี้ยงมีเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Pet Lover แต่ก็มีบางครั้งที่เจ้าของมักแอบเลี้ยงเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรักแม้จะไม่ได้รับอนุญาต และก็ยังมีปัญหาอีกมากของการอยู่ร่วมกับระหว่างคนที่เลี้ยงและไม่ได้เลี้ยงสัตว์ แล้วต้องเลี้ยงอย่างไร? อยู่แบบไหน? ต้องมีกฏระเบียบอย่างไรถึงจะมีความสุขทั้งคนและสัตว์เลี้ยงแสนรัก หาคำตอบของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ในบทความนี้ แอบเลี้ยงสัตว์ส่งผลเสียอย่างไร มาเริ่มกันที่ข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ นับเป็นเรื่องคลาสสิกที่ทำให้ทั้งคนเลี้ยงและคนรอบข้างได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน ส่วนมากการแอบเลี้ยง มักจะเป็นการแอบเลี้ยงของเจ้าของที่อาศัยอยู่คอนโด นอกจากผิดกฎแล้ว ลองมาดูกันว่ามีข้อเสียอะไรอีกบ้าง 1. ปัญหาเรื่องของกลิ่น การจัดการสิ่งปฏิกูล และเสียงของสัตว์เลี้ยง นับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรื่องของสุขอนามัย อาจทำให้เกิดการปนเปื้อน แย่กับสุขภาพทั้งเจ้าของและเหล่าน้องๆ แสนรัก อีกทั้งกลิ่นและเสียงอาจรบกวนเพื่อนบ้าน จนสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ไม่ดีให้แก่กัน 2. เพื่อนบ้านที่แพ้ขนสัตว์ แม้จะไม่เจอ หากข้างห้องและเพื่อนร่วมชั้นเป็นภูมิแพ้ เจ้าสารก่อภูมิแพ้สามารถลอยในอากาศจนไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ขึ้นได้ นำไปสู่การถูกจับได้ในที่สุด 3. สัตว์เลี้ยงและเจ้าของเกิดความเครียด ในตอนที่ต้องพาไปหาหมอ ก็ต้องแอบนำน้องใส่กระเป๋าเงียบๆ หากมีคนเข้าลิฟต์แล้วน้องส่งเสียงล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น? เพราะการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดที่ห้ามเลี้ยง เป็นการฝ่าฝืนกฎและอาจถูกปรับหรือต้องนำน้องไปอยู่ที่อื่นได้ ความกดดันจากเรื่องของกลิ่นและเสียงที่อาจรบกวนข้างห้อง อาจทำให้เจ้าของเกิดความเครียด ยิ่งเวลาที่จะต้องออกจากห้องแล้วทิ้งสัตว์เลี้ยงให้อยู่เพียงลำพัง ก็กังวลว่าน้องส่งเสียงรบกวนหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ที่จำกัด สำหรับน้องๆ บางตัวอาจทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกิดความเครียดจนอาจ ทำลายข้าวของ กัดเฟอร์นิเจอร์ได้ 4. ผิดกฎระเบียบ ถูกปรับ หรือต้องย้ายออก แม้การฝ่าฝืนกฎหรือข้อบังคับคอนโดจะไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่การแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ก็ยังเป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดี แม้สัตว์ที่เราเลี้ยงจะไม่มีพิษ และไม่สามารถลอดช่องประตูออกมาได้ แต่หากข้างห้องผู้แพ้ขนสัตว์ร้องเรียน อาจลุกลามบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ทำให้ต้องใช้นิติบุคคลเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ในเมื่อผิดข้อบังคับตั้งแต่แรก การโต้แย้งของคุณก็อาจไม่มีน้ำหนักมากพอนั่นเอง เห็นได้ชัดว่าการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับทั้งตัวเจ้าของ น้องๆ และผู้อาศัยร่วมด้วยนั่นเอง รักต้องรู้ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเลี้ยงสัตว์ หลังจากทราบข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไปแล้ว มาดูกันว่า หากเราต้องการเลี้ยงสัตว์ในคอนโด เราต้องเลือกคอนโดแบบไหน มีคุณสมบัติอะไรบ้าง เพื่อให้เราและน้องๆ ได้อยู่แบบมีความสุข ไม่เดือดร้อนเพื่อนบ้านและไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ 1. หากจะอยู่คอนโดต้องเลือกคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้ หากจะอยู่คอนโดสำคัญที่สุดและเป็นข้อแรกที่ต้องคำนึงก่อนเลือกซื้อคอนโด หรือเช่าคอนโด ต้องหาคอนโดที่อนุญาตให้สามารถเลี้ยงน้องสัตว์ได้ โดยอาจเลือกจาก คอนโดที่มีประกาศ หรือชี้แจงอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าด้วยการโฆษณาเปิดโครงการ หรือข้อมูลทางเว็บไซต์ที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางโครงการนี้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ เพราะนอกจากจะทำให้ คนที่เลือกซื้อ หรือเช่าคอนโดนี้ทุกคนรับทราบและยอมรับได้ที่มีเพื่อนบ้านเลี้ยงน้องหมาหรือแมว โดยปกติแล้วคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จะมีเงื่อนไข กฎการอยู่อาศัยร่วมกัน ดังนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ให้เลี้ยงพันธุ์ที่มีพฤติกรรมดุร้าย และอนุญาตเลี้ยงสัตว์พันธุ์เล็กเท่านั้นเช่นสุนัขพันธุ์…

ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ใน 6 ขั้นตอนปี 2567

ในปัจจุบันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่การติดต่อขอดำเนินการทางเอกสารบางอย่าง เช่น “การย้ายทะเบียนบ้าน” บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน แต่หายห่วง! เพราะตอนนี้สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องไปสำนักงาน ไม่ต้องนั่งรอคิวเป็นชั่วโมง ทำด้วยตัวเอง ที่ไหนก็ได้ สะดวกสุดๆ ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? หากมีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ต้องทำอย่างไร? การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์จะยุ่งยากหรือเปล่า? บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัย จะมีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ตามมาดูกัน ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ง่ายๆด้วย “แอปพลิเคชั่น ThaiD ” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน (ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องทำการลงทะเบียน ThaiD เพื่อกดยืนยันข้อมูลการแจ้งย้ายเข้าด้วยเช่นกัน) วิธีลงทะเบียนใช้งาน THAID ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ 1. เข้าแอปพลิเคชัน “THAID” (ไทยดี) กด “เริ่มต้นใช้งาน” 2. กด “เลือกลงทะเบียนด้วยตนเอง” หลังจากอ่านเงื่อนไขการใช้บริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยอมรับ” และ “กดถัดไป” 3. “ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชนและหลังบัตรฯ” เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้วให้ “กดปุ่มยืนยัน” 4. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้อง แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วกดยืนยัน 5. ถ่ายรูปให้ตรงตามคำแนะนำที่ขึ้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยืนยัน” 6. สร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยด้วยเลข 8 หลัก และกดยืนยันอีกครั้ง ห้ามใช้ตัวเลขเรียงกันหรือใช้ซ้ำเกินได้ไม่เกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111, 2222 เป็นต้น จากนั้นยืนยันการสร้างสิ่งแทนดิจิทัล แล้วจึงกดรหัสความปลอดภัยที่เราพึ่งสร้าง เพื่อยืนยัน ลงทะเบียนใช้งาน แอป THAID เรียบร้อย! เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์   วิธีย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ด้วย ThaiD 1. เข้าแอป ThaiID เลือก “การแจ้งการย้ายที่อยู่” 2. กรอก เลขบัตรประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไป 3. กดส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน 4. จากนั้นจะมีข้อความ (SMS) ให้ทำการยืนยันตัวตนและให้ความยินยอมยืนยันส่งไปที่เจ้าบ้าน 5. เมื่อเจ้าบ้านกดยืนยันและยินยอมจากนั้นข้อมูลก็จะส่งไปยังนายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอที่อยู่ปลายทางที่ทำการแจ้งย้ายเอาไว้ 6. นายทะเบียนจะดำเนินการอนุมัติการแจ้งย้าย และแจ้งผลการอนุมัติให้กับผู้ขอย้ายและเจ้าของบ้านทราบ โดยการย้ายทะเบียนบ้านนั้นจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปกดยินยอม เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว คลายข้อสงสัย Q: ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? คำตอบคือ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างบน เท่านี้ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว…

รู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด ซื้อคอนโดได้สิทธิอะไรบ้าง?

เป็นเจ้าของบ้านดีกว่าเป็นเจ้าของคอนโดจริงหรือ? พลัสฯ พามาทำความรู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมทำความเข้าใจสิทธิที่ได้รับในการเป็นเจ้าของคอนโด แตกต่างจากการเป็นเจ้าของบ้านอย่างไร? หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร? เมื่อซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) จะถูกโอนมาเป็นชื่อของผู้ซื้อตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขาย จำนอง หรือยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) แทน ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ถือว่า เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ แต่จะถูกเรียกว่า เจ้าของร่วม ภาพจากโครงการ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ CD202924 กรรมสิทธิ์คอนโดหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในฐานะเจ้าของร่วมมีรายละเอียดของสิทธิ ดังนี้ 1.สิทธิในส่วนแบ่งเงินประกัน โดยทั่วไปคอนโดมิเนียมมักมีการทำประกันภัยอาคารชุดเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันอุทกภัย และอื่นๆ เมื่อตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติเหล่านี้ บริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยให้กับนิติบุคคลของโครงการคอนโดตามเงื่อนไข ซึ่งเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินประกันดังกล่าวตามสัดส่วนการครอบครอง 2.สิทธิจัดตั้ง และตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคล เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิในการร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จัดเก็บค่าส่วนกลาง ออกกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมไฟฟ้า การประปา และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสามารถบริหารงานต่างๆ ได้เอง หรือว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารชุดมืออาชีพเข้ามาทำหน้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการนิติบุคคลและเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิสอดส่อง และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน รายงานการประชุม และอื่นๆ หากพบความไม่โปร่งใสในการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การถอดถอน และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ ภาพจากโครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 CD220913 3.สิทธิตกแต่งภายในห้องชุด เจ้าของร่วมมีสิทธิในการตกแต่งภายในห้องชุดของตนเอง เช่น การทาสี เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจต้องแจ้งกับนิติบุคคลเรื่องขออนุญาตผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาภายในโครงการ และจำเป็นต้องทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการตกแต่งภายในที่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง เปลี่ยนประตูหน้าต่าง และอื่นๆ จำเป็นต้องทำการขออนุญาตต่อนิติบุคคลก่อน ซึ่งบางโครงการอาจไม่อนุญาต เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และป้องกันความเสียหายจากการเจาะ หรือตัดสายผิดจุด ซึ่งอาจไปโดนท่อประปา สายไฟ และอื่นๆ รวมถึงการใช้ไฟเกินกำหนดที่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย 4.สิทธิเป็นกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิได้รับลงสมัครเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอาคารชุดกำหนด เช่น เป็นผู้มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ โดยกรรมการนิติบุคคลจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมนิติบุคคลอาคารชุด มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบในโครงการ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและติดสินการดำเนินการต่างๆ ในโครงการ 5.สิทธิในการกำหนดระเบียบคอนโด เจ้าของร่วมมีสิทธิกำหนดกฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางของคอนโดที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย โดยจะต้องผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่นๆ…

ตอบคำถามชาวคอนโด: ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป

ค่าส่วนกลาง หรือ Maintenance Fee / Common Fee คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี เพราะเป็นค่าใช้จ่ายแบบ Fixed Cost ที่เจ้าของห้องคอนโดต้องจ่ายในทุก ๆ เดือน โดยจำนวนค่าส่วนกลางคอนโดแตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและการจัดการภายในโครงการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละคอนโด อายุและสภาพของตัวคอนโด เป็นต้น สำหรับใครที่รู้สึกว่าทำไมค่าส่วนกลางคอนโดตัวเองแพงกว่าคนอื่น ? คุ้มหรือไม่ที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือน ในบทความนี้พลัสฯ จะพามาเจาะลึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร ? เหตุใดค่าส่วนกลางคอนโดจึงสำคัญ แล้วโดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมนี้ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง ? มาดูกันเลย ค่าส่วนกลางคอนโดคุ้มหรือไม่ที่จ่ายไป ? หากถามว่าค่าส่วนกลางคอนโดที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน คุ้มค่าหรือไม่ ? อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างเข้าด้วยกัน แต่ถ้าถามว่าเราไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดได้หรือไม่ ? ขอตอบให้ตอนนี้เลยว่า “ไม่ได้” อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นอาจโดนค่าปรับ และดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงการถูกฟ้องร้อง ทีนี้หากย้อนไปในคำถามที่ว่า ค่าส่วนกลางคอนโดของเราคุ้มหรือไม่ ? จะต้องมาดูกันก่อนว่า ค่าส่วนกลางคอนโด “ใครเป็นคนเก็บ ใครเป็นคนจ่าย แล้วใครได้ประโยชน์อย่างไร” ใครเป็นคนเก็บค่าส่วนกลางคอนโด ค่าธรรมเนียมส่วนกลางของคอนโดหรือที่นิยมเรียกกันว่า “ค่าส่วนกลางคอนโด” จะถูกเรียกเก็บจากผู้พักอาศัยหรือลูกบ้านในโครงการ เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา จัดการพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยทั่วไปค่าส่วนกลางนี้จะมีการระบุให้ชำระในทุกปี หรืออาจจะเป็นรายเดือน และมักจะมีการกำหนดให้จ่ายแบบล่วงหน้า 1 ปี เป็นอย่างต่ำ แน่นอนว่าเงินที่เก็บได้จากค่าส่วนกลางเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน และการบำรุงรักษาโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มนิติบุคคลอาคารชุด สำนักจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน โดยทั่วไปจะมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดทำงบประมาณ วางแผนทางการเงิน และตัดสินใจในการจัดสรรเงินทุนเพื่อนำไปสร้างประโยชน์ให้กับลูกบ้านในโครงการต่อไป กลุ่มบริษัทจัดการทรัพย์สิน (Property Management) ในบางโครงการจะมีการจ้างบริษัทที่เข้ามาดูแลการดำเนินงานต่างๆ และบำรุงรักษาอาคารโดยเฉพาะ ทั้งการประสานงานซ่อมแซม จัดการปัญหาข้อกังวลของลูกบ้าน และดูแลให้พื้นที่ส่วนกลางได้ถูกใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุด โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ในการดูแลจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลาง ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ในการจ่ายค่าส่วนกลาง ลูกบ้านหลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่า “ทำไมฉันจะต้องจ่ายเงินจำนวนมากไปในทุกๆ ปี ด้วย ?” พลัสฯ จะขอตอบคำนี้ด้วยการบอกเหตุผลว่าทำไมการจ่ายค่าส่วนกลางถึงไม่ใช่แค่ภาระผูกพันทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในด้านความเป็นอยู่ การดูแลรักษา และคุณภาพชีวิตอีกด้วย เช่น การบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง แน่นอนว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกนำมาใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ ปัญหาไฟส่องสว่าง การบำรุงรักษาลิฟต์ การทาสี งานโครงสร้างอาคาร ฯลฯ สาธารณูปโภคทั่วไป ค่าส่วนกลางคอนโดครอบคลุมถึงเรื่องสาธารณูปโภคสำหรับพื้นที่ส่วนกลางอีกด้วย เช่น ไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลาง น้ำสำหรับการดูแลสวน ต้นไม้ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวก…

ก่อนจะซื้อคอนโดต้องรู้! ค่าส่วนกลางคอนโดรายจ่ายที่ต้องพิจารณา

อยากจะซื้อคอนโดไว้ลงทุนในอนาคต ทั้งการเก็งกำไรหรือการปล่อยเช่า แต่รู้หรือไม่ก่อนจะซื้อคอนโด มีค่าใช้จ่ายสำคัญอย่าง “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่ตามมา โดยแต่ละโครงการ แต่ละยูนิตอาจมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน ดังนั้น พลัสฯ จะมาอธิบายว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? พร้อมบอกว่าเรื่องควรรู้ก่อนซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางนิติฯ จะเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกยูนิต เพื่อนำไปบำรุงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ที่ลูกบ้านใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเข้า ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ การทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานดูแลและรปภ. รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าดูแลและบำรุงรักษาต่างๆ ซึ่งราคาค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ ภาพประกอบจากโครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ สนามเป้า ขนาดห้อง 73.75 ตร.ม. 1. ขนาดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ใช้สอยนับเป็นปัจจัยหลัก ถ้าใครมีบ้านจัดสรรอยู่จะเห็นได้ชัดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคอนโด เพราะขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า คอนโด 1 ห้องนอนก็จะมีค่าส่วนกลางคอนโดถูกกว่าคอนโด 2 ห้องนอน เนื่องจากเวลาคิดค่าส่วนกลางจะมีการคิดตามตารางเมตรของยูนิต เช่น ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้ายูนิตมีขนาด 30 ตารางเมตรเท่ากับจะมีค่าใช้จ่าย 1,200 บาท/เดือน ถ้ายูนิต 2 ห้องนอนมีขนาด 50 ตารางเมตรก็เท่ากับเดือนละ 2,000 บาท/เดือนนั่นเอง ภาพประกอบจากโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม – ราชเทวี จำนวน 552 ยูนิต 2. จำนวนยูนิต เมื่อกล่าวถึงเรื่องจำนวนยูนิต หลายคนมักคิดว่าคอนโด Low Rise น่าจะมีค่าส่วนกลางถูกกว่า เพราะพื้นที่ส่วนกลางน้อย การดูแลและบำรุงไม่มีความซับซ้อน เมื่อเทียบกับคอนโด High Rise แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอนโด High Rise มีจำนวนยูนิตมากกว่าเท่ากับว่าจะมีคนมาช่วยหารค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่า ส่งผลให้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่างๆ ออกมาแล้วคอนโด Low Rise จึงมีค่าส่วนกลางคอนโดแพงกว่า คอนโด High Rise นั่นเอง อย่างไรก็ตามคอนโด Low Rise ก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าในแง่ของจำนวนผู้พักอาศัยที่น้อยกว่าเช่นกัน ภาพประกอบจากโครงการ โอกะ เฮาส์ 3. สิ่งอำนวยความสะดวก ถือเป็นจุดเด่นสำหรับโครงการระดับ Luxury ที่มักมีสิ่งอำนวยความสะดวก การออกแบบที่หรูหรา นำเทรนด์ มีฟังก์ชันล้ำๆ ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ บางโครงการมีการนำงานศิลปะมาตกแต่งหรือได้เชิญศิลปินดังมารวมออกแบบ หรือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะสูงขึ้นตามไป…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” คว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao”

Branded Residence ลักซ์ชัวรี ใจกลางบางเทา-เชิงทะเล มูลค่ากว่า 4,000 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าแผนรุกภูเก็ตต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าบริหาร “The Standard Residences, Phuket Bang Tao” โครงการ Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้ความร่วมมือของ CG Capital และ Hyatt Hotels Corporation บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล แหล่งไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สำคัญของภูเก็ต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เสริมแกร่งพอร์ตบริหารโครงการระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญและเป็นแนวหน้าในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดย 5 ปีที่ผ่านมา ปักหมุดขยายการดูแลโครงการระดับบน ตลอดจนขยายการดูแลไปยังโครงการรูปแบบ Branded Residence ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้เข้าดูแลโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องให้เข้าบริหารโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao ซึ่งพลัสฯ มีจุดแข็งในการเข้าใจบริบทตลาดเมืองไทยและการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เชี่ยวชาญทั้งการบริหารอาคาร การบริหารสินทรัพย์ การดูแลด้านการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเราเป็นเพียงไม่กี่รายในภูเก็ตที่ให้บริการอสังหาฯ อย่างครบวงจร ต่อยอดประสบการณ์จากการบริหารโครงการพรีเมียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเราครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 36% ในโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาท/ตร.ม. มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง อาทิ 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences และ THE ESSE 36 โดยเราพร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึง ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการพรีเมียมมาดูแล The Standard Residences,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายพอร์ต Sole Agent รับบริหารขาย “LIVELLA สรงประภา”

บ้านเดี่ยว Modern Tropical พร้อมต่อยอดเฟส 2 “LIVELLA New Series” ราคาเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้เป็น Sole Agent ดูแลการขายและการตลาดโครงการ LIVELLA สรงประภา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการรวมกว่า 80 ล้านบาท ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง นางสาวกัญภร กฤตสัมพันธ์ Project Sales Manager ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และสนับสนุนการขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในการดูแลการขายโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางกลยุทธ์การขาย การทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการวางแผนการตลาดให้เหมาะกับแต่ละโครงการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยเราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสนับสนุนการขาย LIVELLA ให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ” ด้าน นายกฤตพัฒน์ พิตรธำรงพัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท ลิฟเวลล่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “LIVELLA ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และยังมีเทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลศักยภาพ ซึ่งจากความร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้ LIVELLA สรงประภา เฟส 1 ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยขณะนี้ กำลังเข้าสู่การพัฒนา LIVELLA เฟส 2 โดยยังคงคอนเซปหลักคือความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ต่อเนื่องในการทำการตลาดและการขายเฟสใหม่นี้” โครงการ LIVELLA New Series เฟส 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสรงประภา 24 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด กับบ้านเดี่ยวเพียง 5 หลัง โครงการเป็นรูปแบบ Private Community ไม่มีค่าส่วนกลาง ทำเลใกล้ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อาทิ Robinson ศรีสมาน,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year 2026”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คว้ารางวัล “Thailand Luxury Real Estate Agency of The Year” จากเวที LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 ตอกย้ำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี โดยมี นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และทีมงาน เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ นายจิรศักดิ์ เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของประเทศ มีรายได้รวมปีที่แล้วอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท โดยมีบริการ Brokerage ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขายและเช่า เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของพลัสฯ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งบริบทของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาประกอบการให้คำแนะนำและคัดสรรอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการอยู่อาศัย” มากขึ้น ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย อาทิ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนการอยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้การเลือกซื้อ เช่า หรือขายอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น หัวใจของการให้บริการในตลาดระดับบนจึงอยู่ที่การเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลตลาดมาช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุน การปล่อยเช่า หรือการมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต ทีมงานจึงต้องให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายให้มากที่สุด “ลูกค้าหลายรายกลับมาใช้บริการซ้ำ ทั้งการมองหาบ้านหลังที่สอง หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่บางรายเป็นลูกค้าที่ดูแลกันต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและจริงใจในการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของพลัสฯ และเป็นสิ่งสำคัญในตลาด Agent อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการและคำแนะนำที่เชื่อถือได้” ปัจจุบัน พลัสฯ มีอสังหาริมทรัพย์ในสต๊อกกว่า 28,500 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และวิลล่าทั่วประเทศ รองรับความต้องการทั้งด้านการซื้อ-ขายและเช่า พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการให้บริการในแต่ละขั้นตอนครบวงจร บทความที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าพลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู